royal coronation
วันที่ 21 มิถุนายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

"อภิสิทธิ์" สลัดชนัก หนี "พรรคต่ำร้อย"

วันที่ 13 มกราคม 2562 - 00:05 น.
อภิสิทธิ์,ประชาธิปัตย์,สลัด,ชนัก,ชนักปักหลัง,พรรคต่ำร้อย,คสช,ประยุทธ์ จันทร์โอชา,ขยายปมร้อน,สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์
Shares :
เปิดอ่าน 2,226 ครั้ง

ประเด็นที่เหมือนเป็น "ชนักปักหลัง" และเป็นที่คลางแคลงใจของผู้คนส่วนหนึ่งมาตลอด คือ พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุน "พล.อ.ประยุทธ์" ให้กลับมาเป็นนายกฯอีกไหม?

 

                 หลังประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.ต่ำกว่าร้อย จะลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ดูเหมือนว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กำลังพยายามประกาศจุดยืนเพื่อสร้างความชัดเจนให้ตัวเองและพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มขึ้นอีก เพื่อสลัดชนักที่ปักหลังและเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็น “พรรคต่ำร้อย”

                 ประเด็นที่เหมือนเป็น “ชนักปักหลัง” และเป็นที่คลางแคลงใจของผู้คนส่วนหนึ่งมาตลอด คือ เรื่องจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ นับตั้งแต่วันที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจ จนถึงตอนนี้คำถามที่ยังคงอยู่และ “อภิสิทธิ์” ต้องตอบมาตลอดคือ เรื่อง พรรคประชาธิปัตย์จะสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ให้กลับมาเป็นนายกฯอีกไหม?

                 ครั้งเด่นๆ ก็อย่างเช่นเมื่อวันที่ 1 เมษายน ปีที่แล้วที่ “อภิสิทธิ์” เคยพูดไว้ว่า “ยืนยันว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ส่วนใครที่จะออกนอกแถวไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ก็ไปทางเลือกอื่น ไม่ต้องมาที่นี่ เพราะมีพรรคอื่นรองรับเยอะแยะ ถ้าจะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรค ไม่ว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใครก็ตาม”

 

(อ่านต่อ..."มาร์ค"ไล่ส่งใครหนุน"บิ๊กตู่"อย่าอยู่ ปชป.)

 

                 ต้องบอกว่า เพราะคำพูดและท่าทีของ “อภิสิทธิ์” แบบนี้นี่แหละที่ทำให้ต้องมีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ และรวมพลังประชาชาติไทยขึ้นมา

                 มีข้อมูลว่า ช่วงแรกกลุ่มผู้ที่ต้องการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง มีการวางว่าจะใช้พรรคประชาธิปัตย์เป็นกลไกหลักที่จะให้ไปถึงเป้าหมายนั้น แต่ “อภิสิทธิ์” ไม่เอาด้วย

                 ล่าสุด “อภิสิทธิ์” ไปเจอคำถามที่ทำให้เขาต้องแสดงจุดยืนในเรื่องนี้อีกครั้งที่เวทีเสวนาที่นครศรีธรรมราช

                 “ถามว่าจะไปร่วมกับ คสช.ไหม...ผมนึกไม่ออกว่าจะต้องไปร่วมกับเขาทำไม” อภิสิทธิ์ กล่าวบนเวที ซึ่งก็ต้องตีความว่า “อภิสิทธิ์” ยังแสดงท่าทีเดิม และดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นอีกว่า ไม่ต้องการไปร่วมกับพรรคการเมืองที่สนับสนุน คสช.

 

 

                 วันต่อมา “อภิสิทธิ์” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่องนาว 26 ขยายความเรื่องจุดยืนของเขา ซึ่งวันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

                 ผมไม่ไปร่วมกับพรรคที่สนับสนุน คสช. เพราะมั่นใจว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับเสียงมามาก โจทย์ที่ว่าใครจะไปสนับสนุน คสช.หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ใช่โจทย์ของพรรคประชาธิปัตย์”

                 นอกจากนี้ “อภิสิทธิ์” ยังพูดไปถึงเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

                 เป้าหมายอย่างแรกคือการเป็นพรรคอันดับ 1 แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่ “อภิสิทธิ์” ก็กล้าจะประกาศ ซึ่งในสภาพที่ “พรรคเพื่อไทย” ต้องแตกออกไปเป็นพรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ทำให้คนประชาธิปัตย์ก็แอบมีความหวังอยู่ลึกๆ

                 แต่ดูเหมือนในสายตาคนนอกพรรคจะมองแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

                 การเมืองไม่น้อยมองว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาธิปัตย์อาจจะตกไปเป็นอันดับสาม และเป็น “พรรคต่ำร้อย”

                 “อภิสิทธิ์” แสดงความมั่นใจว่า อย่างน้อยประชาธิปัตย์ก็จะได้อันดับสอง

                 “ถ้าได้อันดับสามก็หมายความว่าเป็นพรรคต่ำร้อย แสดงว่าผมล้มเหลวในการบริหาร ผมก็คงไม่อยู่แล้ว” อภิสิทธิ์ ย้ำในสิ่งที่เขาเคยพูดไว้เมื่อปลายปีว่า “หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงต่ำกว่า 100 จะลาออกจากหัวหน้าพรรค”

 

 

                 “อภิสิทธิ์” วางเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลหากพรรคได้มาเป็นอันดับสอง ว่า ก็ต้องดูว่าจะไปร่วมกับพรรคอันดับ 1 ได้หรือไม่ จะมีแนวทางการทำงานและอุดมการณ์ที่ไปด้วยกันได้หรือไม่ หากได้ก็ไป 

                 แต่ถ้าจะร่วมกับอันดับ 3 เงื่อนไขคือพรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นแกนนำ

                 “อภิสิทธิ์” ลงลึกเรื่องการดูแลกระทรวงต่างๆด้วยว่า ตามปกติพรรคที่เป็นแกนนำก็จะดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ และงานอีกด้านที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญมาตลอดคืองานด้านการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพรรคแกนนำหรือไม่พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการดูแลงานด้านนี้

                 นอกจากนี้ "อภิสิทธิ์" ยังพูดไปถึง 250 ส.ว. ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในการเลือกนายกฯหลังเลือกตั้งด้วย 

                 "ขอให้เคารพการตัดสินใจของประชาชนตามกระบวนการประชาธิปไตย อย่าฝืนกระแส เพราะจะเป็นการสร้างปมปัญหาให้กับประเทศ"

 

 

 

                 เป็นการตอกย้ำสิ่งที่ "อภิสิทธิ์" เคยพูดมาหลายครั้ง

                 มีการวิเคราะห์ว่าทั้งการที่ “อภิสิทธิ์” ประกาศว่า ถ้าได้ ส.ส.ต่ำกว่าร้อยจะลาออกจากหัวหน้าพรรค การแสดงท่าทีจะไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคที่สนับสนุน คสช. รวมถึงการพูดพาดพิงไปถึง 250 ส.ว. คือความพยายามในการแสดงจุดยืนของอภิสิทธิ์ และแน่นอนจุดยืนนี้จะส่งผลต่อคะแนนที่่พรรคประชาธิปัตย์จะได้ด้วย

                 ถ้าอธิบายความกันให้ชัดอีก ก็ต้องบอกว่า การที่ “อภิสิทธิ์” บอกว่า ถ้าได้ ส.ส.ต่ำกว่าร้อยจะลาออก ก็ต้องบอกว่า ณ วันนั้นที่ไม่มีอภิสิทธิ์อยู่เป็นหัวหน้าพรรค ก็น่าจะหมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะเข้าไปอยู่ในรัฐบาลของพรรคฝ่าย คสช. คือ พลังประชารัฐ ซึ่งก็ต้องบอกว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์จำนวนไม่น้อยต้องการให้เป็นอย่างนั้น

                 ถ้าประชาธิปัตย์ต่ำร้อย ก็น่าจะหมายความว่าพรรคพลังประชารัฐได้เกินร้อยและได้เป็นอันดับสอง

                 รอดูว่าการออกมาพยายามแสดงจุดยืนของ “อภิสิทธิ์” จะช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นพรรคต่ำร้อยหรือไม่ !!??

 

=====================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

ดูคลิป

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 2,226 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ