เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

ข่าวทั่วไป  :  13 มี.ค. 2561

วันช้างไทยยิ่งใหญ่สุดอลังการกับ 6 ฉากการแสดงเชิดชูช้างไทยปกป้องกอบกู้บ้านเมือง-เป็นสัตว์มงคลคู่พระบารมีพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ พร้อมจัดโต๊ะจีนยาว200เมตร

 

        วันนี้ 13 มีนาคม 2561 ที่บริเวณลานแสดงช้าง ในโครงการอีเลฟเฟ้นท์เวิลด์ของ อบจ.สุรินทร์ ภายในศูนย์คชศึกษา หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ทำการลั่นฆ้องเปิดงาน“วันช้างไทย”เพื่อเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติภูมิช้างไทย จัดขึ้นโดย อบจ.สุรินทร์

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

          โดยมีการแสดงของช้างในฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่อลังการจำนวน6ฉากการแสดง มีนักแสดงหลายร้อยคนประกอบไปด้วย ชาวบ้านและเด็กนักเรียนในพื้นที่ต.กระโพ และช้างอีก กว่า 50 เชือก ประกอบด้วย องค์ที่1สุรินทร์ถิ่นคชสาร ตำนานชาวกูย องค์ที่2เชียงปุม คชศาสตร์เกรียงไกรประทายสมันต์ องค์ที่3ยุทธหัตถี เกียรติก้อง เกรียงไกร รบไพรีองค์ที่4ศักดิ์ศรีช้างไทยองค์ที่5ตำบอลช้าง โปโลช้าง

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

           และองค์ที่6ช้างไทยใต้ร่มพระบารมีโดยเฉพาะฉากยุทธหัตถีซึ่งเป็นฉากที่ผู้คนต่างตื่นเต้นและสร้างความประทับใจเป็นอย่างมากเล่าถึงการต่อสู้เพื่อช่วงชิงชัยชนะและศักดิ์ศรีเพื่อปกป้องบ้านเมือง ขับไล่อริราชศัตรูที่เข้ามารุกรานบ้านเมือง ซึ่งช้างเป็นพาหนะสำคัญในการทำศึกสงคราม ของชาติไทย

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

          โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์จะใช้ช้างเป็นพาหนะคู่ใจในการนำทัพออกไปสู้รบและทำสงคราม ยุทธหัตถี เมื่อได้รับชัยชนะ ถือเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่มีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั่วหล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีพุทธศักราช2135สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทรงช้างพระไชยานุภาพ เพื่อทำสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดีที่ได้ทรงช้างพลายพันธกอ ทั้งสองกษัตริย์ได้ทำการสู้รบบนคอช้างอย่างองอาจ ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทยผู้ยิ่งใหญ่ ได้รับชัยชนะในการทำสงครามยุทธหัตถีในครั้งนั้น

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

          จากนั้นจะได้มีการเลี้ยงอาหารช้าง โดยโต๊ะจีนช้างที่ยาวเหยียดถึง200เมตร ซึ่งมีช้างร่วมกว่า 100 เชือกที่อยู่ในโครงการนำช้างคืนถิ่นเพื่อพัฒนาสุรินทร์ บ้านเกิดของ อบจ.สุรินทร์ มาร่วมกินผลไม้ เช่น แตงโม สับปะรด กล้วย มันแกว อย่างเอร็ดอร่อย โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมเลี้ยงอาหารช้างอย่างคึกคัก ท่ามกลางความประทับใจของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

           โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ศาลประกำ ภายในศูนย์คชศึกษา บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ นายกิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ นายก อบจ.สุรินทร์ พร้อมส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันประกอบพิธีเซ่นไหว้ศาลปะกำ ซึ่งมีเชือกปะคำที่ทำจากหนังควายเพื่อใช้คล้องช้างในอดีตตั้งอยู่ภายในศาล และเสี่ยงทายคางไก่ ตามประเพณีความเชื่อของชาวกูยเลี้ยงช้าง เพื่อบูชาและบอกกล่าวบรรพบุรุษ

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

            ตามความเชื่อ ที่ว่าเมื่อมีการจัดงานใดๆ จะต้องเซ่นไหว้ศาลประกำทุกครั้ง เนื่องในวันช้างไทย 13 มีนาคม 2561โดยมีหมอช้าง ผู้ซึ่งเคยผ่านพิธีคล้องช้างป่าในอดีตทำพิธีบวงสรวงจากนั้นได้ ร่วมกันประกอบพิธีสงฆ์ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ก่อนที่พระสงฆ์จำนวน ๑๙ รูป ได้ออกรับบิณฑบาตข้าวสารอาหารแห้งจากพุทธศาสนิกชน และช้าง จำนวน ๙ เชือก นำโดยช้างพลายแฝดคู่แรกของโลก พลายทองคำ พลายทองแท่งเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ช้างและควาญช้างที่ล่วงลับ ท่ามกลางผู้คนทั้งนักท่องเที่ยวร่วมตักบาตรจำนวนมาก

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

            นายทองคำ จงใจงาม อายุ45ปี ควาญช้างบ้านตากลาง กล่าวว่า หลังจากแสดงเสร็จก็จะพาช้างมากินน้ำและล้างตัว แล้วตนจะนำมาผูกไว้โรงเก็บช้าง เพื่อให้ช้างได้พักผ่อน ในส่วนของนำช้างไปเร่ร่อนนั้น ตนไม่เคยคิด เพราะอยู่ที่ศูนย์คชศึกษา ตนก็ได้เดือนจาก อบจ.สุรินทร์ต่อเดือน ๆ ละ16,000บาท จะเป็นค่าอาหารให้ช้าง ตนพออยู่ได้

 

 

เชิดชู"ช้าง"ปกป้องกอบกู้บ้านเมือง

           นายบันเทิง เยียรัมย์ อายุ50ปี ควาญช้าง กล่าวว่า ที่ตนอยู่ศูนย์คชศึกษา ตนก็พออยู่ได้เงินที่ได้รับจากอบจ.สุรินทร์ตนจะได้อยู่16,000บาทต่อเดือน เรื่องอาหารนั้นตนต้องหาให้ช้างกินเองและตนไม่คยที่คิดจะพาช้างไปเร่ร่อนเลย ช้างทั้งหมดที่อยู่ ศูนย์คชศึกษานั้นมีทั้งหมด60เชือก ในส่วนของรายได้ของช้างที่มีความสามารถในการแสดงนั้น จะได้เงินเดือนสูงสุดเชือกละ18,000บาท และค่าจ้างต่ำสุด12,000บาทต่อเชือก

-------//--------