‘เจ๊ติ๋ม’ เฮ !! ศาลปกครองตัดสิน คืนช่องทีวีดิจิตัลได้

ข่าวทั่วไป  :  13 มี.ค. 2561

ศาลปกครองกลาง สั่ง กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันธนาคารมูลค่ากว่า 1.7 พันล้านคืน

 

          13 มี.ค. 61-ศาลปกครองกลาง สั่ง กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันธนาคารมูลค่ากว่า 1.7 พันล้านคืน ชี้ กสทช. เปลี่ยนผ่านระบบล่าช้าไม่ตามแผน ชี้ ไทยทีวีมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้และเลิกโดยชอบแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่เหลือ
          ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 มี.ค.61 นายฉัตรชัย นิติภักดิ์ ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองกลางและเจ้าของสำนวน พร้อมด้วยองค์คณะ มีคำพิพากษา ให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ สำนักงาน กสทช. คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงเทพ รวม 16 ฉบับ ลงวันที่ 10 ก.พ.57 จำนวนเงินทั้งสิ้น 1,748,808,000 บาท ที่บริษัทไทยทีวี จำกัด โดยนางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล กรรการผู้มีอำนาจ ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลประเภทช่องรายการข่าวและสาระ ผู้ฟ้องคดี ที่วางเพื่อค้ำประกันการชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของงวดที่ 3 และงวดที่เหลือ คืนให้กับ บจก.ไทยทีวี ทั้งนี้หากคืนไม่ได้ ก็ให้ชดใช้จำนวนเงินตามหนังสือค้ำประกันที่ให้แก่ บจก.ไทยทีวี ผู้ฟ้อง โดยชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด 

         ‘เจ๊ติ๋ม’ เฮ !! ศาลปกครองตัดสิน คืนช่องทีวีดิจิตัลได้
           โดยศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การดำเนินการของ กสทช. ผู้ถูกฟ้องที่ 1 ในการเปลี่ยนผ่านระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์เป็นระบบดิจิตอล เป็ไปอย่างล่าช้าและไม่เป็นไปตามแผนงาน รวมทั้งการประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์ทำได้ไม่ทั่วถึง ประชาชนจึงไม่เข้าใจวิธีการเปลี่ยนผ่านระบบโทรทัศน์รวมทั้งการใช้คูปอง ทำให้การแลกซื้อเครื่องรับสัญญาณเป็นไปอย่างล่าช้า และประชาชนไม่สนใจโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลมากเท่าที่ควร
           เมื่อ กสทช. และ สำนักงาน กสทช. ผู้ถูกฟ้องที่ 1-2 ไม่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว บจก.ไทยทีวี ผู้ฟ้อง จึงมีสิทธิบอกเลิกการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้งสองช่องรายการดังกล่าว และผู้ฟ้องต้องคืนคลื่นความถี่ที่เคยได้รับอนุญาตให้แก่ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง โดยไม่มีสิทธิเผยแพร่ออกอากาศรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลได้อีกต่อไป      
           อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในงวดที่ 2 ทั้งสองช่องรายการ เป็นเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ในงวดที่ครบกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่ผู้ฟ้องได้รับใบอนุญาต อันเป็นระยะเวลาที่ผู้ฟ้องยังประกอบกิจการให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้งสองช่องรายการอยู่ก่อนการขอเลิกการประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้งสองช่องรายการ ผู้ฟ้องจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวทั้งสองช่องรายการให้แก่ผู้ถูกฟ้องทั้งสอง
           ส่วนค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในงวดที่เหลือ เมื่อผู้ฟ้องได้บอกเลิกการประกอบกิจการโทรทัศน์เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้งสองช่องรายการโดยชอบแล้ว ผู้ฟ้องย่อมไม่มีหน้าที่ที่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในงวดหลังจากผู้ฟ้องบอกเลิกสัญญา และผู้ถูกฟ้องทั้งสองต้องคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารในส่วนที่เกินกว่าจำนวนที่ผู้ฟ้องต้องชำระในงวดที่ 1 และงวดที่ 2 คืนให้แก่ผู้ฟ้อง ส่วนความเสียหายที่ผู้ฟ้องได้รับ ล้วนเกิดจากการดำเนินธุรกิจปกติทั่วไปของผู้ฟ้อจึงไม่อาจเรียกค่าเสียหายดังกล่าวกับผู้ถูกฟ้องทั้งสองได้         
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ บริษัท ไทยทีวี จำกัด ได้ยื่นฟ้องศาลตั้งแต่ปี 2559 โดยศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งตามกฎหมาย กสทช. ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาในวันนี้      

           ‘เจ๊ติ๋ม’ เฮ !! ศาลปกครองตัดสิน คืนช่องทีวีดิจิตัลได้

           นางพันธุ์ทิพา ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาว่า พอใจที่ศาลชี้ว่า กสทช.ทำผิดจริง ทำให้คนทั้งประเทศรู้ว่า กสทช.ทำผิดจริง ซึ่งศาลให้ กสทช.คืนแบงค์การันตีให้บริษัทไทยทีวีในงวดที่สาม สี่ ห้าและหก มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ศาลไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 700 ล้านบาทตามที่ขอไป จึงจะยื่นอุทธรณ์เพิ่มเติมในส่วนนี้ โดยมั่นใจว่ามีเอกสารที่ชี้ให้เห็นว่า กสทช.ทำผิดสัญญาจนทำให้เกิดความเสียหาย 

          "เชื่อว่าเราไม่ใช่คนที่ไม่เก่ง ไม่ใช่คนที่อ่อนแอ หรือไม่มีสายป่าน ขาดทุนแล้วจึงเลิก แต่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนเก่ง มีความสามารถ เพียงแต่สิ่งที่ กสทช.ทำไม่ได้เอื้อ และเป็นอุปสรรคจนทำให้เกิดความเสียหาย ประวัติการทำธุรกิจเกือบสี่สิบปีไม่เคยขาดทุนแม้แต่บาทเดียว ทำไมเราจึงจะมาโง่วันนี้ กลายเป็นคนมองธุรกิจไม่เป็น อ่อนแอ เป็นเรื่องที่กระทบภาพลักษณ์มาก การสู้วันนี้ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่สู้เพื่อประชาชน ซึ่งตอนนี้ช่องอื่น ๆ ก็ลำบากหมด บางคนครอบครัวแตกแยก ถึงขนาดเกือบฆ่าตัวตาย ซึ่งล้วนเกิดจากการกระทำของ กสทช.ทั้งสิ้นถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง และแม้ว่า กสทช.ชุดที่อนุมัติเรื่องทีวีดิจิตอลจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับผลกรรมนั้น" เจ๊ติ๋ม กล่าว

          ขณะที่ นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายกสทช. กล่าวว่า ทางกสทช. จะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน เนื่องจากเห็นว่าศาลยังไม่ได้นำข้อเท็จจริงบางส่วนมาประกอบการพิจารณาเช่นรายละเอียดในหนังสือชี้ชวน ที่กำหนดว่าโครงข่ายจะมีการขยายได้ปีละเท่าใดและกรณีที่บริษัทไทยทีวีอ้างว่าโครงข่ายของกรมประชาสัมพันธ์มีปัญหาแต่จริงๆทางไทยทีวีใช้โครงข่ายของผู้ประกอบการรายอื่น.