"ประยุทธ์" กับฝันร้ายทางการเมืองหลัง "เลือกตั้ง"

"ประยุทธ์" กับฝันร้ายทางการเมืองหลัง "เลือกตั้ง" : คอลัมน์...  ขยายปมร้อน  โดย...  สำนักข่าวเนชั่น

 

          ปล่อยหนังตัวอย่างออกมาเรียกแขกกันตั้งแต่ไก่โห่ สำหรับ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” ที่เพิ่งประชุมผู้ร่วมจัดตั้งพรรค เพื่อโหวตเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดขัดตาทัพ ที่มี “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้า

          งานนี้หนึ่งในคีย์แมนผู้ร่วมตั้งพรรคคนสำคัญอย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นคนเสนอชื่อ “หม่อมเต่า” ก่อนได้รับคะแนนโหวตท่วมท้น ทว่าบรรดาพิธีกรรม พิธีการต่างๆ ล้วนน่าสนใจน้อยกว่าความมั่นอกมั่นใจที่สะท้อนผ่านคำพูดของ “สุเทพ” โดยเฉพาะประเด็นที่เจ้าตัวคุยโวทำอย่างกับเห็นอนาคตว่า “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” จะได้เป็นรัฐบาลหลัง “เลือกตั้ง”!!!

          “จะรับใช้ประชาชน ทำงานอย่างทุ่มเท จะไม่รับตำแหน่งใดในพรรคตั้งใจเป็นผู้รับใช้ประชาชน จะไม่ลงสมัครเลือกตั้ง ทั้งส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อแต่จะใช้สิทธิในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคขึ้นเวทีปราศรัยทั่วประเทศเชื่อมั่นพรรคเราจะได้เป็นรัฐบาล”

          ก่อนจะบอกต่ออีกว่า “ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่หมอดูแต่ด้วยความที่อยู่ในการเมืองมานาน และพรรคเราเป็นพรรคของประชาชนแท้จริงใครๆ ก็อยากคบด้วย หลังเลือกตั้งไม่มีพรรคไหนเสียงข้างมากเด็ดขาดแต่จะเป็นรัฐบาลผสม ถึงวันนั้นเตรียมรอรับขันหมากแต่ผมจะไม่รับตำแหน่งในรัฐบาล จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่โดยผมจะทำหน้าที่เป็นโค้ชหรือพี่เลี้ยงให้คนเหล่านี้ด้วยประสบการณ์การเมืองกว่า 40 ปีจะใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด”

          การพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นจะว่าไปก็ไม่ต่างกับการขายฝัน แต่ว่าหลายต่อหลายพรรคหรือกลุ่มการเมืองตอนนี้ต่างก็ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อโน้มน้าวใจผู้คน โดยเฉพาะ “อดีตส.ส.” ให้ย้ายมาสวมเสื้อของตัวเอง

 

          ดังนั้นเวลานี้ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ขายได้ ด้วยคาแรกเตอร์ขึงขัง พร้อมอำนาจเต็มในมือ แถมกลุ่มทุนมากมายหนุนหลัง ใครต่อใครจึงรุมตอมสนับสนุนให้เป็น “นายกฯ” หลังการ “เลือกตั้ง” อีกสมัย

          ในเมื่อกองหนุนพรึบขนาดนี้ ทุกอย่างดูสวยหรู เส้นทางเข้าสู่สภาจากการเลือกของประชาชนดูไม่ใช่เรื่องยากเย็น ที่เห็นชัดๆ ก็คือ “พลังประชารัฐ” ที่มี “กลุ่มสามมิตร” และ “รวมพลังประชาชาติไทย” และอาจจะมีบรรดาพรรคขนาดกลางที่พร้อมเข้าร่วมหากเห็นว่าคะแนนเสียงส.ส. ฝั่งนี้รวมกัน 200 ขึ้นไป

          ทว่าอย่างที่บอกโลกของ “การเมือง” ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ คนที่ช่วยลงแรงไปก่อนย่อมต้องหวังผลตอบแทนหลังเสร็จศึก!!!

          เมื่อลองกวาดสายตาดูบรรดา “นักการเมือง” ที่ออกตัวสนับสนุน “ประยุทธ์” ด้วยแล้ว เรียกว่าพวกเขี้ยวลากดินทั้งสิ้น บางคนประกาศอย่างหน้าชื่นตาบานได้เป็นรัฐบาลแน่นอน บางคนถึงขนาดประกาศรอรับขันหมากกันเลยทีเดียว มุมหนึ่งสะท้อนความคิดที่ไม่เคยเปลี่ยนไป คือต้องการตำแหน่งแห่งหนและอำนาจโดยอ้างประชาชนเป็นสูตรสำเร็จ

          ถึงตอนนั้นถนนการเมืองไทยคงฝุ่นตลบเหมือนเก่า การเจรจาต่อรองเก้าอี้ “รัฐมนตรี” คงสะพัด ถ้าทุกอย่างเป็นจริงตามคำคนที่ประกาศสนับสนุน “ประยุทธ์” ขายฝันไว้ว่าจะกวาดส.ส.ได้เท่านั้นเท่านี้จริง ต่างฝ่ายต่างถือดุลอำนาจต่อรอง และในช่วงนาทีทองแบบนี้เชื่อเลยว่าคงไม่มีใครยอมกันง่ายๆ แน่นอน

          คนที่จะปวดหัวตั้งแต่ยังไม่ฟอร์ม “รัฐบาล” ไม่ใช่ใครที่ไหนหากเป็นตัว “ประยุทธ์”  เองที่จะแบกรับความกดดันรอบทิศตรงนี้อย่างไร ในวันที่อำนาจเบ็ดเสร็จถูกผ่องถ่ายให้ประชาชนจนมี “ส.ส.” และกำลังต้องการอำนาจบริหาร

          ยังไม่ต้องคิดไปถึงตอนมี “รัฐบาลใหม่” แล้ว และถ้าเป็นไปตามคาดว่า “ประยุทธ์” ต้องการเป็น “นายกฯ” จะบริหาร ปกครอง กันท่าไหน เพราะต้องไม่ลืมว่าอำนาจและกลไกพิเศษต่างๆ ไม่มีเหมือนเป็น “รัฐบาลคสช.” ทุกอย่างจะติดขัดไปทั้งหมดหรือไม่

          การตัดสินใจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอาจทำไม่ได้อีกต่อไป ในบางบริบทของการเป็น “รัฐบาลผสม” “รัฐมนตรี” จาก “พรรคร่วม” อาจถือดุลอำนาจข่ม “นายกฯ” ด้วยซ้ำ ด้วยเงื่อนไขแยกตัวจากการ “ร่วมรัฐบาล” หากไม่ได้อะไรตามต้องการ

          ส่วนการจะรับมือฝ่ายค้านในสภาเป็นสิ่งหนึ่งที่ “ประยุทธ์” ไม่เคยเจอเกมการเมืองตามระบอบ “ประชาธิปไตย” จะสนุกแค่ไหนคงนึกภาพกันออก

          ในวันนี้ปัจจัยต่างๆ ทางการเมืองดูเหมือนจะเอื้อ “ประยุทธ์” จนพาให้เคลิบเคลิ้มฝันอะไรไปไกล จนอาจลืมไปว่าถ้า “ประยุทธ์” ไม่คิดลงจากหลังเสือ แต่เลือกขี่อำนาจต่อหลัง “เลือกตั้ง” ถึงวันนั้นอาจจะตาสว่าง เพราะอาจเจอฝันร้ายทางการเมืองเข้าสักวัน