1 ก.พ.2546 "ไม่คุกก็วัด"  ทักษิณ ระเบิดสงครามกับยาเสพติด

จำได้มั้ย วาระแห่งชาติประกาศสงครามขั้นแตกหักเพื่อเอาชนะยาเสพติด ชนิด "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ถึงขนาดเคยการจัดพิธีเผาหุ่นสาปแช่งคนค้ายามาแล้ว!

          ต้องบอกเลยว่า แนวทางในการจัดการยาเสพติด ของ รัฐบาล ดร. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรียกกันว่า “การประกาศทำสงครามกับยาเสพติด” ได้ใจคนไทยไปไม่น้อย เพราะนี่สะท้อนถึงความเด็ดขาดเอาจริงเอาจังกับปัญหายาเสพติด ยาบ้า ที่เกาะกินสังคมไทยเป็นมะเร็งไม่หายขาดมาเนิ่นนาน      

          แถมยังถือเป็นวาระแห่งชาติในการประกาศสงครามขั้นแตกหัก เพื่อเอาชนะยาเสพติดชนิด “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ถึงขนาดเคยการจัดพิธีประกาศสงครามขั้นแตกหัก จัดพิธีเผาหุ่นสาปแช่งประชาชนผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ต่างจังหวัดมาแล้ว

           แต่ในขณะเดียวกัน นโยบายนี้ก็ถูกตั้งคำถามถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง เมื่อวิธีการนี้นำมาซึ่งกระบวนการที่เรียกกันว่า “ฆ่าตัดตอน” มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก

 

1 ก.พ.2546  "ไม่คุกก็วัด"   ทักษิณ ระเบิดสงครามกับยาเสพติด

           ย้อนกลับไปในวันนี้ของ 16 ปีก่อน หรือตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 รัฐบาลพรรคไทยรักไทย พรรคเสียงข้างมากในสภาพรรคเดียว โดยนายกรัฐมนตรีชื่อ ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้บริหารอยู่ในสมัยแรก หลังการเลือกตั้ง ในปี 2544

          ช่วงเวลานั้น ต้องนับว่า รัฐบาลนี้ขึ้นหม้อสุดๆ ชาวบ้านร้านตลาดชื่นชอบชื่นชมในความ “คิดใหม่ทำใหม่” ของรัฐบาลนี้ เกิดโครงการเพื่อคนจนมากมาย

           แต่กับการประกาศสงครามกับยาเสพติด ต้องนับว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ที่คนไทยจดจำรัฐบาลนี้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง

           โดยเฉพาะที่มีข้อมูลระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เคยประกาศนโยบายด้วยคำพูดที่แข็งกร้าว ประมาณว่า "ที่อยู่ของขบวนการค้ายาเสพติดมี 2 ที่คือถ้าไม่ไปคุกก็ไปวัด” หรือ "ภายใต้แสงอาทิตย์นี้ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” ลองไปค้นข่าวเก่าดูได้

          ช่วงแรกข่าวคราวที่ทางการจัดการกับคนค้ายา ทำให้คนไทยปรบมือกันถ้วนหน้า หากแต่ภายหลังผลกลับตรงกันข้าม เพราะจากรายงานออกมาว่า ช่วง 3 เดือนของการดำเนินนโยบายตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์- 30 เมษายน 2546 มีการฆาตกรรมเกิดขึ้นถึงสองพันกว่าราย ซึ่งว่ากันว่าที่คือกรณี “ฆ่าตัดตอน” ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

1 ก.พ.2546  "ไม่คุกก็วัด"   ทักษิณ ระเบิดสงครามกับยาเสพติด

          แน่นอน ภาพของทักษิณเกี่ยวกับเรื่องนี้ย่อมถูกฝ่ายตรงข้ามหยิบยกขึ้นมาเล่นงานทั้งทางกฎหมายและทางการเมืองอย่างช่วยไม่ได้ (อ่าน http://www.komchadluek.net/news/politic/136872 ปชป.ฟ้อง'ศาลโลก'เอาผิด'แม้ว'ฆ่าตัดตอน)

 

1 ก.พ.2546  "ไม่คุกก็วัด"   ทักษิณ ระเบิดสงครามกับยาเสพติด

 

          นอกจากนี้ หลังรัฐประหารปี 2549 คณะทหารผู้ยึดอำนาจการปกครองสั่งการสืบสวนการรณรงค์ต้านยาเสพติดอีกชุด โดยมีอดีตอัยการสูงสุด คณิต ณ นคร เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนพิเศษ คณะกรรมการพบว่าผู้ที่ถูกฆ่ามากถึง 1,400 คนจาก 2,500 คนไม่มีความเชื่อมโยงกับยาเสพติด คณะกรรมการให้ความเห็นว่าการฆ่านี้มาจากนโยบายของรัฐบาล แต่ไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง [ข่าวจาก "Thailand's drug wars. Back on the offensive". January 24, 2008. The Economist.)

          แต่ในขณะเดียวกันหากจำกันได้ ช่วงปี 2555 สวนดุสิตโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เคยสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 2,443 คน ระหว่างวันที่ 20-28 มกราคม 2555 เรื่อง “การปราบปรามยาเสพติด” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์

          กับคำถามหนึ่งที่ถามถึงความพึงพอใจผลงานการปราบปรามปัญหายาเสพติดของรัฐบาล พบว่า  ร้อยละ 64.77 พอใจการปราบปรามสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มากที่สุด, ร้อยละ 19.41 พอใจการปราบปรามของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, และร้อยละ 15.82 พอใจการปราบปรามสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

          และในกระแสสังคมไทยเวลานั้น แม้ว่ายังไม่มีสื่อออนไลน์ในมือมากเท่าทุกวันนี้ เรายังกลับได้ยินเสียงชื่นชมในนโยบายนี้กันอย่างกว้างขวาง เช่น ผู้ใช้พันทิปรายหนึ่งกล่าวว่า

 

1 ก.พ.2546  "ไม่คุกก็วัด"   ทักษิณ ระเบิดสงครามกับยาเสพติด

ป้ายหาเสียงเลือกตั้งสมัยที่สอง ปี 2548 ภาพจาก http://www.wikiwand.com/th 

 

          "ก่อนทักกี้จะมาเป็นนายกฯ ยาบ้าระบาดรุนแรงมาก มีข่าวคนบ้าจี้คอชาวบ้านเป็นข่าวหน้าหนึ่งแทบทุกวัน แต่พอทักกี้ไล่บี้ปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง ยาบ้าหายไปอย่างรวดเร็ว จากข่าวคนบ้าจี้คอชาวบ้านเปลี่ยนเป็นข่าวพ่อค้ายาบ้าถูกรวบตัวและถูกวิสามัญฆาตกรรมรายวัน"

          "ผมรอดจากเป็นขี้ยาตายเพราะทักษิณปราบยาเสพติด เด็กแม่สาย"

          แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่คือดาบสองคม เพราะสังคมไทยกับยาเสพติดมันเรื้อรัง รักษาไม่เคยหายตามที่เกริ่นไปข้างต้นนั่นแหละ ยังไม่เห็นว่าจะมีรัฐบาลไหนปราบปรามได้ราบคาบสักที