"เพื่อไทย" แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต

"เพื่อไทย" แถลงจี้ กกต. ทำหน้าที่โดยสุจริต ซัด แบ่งเขตเละเทะ แนะ ถาม ปชช.

 

               เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ พรรคเพื่อไทย  นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส. เชียงราย และคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรค นานวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส. กทม. และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต ส.ส. นครราชสีมา ร่วมแถลงกรณี คสช. ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 และการแบ่งเขตของ กกต.

 

 

 

               นายสามารถ อ่านแถงการณ์ เรื่อง ขอให้ กกต. ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย โดยสุจริต และเป็นธรรม ตอนหนึ่งว่า ตามที่หัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่ง ที่ 16/2561 เปิดให้มีการยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งต่อ กกต. และ คสช. และรัฐบาลได้ โดยให้อำนาจ กกต. ที่จะเปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้ โดยกรณีจำเป็นก็ไม่จำต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือมติใดๆ ของ กกต. ที่ออกไว้ได้ โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญและเป็นที่สุด พร้อมทั้งขยายเวลาในการแบ่งเขตของ กกต. ไปจนถึงวันที่ 10 ธ.ค. 2561

               พรรคเห็นว่าการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว มีนัยทางการเมือง และไม่ชอบด้วยหลักการทางกฎหมาย 4 ประการ คือ  1. คสช. ได้ออกคำสั่งดังกล่าวโดยที่มิได้มีการร้องขอจากฝ่ายใด และไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดที่ต้องใช้มาตรา 44 ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการออกคำสั่งนี้มีนัยทางการเมืองแอบแฝง และถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. 2. การออกคำสั่งให้ กกต. เปลี่ยนแปลงการแบ่งเขตเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องทำตามกฎหมาย และระเบียบที่ตนออกไปก็ได้นั้น เป็นการส่งสัญญาณให้ กกต. ทำผิดกฎหมายได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ระเบียบ และความคิดเห็นของประชาชนจำนวนนับหมื่นของแต่ละจังหวัดที่เสนอความเห็นต่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง และยังไปรับรองว่าการกระทำดังกล่าวของ กกต. ให้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้

 

 

 

               นายสามารถ กล่าวต่อว่า 3. เนื่องจากมีหัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรคการเมืองดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลถึงสี่คน และรัฐบาลกับ คสช. ก็อยู่องคาพยพเดียวกัน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งได้กล่าวยอมรับว่า รัฐบาล และ คสช. เป็นพวกเดียวกัน ดังนั้น การออกคำสั่งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์สำหรับผู้สมัครของพรรคการเมืองในซีกรัฐบาลเพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งได้ และ 4. กกต. เป็นองค์กรอิสระต้องมีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความกล้าหาญ ต้องยึดกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ควรโอนอ่อนผ่อนตามไปตามความเห็นของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด โดยไม่คำนึงถึงกฎหมายและระเบียบที่ตัวเองกำหนดขึ้น และโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนในเขตพื้นที่

               การแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นต้นธารของการเลือกตั้ง หากการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ตั้งแต่ต้นเสียแล้ว ย่อมส่งผลทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรมได้ พรรค พท. จึงขอเรียกร้องและให้กำลังใจต่อ กกต. โดยขอให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ยึดกฎหมายเป็นหลัก แม้จะได้อำนาจมาให้กระทำการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายได้ ก็ไม่ควรที่จะกระทำ รูปแบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนแปลงโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ โดยไม่ฟังเสียงประชาชนนั้น ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด

 

 

 

               นายประเสริฐ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่าง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ มี 14 เขตเลือกตั้ง ได้รับผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งหลายเขต ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ร้องเรียนกับ กกต. จังหวัดแล้วกว่า 10 เขต เช่น อำเภอพิมาย ซึ่งเป็นเขตใหญ่และไม่ควรถูกแบ่งออกจากกัน แต่กลับเอาอำเภอพิมายมาแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้ง แล้วเอาไปรวมกับอำเภอต่างๆ เช่น อำเภอโนนสูง อำเภอชมพู และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น และอำเภอสีคิ้วซึ่งเป็นอำเภอใหญ่ก็ถูกแบ่งออกเป็นสามเขตเลือกตั้งด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการแบ่งไปรวมกับอำเภอเมืองที่ไม่เคยอยู่เขตเลือกตั้งเดียวกันมาก่อน ก็ถูกจับเอามารวมกัน ทั้งที่การคมนาคมต้นทางถึงปลายทางห่างกันร่วม 100 กิโลเมตร

               นายวิชาญ กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ กทม. เราได้ทำหนังสือโต้แย้งกับทาง กกต. ไปตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา เราขอยกตัวอย่างเช่น เขตสายไหม แขวงคลองถนน ถูกแบ่งเอาไปรวมกับเขตบางเขน ส่วนเขตบางเขนถูกบวกกับเขตหลักสี่ ส่วนเขตมีนบุรีเอาไปรวมกับเขตคันนายาว เท่ากับว่าเขตบางเขน สายไหม และมีนบุรี โดนแบ่งไปหมด นี่ถ้าแบ่งไปรวมกับฉะเชิงเทรา หรือสมุทรปราการได้ เขาคงทำไปแล้ว

               นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เขตเลือกตั้ง ลดลง 25 เขต เหลือ 350 เขต บัญชีรายชื่อ 150 คน ทั้งนี้ เราขอเสนอว่าจังหวัดใดที่ ส.ส. เท่าเดิม ไม่ควรเปลี่ยนเขตเลือกตั้ง ยกเว้นกรณีที่ ส.ส. ลดลง แต่การแบ่งเขตก็ต้องดูตามมาตรา 27 แต่การแบ่งอำเภอเป็นหลายเขต ไม่มีเหตุผล จะมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เอื้อประโยชน์ในทางการเมือง ตั้งแต่จะเริ่มการเลือกตั้งก็มีการเอาเรื่องการแบ่งเขตมาต่อรองทางการเมือง ประมาณว่าใครอยู่กับเราก็แบ่งเขตให้ตามเดิม ใครดื้อแพ่งก็แบ่งเขตให้เสียประโยชน์มากที่สุด พรรค พท. ติดตามการแบ่งเขตมาอย่างต่อเนื่อง ฟังธงได้ว่าการแบ่งเขตถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองของผู้มีอำนาจ

 

 

 

               นายชูศักดิ์ กล่าวต่อว่า หาก กกต. จะมีการใช้เขตเลือกตั้งนอกเหนือจาก 3 รูปแบบเดิม ถามว่าคุณได้บอกประชาชนหรือยัง ได้สอบถามความเห็นประชาชนหรือไม่ ดังนั้น หากมีการใช้นอกเหนือจาก 3 รูปแบบ ควรบอกประชาชนและเปิดโอกาสให้เขาแสดงความคิดเห็น ควรเล่นแบบแฟร์เพลย์

               เมื่อถามว่า หากใน 1 อำเภอ ถูกแบ่งออกเป็นหลายเขต แล้วใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ซึ่งเลขผู้สมัครไม่เหมือนกัน จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายชูศักด์ กล่าวว่า สับสนอยู่แล้ว ดังนั้น อย่าแบ่งเขตแบบนี้ดีที่สุด หาก กกต. ทำแบบนั้นจริง ประชาชนก็คงต้องจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ทั้งนี้ ภายหลังจากการแถลงพรรค พท. จะยื่นหนังสือพร้อมเอกสารทั้งหมดที่ได้แถลงในวันนี้แก่ กกต.

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่