"น้องฝ้าย"กระหึ่มรัสเซียซิวที่3เทควันโดพุมเซ่โลก

"น้องฝ้าย" พิชชาภา ธนกิจเจริญพัฒน์ กระหึ่มแดนหมีขาว คว้าเหรียญทองแดงแรกประวัติศาสตร์ในเทควันโดพุมเซ่ชิงแชมป์โลก "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ พอใจผลงานนักกีฬา ทั้งที่เป็นกีฬาใหม่ที่เพิ่งเข้ามาแต่สร้างผลงานได้ดี อนาคตเตรียมพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างจริงจังทั้งระบบ

           ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมได้ส่งนักเทควันโดพุมเซ่ (ท่ารำ) ทีมชาติไทย เดินทางไปร่วมการแข่งขันเทควันโดพุมเซ่ชิงแชมป์โลกประจำปี 2011 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งมีนักกีฬาจาก 52 ประเทศเดินทางร่วมชิงชัย ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันวันสุดท้าย หลังนักเทควันโดไทยคว้าอันดับ 9 มาครองได้แล้ว จากประเภทจูเนียร์บุคคลหญิง "น้องลูกเกตุ" เกษรา เกียรติอัชวะชัย และอันดับที่ 17 จากประเภทจูเนียร์บุคคลชาย "เจ้าแชมป์" อัจถพันธ์ ขันติวรบท

            ล่าสุดนักเทควันโดพุมเซ่ไทยสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าแรกด้วยการคว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ จากรุ่นซีเนียร์หญิง "น้องฝ้าย" พิชชาภา ธนกิจเจริญพัฒน์ โดยในรุ่นนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมมากถึง 32 ประเทศ การแข่งขันแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ16 คน รอบแรก "น้องฝ้าย" สามารถทำคะแนนได้อันดับที่ 4 ของกลุ่ม และเข้าไปแข่งขันในรอบที่ 2 หรือรอบ 16 คน โดยรอบนี้ "น้องฝ้าย" ยังรักษาระดับคะแนนไว้เป็นอย่างดี ได้อันดับที่ 3 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในรอบ 8 คนสุดท้าย และสามารถคว้าอันดับที่ 3 หรือเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ ด้วยสกอร์คะแนนรวม 8.26 คะแนน เหรียญทอง ตกเป็นของ ซู จี เคียง แชมป์เก่าจากเกาหลีใต้ 8.61 คะแนน เหรียญเงิน เหวียน ธิ ลี คิม จากเวียดนาม 8.28 คะแนน ส่วนอีก 1 เหรียญทองแดง ได้แก่ อัลคานิส โยแลนดร้า อูเบโร่ ชาวสเปน 8.21 คะแนน ขณะที่ประเภทคู่ผสม เป็นการจับคู่กันระหว่าง  "น้องลูกเกตุ" เกษรา กับ "เจ้าแชมป์" อัจถพันธ์ ปรากฏว่า ทำคะแนนดีสุดแค่อันดับ 10 เท่านั้น

            นายกสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ต้องขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักกีฬาในครั้งนี้ โดยเฉพาะ "น้องฝ้าย" พิชชาภา ที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์แรกให้แก่วงการเทควันโดพุมเซ่ หรือท่ารำของไทย ทั้งที่จริงกีฬาชนิดนี้ยังใหม่สำหรับคนไทยมาก ส่วนใหญ่สมาคมจะเน้นเทควันโดเคียวรูกิ หรือการต่อสู้มากกว่า แต่หลังจากได้เอาโค้ชที่มีความรู้ความสามารถจากเกาหลีใต้มาถ่ายทอด ทุกอย่างเริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่ดี เพราะไม่มีปัญหาอุปสรรคในเรื่องของรูปร่าง โดยเฉพาะในส่วนของนักเทควันโดไทยหลายคนที่ไม่ชอบการต่อสู้ก็หันมาเอาดีในท่ารำได้ จนประสบความสำเร็จในครั้งนี้

            "ทั้งที่จริงการแข่งขันเทควันโดพุมเซ่ในระดับโลกเราเพิ่งส่งนักกีฬาไปชิมลางเป็นครั้งแรก แต่ด้วยการฟิตซ้อมอย่างหนักมานานนับเดือนของเด็กแต่ละคน ทำให้สร้างชื่อเสียงและผลงานให้แก่ประเทศชาติได้ จากนี้ไปนักกีฬาชุดนี้สมาคมจะต้องพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันเทควันโดพุมเซ่เวลานี้เริ่มกำลังเป็นที่นิยม  ถ้าหากเราพัฒนาทั้งต่อสู้และท่ารำไปพร้อมๆ กัน จะทำให้ประชากรของวงการเทควันโดในบ้านเราเพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญหลังจากศูนย์ฝึกซ้อมเทควันโดภายในกกท.หัวหมากเสร็จเรียบร้อยแล้ว จนมีนักกีฬาประมาณ 30-40 คนเข้าไปเก็บตัวฝึกซ้อมร่วมกัน ทำให้เราได้เห็นประโยชน์ต่างๆ ของศูนย์ฝึกแห่งนี้มาก ที่สำคัญส่วนหนึ่งในความสำเร็จของนักเทควันโดไทยในครั้งนี้ก็มาจากศูนย์ฝึกซ้อมดังกล่าวที่เราทุ่มเทสร้างเพื่อคนเทควันโดโดยเฉพาะ คาดว่าในเร็ววันนี้หากทุกอย่างลงตัวจะทำพิธีเปิดใช้ได้อย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้จะเชิญแขกสำคัญระดับโลกมาร่วมเพื่อเป็นเกียรติด้วย" นายกสมาคมเทควันโดไทยกล่าว


เปิดอ่าน