วันที่ 19 มิถุนายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

"อู๊ดด้า" อเวนเจอร์ "สะตอสามัคคี" รีแบรนด์

วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 - 08:45 น.
จุรินทร์,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์,พรรคประชาธิปัตย์,เลือกหัวหน้าพรรค,หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,พรรคสะตอ
Shares :
เปิดอ่าน 9,725 ครั้ง

ข่าว เนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับ วันเสาร์อาทิตย์ ที่ 18-19 พ.ค.2562

         

**************

          ประชาธิปัตย์ยุคอเวนเจอร์ ทั้ง “ทศวรรษใหม่-ผลัดใบ” ร่วมใจ ดัน “เดอะอู๊ดด้า” เป็นกัปตัน นำนาวาสีฟ้าลำนี้ฝ่าวิกฤติศรัทธา จะร่วมรัฐบาลลุงตู่ 2 หรือไม่ ? เรื่องจริงกับเรื่องฝัน บางเวลากองเชียร์อาจต้องทำใจ 

**************

         

          ยืนยันความเป็นพรรคอนุรักษนิยม สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อผลการโหวตเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ออกมาเป็น “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์”

          จะเพราะคนพรรคนี้ยังให้ความสำคัญกับระบบอาวุโส ขั้วอำนาจเก่า นายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค รวมถึงอดีตหัวหน้าพรรคอีกตั้งสองคน ทั้งรุ่นผลัดใบและรุ่นทศวรรษใหม่ อย่าง บัญญัติ บรรทัดฐาน และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

 

          หรือจะเพราะที่จุรินทร์เน้นย้ำอุดมการณ์เลือดสีฟ้าที่ว่า “ซื่อสัตย์ สุจริต และมีประสบการณ์การบริหารงานแบบนักบริหารรัฐกิจมืออาชีพ"

          หรือทั้งหมด จะมาจากการที่คนประชาธิปัตย์ดีดลูกคิดแล้ว มาทางนี้น่าจะปลอดภัยไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันที่หลังก็ตามแต่ 

          วันนี้พรรคนี้มีคนชื่อจุรินทร์นั่งประมุขพรรคเรียบร้อยแล้ว

 

จุรินทร์วัยต้น

          จะว่าไป เหตุผลที่เลือก อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8 ด้วยคะแนนรวมกว่า 50.59% คงไม่ได้มีแค่นั้น แต่ทุกอย่างที่รวมเป็นเขา ย่อมมีส่วนในการตัดสินใจทั้งสิ้น

          จุุรินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2499 บ้านเกิดแดนสะตอของแท้ ที่ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา บิดาคือ วีระ เจ้าของเหมืองแร่ดีบุกแห่งหนึ่งในพังงา มารดาคือ สุรางค์ อดีตนางงามสงกรานต์

          อู๊ด หรือ อู๊ดด้า เป็นบุตรคนโตในจำนวนพี่น้อง 9 คน น้องชายคนสุดท้องคือ จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ นักการเมืองพรรคเดียวกัน

          จุรินทร์ ใช้ชีวิตวัยเด็กที่ท้ายเหมือง จบประถมจากโรงเรียนศิริราษฎร์วิทยา เรียนเก่งระดับสอบได้ที่ 1 ของจังหวัด พอจบ ป.7 ก็มาสอบเข้าเป็นลูกชมพู-ฟ้า ที่  “สวนกุหลาบวิทยาลัย”

 

เด็กสวน osk 88

 

          ในหนังสือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ชีวิตเหมือนปลูกต้นไม้” เรียบเรียงโดย สุธานี” เล่าว่า จุรินทร์พักที่หอซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวซอยแบ่งห้องให้เช่าในหมู่บ้านพิบูลวัฒนา เยื้องโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ละแวกเดียวกับ “พรรคประชาธิปัตย์”

          โดยที่ย่านนี้ยังเป็นแหล่งของคนท้ายเหมือง พังงา ที่จะแวะเวียนมาพักอาศัยชั่วคราวยามขึ้นมาทำกิจธุระในเมืองกรุง หนึ่งในนั้นมี สัมพันธ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ส.ส.พังงา รุ่นนายหัวชวน ที่มาพักที่เดียวกันอยู่เนืองๆ จะนับว่าหนุ่มจุรินทร์ได้สัมผัสการเมืองเบาๆ นับจากจุดนั้นก็ได้

 

 

จุรินทร์วัยฝัน

          พอถึงวันที่ OSK88 ต้องเลือก แม้จะเรียนทางวิทยาศาสตร์ แต่เลือกเป็น สิงห์แดง” รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อมายังไปจบปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีกด้วย

          ที่รั้วยูงทอง จุรินทร์หารายได้เสริมด้วยการเขียนการ์ตูนการเมืองให้แก่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ตั้งแต่เรียนอยู่ปี 1 โดยใช้นามปากกาว่า “อู๊ดด้า” ที่คนไทยเรียกติดปากมาจนทุกวันนี้

          อีกมุม เขาก็ทำกิจกรรมกับรุ่นพี่นักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าแห่งรั้วแม่โดมด้วยเนืองๆ เป็นเฟรชชี่หัวกิจกรรมพอๆ กับ อ.ยิ้ม รศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ” ที่กอดคอมาด้วยกันตั้งแต่รั้วชมพูฟ้า และเคยร่วมกันตะลุยราตรีมาแล้วตั้งแต่ช่วงเรียน ม.ศ.5 กับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ในค่ำคืนก่อนวันเกิดเหตุ เขาและเพื่อน ส.ก. รวมตัวกันเดินขบวนไปสมทบกับกลุ่มนักศึกษาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อฟังปราศรัย อยู่ที่นั่นทั้งคืนจนรุ่งเช้าจึงแยกย้ายกลับ ก่อนจะมีเหตุร้ายตามมาในวันนั้น

 

เยี่ยมเพื่อนยามป่วย ก่อนที่ อ.ยิ้มจะจากไป ในปี 2560 

 

          ปี 2519 อย่างที่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ คือ 6 ตุลาคม 2519 คืนก่อนเกิดเหตุ จุรินทร์กลับบ้านไปก่อน เพื่อเตรียมต้นฉบับการ์ตูนส่งสำนักพิมพ์ในรุ่งเช้า แต่เหตุการณ์ได้นำพาเพื่อนของเขาให้เข้าป่าไปเป็น “สหายสมพร” ของพี่น้องผองเพื่อน

          อู๊ดด้าหายจากหน้ากระดาษปอนด์พักใหญ่ เพราะเหตุผลการเมือง จากนั้นก็กลับมาช่วงเรียนปี 4 ที่หน้ากระดาษของสยามรัฐ พอเรียนจบก็ย้ายมาที่มติชน โดยมีผลงานเขียนเป็นหนังสือท่องเที่ยวในเครือสำนักพิมพ์มติชน ชื่อ อู๊ดด้าจับปากกาพาเที่ยว” และเคยเป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์มติชนอีกด้วย

          กระทั่งช่วงปี 2529 เริ่มหันหน้าเข้าสู่ถนนการเมือง หลังสัมผัสความเป็น “ยุวประชาธิปัตย์” มาได้สักพัก เขาก็เลือกที่จะสังกัดพรรคนี้

 

 

จุรินทร์วัยลุย

          แรกเริ่มช่วงปี 2524 เขาได้เป็นประธานสาขาพรรค จ.พังงา ยุคที่มีหัวหน้าพรรค ชื่อ พิชัย รัตตกุล”

          ช่วงคาบเกี่ยวกันนั้นเอง ปี 2526 อู๊ดด้าแต่งงานกับ “อรอนงค์ ลักษณวิศิษฏ์” เพื่อนร่วมคณะที่ มธ. จากนั้นลูกสาวคนโตก็คลอดในปี 2528 (บุตรสาวคนสุดท้องคลอดในปี 2540)

          ลูกเพิ่งย่างขวบปี จุรินทร์ก็เจอปีทองทางการเมือง ได้ลงเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรกปี 2529 จากการผลักดันของทั้ง “ชวน หลีกภัย และ "บัญญัติ บรรทัดฐาน

          และสองใหญ่ก็มองขาด เพราะอู๊ดด้าลงปุ๊บก็ได้เป็น ส.ส.พังงาเลย เอาชนะแชมป์เก่า 10 สมัย อย่าง บรม ตันเถียร” นักการเมืองชื่อดังของพังงาอีกด้วย

 

ส.ส.สมัยแรก

 

          เข้าสภาไป สื่อมวลชนสายรัฐสภา ก็ยกเขาเป็น “ส.ส.ดาวรุ่ง” ซึ่งหลังจากนั้นฝีปากในสภาก็ไม่เป็นรองใคร ซักฟอกคนในหลายรัฐบาลจนหงายเงิบมาแล้วมากมาย

          ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทางการเมืองมากมาย อยู่ในจุดแถวหน้าของพรรค ทั้งเป็นทีมยุทธศาสตร์และนโยบายของพรรคมานาน แต่ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ พบปะชาวบ้านต่อเนื่อง

          กับนายหัวชวน ผู้นี้ก็คือ “อาจารย์ทางการเมือง” ด้วยตามติดเป็นเลขานุการมายาวนาน ตั้งแต่นายหัวเป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง ตามมาถึงรัฐบาลชวน 1 ปี 2535 อู๊ดด้าก็เป็น รมช.พาณิชย์ และ รมช.เกษตรฯ

          พอถึง “ชวน 2” อู๊ดด้าก็ยังนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมถึงเก้าอี้ รมว.ศึกษาธิการ และ รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์อีกด้วย

          ปี 2544 (ยุคที่ไทยรักไทยแจ้งเกิด) เขาขยับไปลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อ และให้น้องชายคนเดียว “จุฤทธิ์” ลงสมัคร ส.ส.เขต แทน

          ต่อมาปี 2546 เขาได้ขึ้นรองหัวหน้าพรรค จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2550 (ยุคที่พรรคพลังประชาชนยังครองเก้าอี้ในสภา) เขาลงเลือกตั้ง ส.ส.สัดส่วน เขต 8 ในลำดับที่ 4 และได้รับการเลือกตั้ง

          ตอนนั้นพรรคสีฟ้าเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว และจัดตั้ง “รัฐบาลเงา” ในปี 2551 อู๊ดด้าก็ทำหน้าที่รัฐมนตรีพลังงาน “เงา”

          จนมานั่งรักษาการหัวหน้าพรรคเมื่อไม่นานมานี้ หลังหัวหน้ามาร์คประกาศลาออก โทษที่ไม่สามารถนำพาพรรคไปถึงดวงดาว ถึงขั้นพ่ายแพ้ยับเยิน !

 

 

กัปตันจุรินทร์

          อย่างที่รู้ ทุกอย่างมาถึงวันนี้ จุรินทร์ได้รับความไว้วางใจได้รับเสียงโหวตให้นั่งหัวหน้าพรรคคนที่ 8 ต่อจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาชนะ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, กรณ์ จาติกวณิช และ อภิรักษ์ โกษะโยธิน

          พรรคประชาธิปัตย์ในยุคสมัยของ “กัปตันอู๊ดด้า” ด่านชัยหัวหน้าพรรค ถึงไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก แต่ความยากยิ่งกว่า คือด่านการตัดสินใจเลือกขั้วข้างทางการเมือง

          เรื่องนี้คนไทยรอดูอยู่แทบไม่หายใจ เพราะแทบจะมีดีลใหม่ๆ บวกกระแส “งูเห่า” ออกมาในหน้าสื่อทุกต้นชั่วโมง ตามแทบไม่ทัน

 

 

          เช่น 1.ประชาธิปัตย์อาจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะการจะตัดสินร่วมไม่ร่วมไม่ได้ขึ้นกับหัวหน้าพรรคคนเดียว แต่ขึ้นกับการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับ ส.ส.

          มุมนี้มีการวิเคราะห์กันว่าแนวโน้มมีโอกาสสูง แม้เสียงจะก้ำกึ่ง แต่พอโหวตเลือกนายกฯ อาจมีคนสำคัญบางคนในพรรคไม่ยกมือ ตามสไตล์พรรคนี้ที่จะมีทางออกไม่ให้เสียหล่อ ยังไงก็ต้องแอ็กชั่นรักษาคำพูดต่อ 3.9 ล้านเสียงที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ไว้ก่อน

          แต่ถ้าจะมาทางนี้ไม่ให้บัวช้ำน้ำขุ่น ก็ต้องวางแผนการต่อรองกับขั้ว พปชร.อย่างดีที่สุด

          ส่วนทางที่ 2 เลือกเป็นฝ่ายค้านอิสระ แว่วมาว่าตอนแรกฟังดูหล่อ แต่ตอนหลังหนทางนี้เงียบๆ ไปแล้ว

          ส่วนอีกทาง เพื่อไม่ให้เสียคะแนนจากกลุ่ม “ไม่เอาทักษิณ” ก็ตัดชอยส์รวมกับฝ่ายเพื่อไทยทิ้งไป สอดคล้องกับที่ฝ่ายเพื่อไทยเพิ่งแถลงสยบลือการจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 ร่วมกับภูมิใจไทยและประชาธิปัตย์ไปแล้วเมื่อช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

          เหลือก็แต่การรวมพลังอเวนเจอร์กับ "คนเคยรัก-พรรคภูมิใจไทย” ถ้าทำจริงก็กลายเป็นสองพรรคขั้วตัวแปรที่พลังต่อรองมากพอสมควรในการร่วมกันโหวตเลือกนายกฯ ที่อาจไม่ใช่ใครเลยในตัวเลือกที่เห็นก็ได้ !

          แต่ระหว่างนี้ อะไรก็ไม่นิ่ง บางที นาทีนี้ก็อาจเปลี่ยนไปอย่างอื่นได้อีก รอดูวันที่ 24 พฤษภาคม วันรัฐพิธีเปิดประชุมสภานัดแรก น่าจะรู้ทิศรู้ทางกันมากขึ้น

 

Shares :
เปิดอ่าน 9,725 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ