ไทยชนะไต้หวัน4-2ถนนสู่บอลโลกใส

ไทยชนะไต้หวัน4-2ถนนสู่บอลโลกใส หาก 17 พฤศจิกายนนี้ อิรัก ไม่สามารถบุกชนะไต้หวันได้ ไทยจะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มทันที

              ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เปิดรังต้อนรับการมาเยือนของ ไต้หวัน โดยสถานการณ์ของกลุ่ม เอฟ อันดับ 1 ไทย เตะ 4 นัดมี 10 คะแนน, อันดับ 2 อิรัก เตะ 3 นัดมี 5 คะแนน, อันดับ 3 เวียดนาม เตะ 4 นัดมี 4 คะแนน และอันดับ 4 ไต้หวัน เตะ 3 นัด ไม่มีคะแนน ซึ่งหาก ไทย เก็บชัยชนะเหนือ ไต้หวัน ได้ จะทำให้โอกาสผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายมีค่อนข้างสูง โดยเกมแรกที่พบกันเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ไทย บุกชนะ 2-0 ได้ประตูจาก “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา คนเดียวทั้ง 2 ประตู

              ก่อนเกมบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย หรือ ก่อนแข่งประมาณ 6 ชั่วโมง เมื่อมีแฟนบอลชาวไทยเริ่มทยอยมาถึงสนาม บางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อมาเชียร์ทีมชาติไทยโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันการจราจรหน้าสนามถือว่าคล่องตัว เนื่องจากหลายคนทราบดีว่าไม่สามารถนำรถเข้ามาจอดภายในสนามราชมังคลากีฬาสถานได้ จึงเดินทางมาด้วยรถสาธารณะ อย่างไรก็ตามบริเวณรอบนอกถือว่าการจราจรติดขัด เพราะบางคนนำรถมาจอดตามสถานที่ต่างๆ

              ขณะที่หน้าสนามแข่งขันมีบูธต่างๆ จากทางผู้สนับสนุนมาจัดกิจกรรมมากมาย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แม้สภาพอากาศจะค่อนข้างร้อนก็ตาม นอกจากนั้นยังมีการขายสินค้าและอุปกรณ์เชียร์มากมาย ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนบอลไทยเป็นอย่างมาก

              ส่วนบัตรเข้าชม ปรากฎว่ามีการตั้งจุดรับซื้อบัตรในราคาตามหน้าบัตร ทำให้มีแฟนบอลหลายคนมาต่อแถวเพื่อรอรับซื้อจากคนที่นำมาขาย ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมเพราะมีแฟนบอลต่อแถวเป็นระยะทางยาวหลายสิบเมตรและมีแฟนบอลนำบัตรมาขาย หรือ มอบให้ฟรีๆ อย่างไรก็ตามยังมีคนนำบัตรมาขายเกินราคา แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่เพราะมีการรณรงค์ไม่ซื้อตั๋วผี

              ทั้งนี้บริเวณลานหน้าสนามราชมังคลาฯ ได้มีการจัดจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ให้แฟนบอลที่ไม่มีบัตรได้ร่วมชมเกมผ่านการถ่ายทอดสดด้วย ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากกว่า 1 พันคนเลยทีเดียว

              จากนั้นเวลาประมาณ 16.00 น. ประตูสนามได้เปิดให้แฟนบอลได้เข้ามาจับจองที่นั่ง ก่อนที่เวลา 17.00 น. ทัพนักเตะ ทีมชาติไทย ได้เดินทางโดยรถบัสมาถึงสนามราชมังคลาฯ ก่อนหยุดสักการะเพื่อขอพร ณ ศาลหน้าสนามแข่งขันตามธรรมเนียมที่ปฏิบัติมาโดยตลอด ก่อนจะมีการชุลมุนเล็กน้อย เมื่อมีแฟนบอลจำนวนมากมารุมขอถ่ายรูปกับนักเตะ แต่ถือเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักเตะได้เป็นอย่างดี

              ต่อมาเวลา 18.10 น. แข้ง “ช้างศึก” ได้ออกมาอบอุ่นร่างกายเตรียมลงสนาม และประกาศรายชื่อ 11 คนแรก ปรากฎว่า “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ที่แม้จะหายบาดเจ็บแล้วแต่มีชื่อเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

              “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย จัด 11 คนแรกในระบบ 4-3-3 ประกอบไปด้วย ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ แบ็กขวา ทริสตอง โด, แบ็กซ้าย ธีราทร บุญมาทัน, คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ สุทธินันท์ พุกหอม กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ริมเส้นขวา มงคล ทศไกร, ริมเส้นซ้าย เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และกองหน้าตัวเป้า “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา โดยมีแฟนบอลชาวไทยเข้ามาชมเกมนี้เต็มควาามจุของสนามร่วม 5 หมื่นที่นั่ง

              เปิดเกมแค่นาทีเศษ ไต้หวัน ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ลิน ชาง ลุย เปิดมาเสาสอง เฉิน ท้าว เหว่ย ก้มตัวโขกตุงตาข่าย ไต้หวัน นำเร็ว 1-0 จากนั้นไทยดาหน้า พับสนามบุกหนักแต่จังหวะยิงประตูบอลไม่ตรงกรอบ ส่วน ไต้หวัน ใช้จังหวะสวนกลับเล่นงาน ไทย แต่ทำได้ไม่ดีพอ จนถึงนาที 36 ไทย น่าได้ประตูตีเสมอสุดๆ เมื่อ ทริสตอง โด ได้บอลถึงสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนปาดมาเสาไกลให้ เกริกฤทธิ์ ยิงเน้นๆ บอลพุ่งชนคานอย่างจัง

              อย่างไรก็ตาม นาที 40 แฟนบอลไทยได้เฮกันลั่นสนาม ธีราทร โชว์สเต็ปโยกหลอกแบ็กขวาทีมเยือนก่อนเปิดมากลางประตูให้ ธีรศิลป์ ยืนโหม่งเต็มๆ ศรีษะเข้าไป ไทย ตีเสมอ 1-1 ก่อนหมดครึ่งแรกที่สกอร์นี้

              ครึ่งหลัง ไทย พับสนามบุกอย่างหนัก และนาที 52 สนามราชมังคลาฯ แทบแตก เมื่อ ธีรศิลป์ แทงทะลุช่องให้ ปกเกล้า หลุดเข้าไปจับบอลหนึ่งจังหวะก่อนแปสวนตัวนายทวาร ไต้หวัน เข้าไป ไทย แซงนำ 2-1 ท่ามกลางเสียงเฮของกองเชียร์ “ช้างศึก” ร่วม 5 หมื่นคน

              ถัดมา 4 นาที ไทย ส่ง “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลงสนามแทน สรรวัชญ์ และ นาที 62 อดิศักดิ์ ไกรษร ลงเล่นแทน มงคล ทว่านาที 65 หวง ไค จุน วิ่งมาซัดเต็มข้อในเขตโทษ บอลพุ่งตุงตาข่ายตีเสมอ 2-2

              จากนั้นนาที 70 ไทย แก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ส่ง ธนา ชะนะบุตร ลงสนามแทน เกริกฤทธิ์ และได้เรื่องทันที เมื่อนาทีถัดมา ธนา กระชากบอลถึงสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนตบยัดมาหน้าประตูให้ อดิศักดิ์ เขาชาร์จเข้าไป ไทย นำอีกครั้ง 3-2

              นาที 74 สกอร์ขยับเป็น 4-2 ธีราทร เปิดฟรีคิกบริเวณกราบซ้ายไปหน้าประตู และเป็น ธนา ที่โหม่งสะบัดเสียบเสาไกลเข้าไป

              เวลาที่เหลือ ไทย เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นและปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะ 4-2 มีเพิ่มเป็น 13 คะแนน โอกาสเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายค่อนข้างสูง ซึ่งหากวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ อิรัก ไม่สามารถบุกชนะ ไต้หวัน ได้ จะทำให้ ไทย เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มอย่างเป็นทางการทันที

              สำหรับโปรแกรมนัดสุดท้าย ไทย จะบุกไปเยือน อิรัก วันที่ 24 มีนาคม โดยจะเล่นสนามเป็นกลางที่ประเทศอิหร่าน


เปิดอ่าน