แกะรอย... "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" พรรค "เพื่อทักษิณ"

(ขยายปมร้อน) แกะรอย "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" พรรคเพื่อ... "ทักษิณ" จะกลายเป็น "กับดัก" ตัวเองหรือไม่

 

                ปรากฏโฉมให้เห็นมาหมดแล้วสำหรับพรรคที่คาดว่าจะเป็น “พรรคเพื่อทักษิณ” ที่จะใช้ต่อสู้กับฝ่าย คสช.

                นับเฉพาะพรรค “วงใน” พรรคเพื่อไทยจริงๆ ตอนนี้มี 4 พรรค คือ พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อธรรม พรรคไทยรักษาชาติ และพรรคเพื่อชาติ ส่วนนี้น่าจะเรียกได้ว่า “พรรคสายตรงเครือข่ายทักษิณ”


 

                ส่วนพรรคประชาชาติ ของ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” พรรคเสรีรวมไทย ของ “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” คงต้องจัดว่าเป็นเพียง “แนวร่วม” อยู่วงถัดออกไป ถึงแม้จะมีจุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม คสช.เหมือนกัน รวมถึงพรรคอนาคตใหม่ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ด้วย

                มีพรรคออกมาชัดเจนแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาดู “ยุทธศาสตร์” ในการเดินของพรรคเครือข่ายทักษิณ

                โฟกัสเฉพาะ 4 พรรควงใน

                มีข้อมูลว่า “ฝ่ายทักษิณ” จะใช้ “ยุทธศาสตร์ 2 ขา” คือจะใช้เพียง 2 พรรคในการต่อสู้ครั้งนี้

                แน่นอนพรรคหลักคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคที่เป็นแบรนด์ “พรรคทักษิณ” ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะเน้นการส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตเป็นหลัก เป้าหมาย คือ รักษาพื้นที่เดิมไว้ให้ได้

 

แกะรอย... "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" พรรค "เพื่อทักษิณ"

                ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว คือ ปี 2554 พรรค เพื่อไทยได้ ส.ส.เขตมาทั้งหมด 204 เขต ครั้งนี้ก็คิดตัวเลขกลมๆไว้ที่ 200 เขต

                จากสถิติคะแนนผู้ได้รับเลือกตั้ง ส.ส.เขตสำหรับการเลือกตั้งแบบเขตเล็ก คือ เขตเดียวเบอร์เดียว ผู้ได้รับเลือกตั้งส่วนใหญ่จะมีคะแนนอยู่ที่ประมาณ 3-5 หมื่น มีบ้างบางเขตที่คะแนนผู้ชนะพุ่งไป 6-7 หมื่น หรือมากกว่านั้น แต่ก็เป็นส่วนน้อย

                นั่นหมายความว่าหากเป็นไปตามที่มีการวิเคราะห์กันว่า ในจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 50 ล้านคน หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ก็จะอยู่ที่ 35 ล้านคน หารด้วยจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คน จำนวนคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.1 คน จะอยู่ที่ประมาณ 7 หมื่น (หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน ก็จะเพิ่มขึ้น)

                ก็จะเท่ากับว่า จำนวนคะแนนรวมทั้งหมดของผู้ที่คาดว่าจะชนะเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย “ติดลบ” จากคะแนนเฉลี่ย 7 หมื่น หากพรรค “หว่าน” ส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ก็เท่ากับว่าหากเอาคะแนนของผู้สมัครในเขตที่ “ไม่ชนะ” มารวมเป็นคะแนนทั่วประเทศ เมื่อนำไปคำนวณเพื่อหาจำนวน ส.ส.ที่พรรคจะสามารถมีได้ ก็จะ “ขาดทุน” เพราะจะต้องเอาคะแนนคนแพ้ไปเติมคะแนนคนชนะให้เต็ม 7 หมื่นก่อน แล้วจึงจะเอาส่วนที่เกิน 7 หมื่นไปคำนวณเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่อาจจะได้เพิ่ม

                ตรงนี้แหละที่บอกกันว่าพรรคเพื่อไทยจะเสียเปรียบ จากสูตรเลือกตั้งใหม่นี้ จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคจะลดลงแน่นอน และลดลงเยอะด้วย

                จากการเลือกตั้งปี 2554 เพื่อไทยได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มา 61 คน ถ้าตามสูตรเลือกตั้งใหม่ได้อย่างมากไม่เกิน 20-30 คน

                “ฝ่ายทักษิณ” จึงได้คิดยุทธศาสตร์ใหม่ออกมา คือ พรรคเพื่อไทย จะส่ง ส.ส.เขต เฉพาะเขตที่มั่นใจว่าชนะเท่านั้น ส่วนเขตที่มั่นใจว่าจะไม่ชนะ จะให้ “พรรคไทยรักษาชาติ” ส่งผู้สมัคร เพื่อเก็บคะแนนทั้งหมดมาคำนวณเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้ทั้งหมด แบบนี้จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มาเป็นกอบเป็นกำมากกว่า

 

แกะรอย... "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" พรรค "เพื่อทักษิณ"

                แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสามารถทำได้ง่ายดาย ยุทธศาสตร์นี้ก็มีปัญหา

                อย่างแรก ผู้สมัครที่เคยลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยแล้วไม่ชนะ หรือผู้สมัครในเขตที่พรรคคาดว่าจะแพ้เลือกตั้ง เขาจะยอมย้ายมาลงสมัครในนามพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เจ้าตัวอาจจะมั่นใจก็ได้ว่าจะชนะ

                และการทำที่โฉ่งฉ่างเกินไป อาจทำให้พรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติเจอข้อหา “ฮั้วเลือกตั้ง” ซึ่งมีโทษถึงขั้น “ยุบพรรค” ทั้งคู่

                อีกปัญหา คือ หากพรรคเพื่อไทยจะเดินเกมแบบ “ตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” จะเอาบรรดา “ขาใหญ่” และอดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปไว้ตรงไหน

                สำหรับผู้ที่เป็น “ขาใหญ่” จริงอาจจะไม่สนใจเรื่องการเป็น ส.ส. เพราะหากพรรคได้เป็นรัฐบาลก็ได้เป็นรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนพรรคก็อาจจำเป็นต้องให้เป็น ส.ส.ไว้ โดยเฉพาะบรรดา ส.ส.ฝีปากกล้าทั้งหลาย

                คิดง่ายๆ บรรดาอดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์กลุ่มคนเสื้อแดงที่ปกติได้เป็น ส.ส.เพราะอยู่ในปาร์ตี้ลิสต์ ครั้งนี้จะเอาไว้ตรงไหน ไม่ว่าจะเป็น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก่อแก้ว พิกุลทอง เหวง โตจิราการ และ วีระกานต์ มุสิกพงศ์

                แน่นอนแกนนำเสื้อแดงกลุ่มนี้คงไม่ไปพรรคเพื่อชาติ ของ “จตุพร พรหมพันธุ์” แน่ ถึงแม้จะเคยต่อสู้มาด้วยกัน แต่ตอนนี้ค่อนข้างชัดว่า “แนวคิด” การเดินเกมทางการเมืองไม่ตรงกัน แม้ปลายทางจะยังอยู่ตรงข้าม คสช.เหมือนกัน

 

แกะรอย... "ยุทธศาสตร์ 2 ขา" พรรค "เพื่อทักษิณ"

(อ่านต่อ...เปิดจุดยืน !! จตุพร - ยงยุทธ - เพื่อชาติ - เพื่อทักษิณ ??)

 

                ทางออกหนึ่ง คือ เอาไปเป็นปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคไทยรักษาชาติ และจุดนี้เองจึงเป็นที่มาของข่าวที่ว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยจะตบเท้าไปพรรคไทยรักษาชาติ

                อย่างไรก็ตามสำหรับพรรคเพื่อชาติ ล่าสุด “คู่หูดูโอ้” จตุพร และ ยงยุทธ ติยะไพรัช ยังยืนยันเดินหน้าต่อไป ถึงแม้คนพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งจะไม่เห็นด้วย เพราะประเมินว่าการมี “พรรคเพื่อชาติ” ไม่เป็นประโยชน์กับพรรคเพื่อไทย เพราะคนที่เลือกพรรคเพื่อชาติ ก็เป็นคนที่เลือกพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว และไม่มีทางไปเลือกอีกฝ่าย จะเป็นประโยชน์ก็กับ “จตุพร” และ “ยงยุทธ” ที่ไม่สามารถสมัคร ส.ส.ได้เท่านั้น

                แต่ก็มีการวิเคราะห์กันว่า สำหรับ “ทักษิณ” เอง ก็คงไม่ได้เดือดร้อนกับการมีพรรคเพื่อชาติ เพราะปลายทาง พรรคนี้ก็ยังอยู่กับเขา

                ส่วนพรรคเพื่อธรรม จะมีสถานะเป็นเพียง “พรรคสแตนบาย” เผื่อไว้กรณีพรรคเพื่อไทยถูกยุบเท่านั้น ฉะนั้นจะไม่มีการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งนี้

                รอดู “ยุทธศาสตร์” นี้จะได้ผลเพียงใด หรือจะกลายเป็น “กับดัก” ตัวเอง ??

 

====================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์