เปิดใจ‘หนิง ฟู่ ขุย’เอกอัครราชทูตจีน

เปิดใจ‘หนิง ฟู่ ขุย’เอกอัครราชทูตจีน‘ยันแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี’

           2 ปี 3 เดือนของการรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยคนที่ 11 นายหนิง ฟู่ ขุย ให้สัมภาษณ์พิเศษแบบตัวต่อตัวกับสื่อมวลชนไทยเป็นครั้งแรกกับนายสุทธิชัย หยุ่น ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารและกองบรรณาธิการ บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) ซึ่งถือเป็นการพูดคุยในช่วงเวลาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์สองประเทศถูกจับตาว่าลึกซึ้งแนบแน่นกว่าในยุคก่อน โครงการรถไฟความเร็วสูงคือรูปธรรมที่สุดที่เกิดขึ้นในช่วงที่เอกอัครราชทูตท่านนี้กำลังทำหน้าที่ เศรษฐกิจแดนมังกรที่ทั่วทั้งโลกรวมทั้งบ้านเราห่วงกังวลเพราะมีผลโยงใยแทบจะถ้วนหน้า การคัดง้างอิทธิพลของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาในภูมิภาค ตลอดจนปัญหาอ่อนไหวอย่างทะเลจีนใต้ที่ยังเป็นประเด็นร้อน กระทั่งการยืนยันท่าทีของรัฐบาลปักกิ่งต่อโครงการขุดคลองคอดกระซึ่งมีข่าวลือต่างๆ นานาในช่วงที่ผ่านมา

           “คม ชัด ลึก” นำเนื้อหาการสัมภาษณ์บางประเด็นมานำเสนอ

           ทะเลจีนใต้หลังการสร้างเกาะเทียม และสหรัฐส่งเรือรบมาวนเวียน

           เอกอัครราชทูตจีน ตอบคำถามนี้ โดยที่ไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดว่า การที่ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง อาจเป็นเพราะว่าบางประเทศทั้งที่อยู่และไม่ได้อยู่ในภูมิภาค ได้หยิบยกปัญหาที่จีนไปสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเกาะของเราเองให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ การปลูกสร้างบนเกาะหรือแนวโขดหินเป็นการกระทำภายใต้ขอบเขตหรืออธิปไตยของจีน ทั้งยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่ตอบสนองความต้องการพลเรือนเป็นส่วนมาก มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันและรักษาความปลอดภัย ที่จะไม่มีผลต่อเสรีภาพในการเดินเรือและความปลอดภัยของทะเลจีนใต้แน่นอน

           บางประเทศ ควรสนับสนุนการใช้ความพยายามของประเทศในภูมิภาคนี้เพื่อพัฒนาความมั่นคงและเสรีภาพในการเดินเรือในทะเลจีนใต้ แทนยั่วยุปลุกปั่นทำให้ประเด็นปัญหากลายเป็นเรื่องใหญ่ สร้างความตึงเครียด และถ้าไม่มีประเทศที่จงใจยั่วยุทำเป็นเรื่องใหญ่ สงครามไม่มีวันเกิด เพราะจีนยืนยันแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี

           โต้เสียงวิจารณ์ส่งกลับสองนักเคลื่อนไหว

           หลังจากทางการไทยส่งนักเคลื่อนไหวชาวจีน 2 คนกลับประเทศ มีเสียงวิจารณ์แสดงความผิดหวังและวิตกจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แต่นายหนิง กล่าวว่า ทางไทยพิสูจน์แล้วว่า สองคนนี้อยู่เกินกำหนดซึ่งผิดกฎหมายเข้าเมือง และในเมื่อเป็นคนจีนก็ต้องส่งตัวกลับจีน ซึ่งเป็นมาตรการภายใต้ความร่วมมือด้านตำรวจและความมั่นคงระหว่างสองประเทศ ทางการไทยปฏิบัติตามหน้าที่ จึงไม่มีเหตุผลที่ประเทศอื่นจะมาต่อว่า

           ส่วนความวิตกเรื่องสวัสดิภาพของชาวจีนทั้่งสองหลังกลับประเทศ จีนเป็นนิติรัฐ จะดำเนินขั้นตอนตามกฎหมายและอย่างเป็นธรรมแน่นอน

           เมื่อถามว่าทั้งสองคนนี้ถูกส่งกลับหลังได้รับสถานะผู้ลี้ภัยแล้ว? ทูตจีนกล่าวเพียงว่า รัฐบาลจีนยังไม่ได้รับข้อมูลมากพอจะตอบคำถาม แต่จีนหวังว่า ยูเอ็นเอชซีอาร์จะไม่นำเรื่องคนจีนที่กระทำผิดอาญาในจีนอยู่แล้ว มาเป็นประเด็นทางการเมือง

           ความคืบหน้าโครงการรถไฟไทย-จีน

           ต้นเดือนธันวาคมนี้ รัฐบาลไทย-จีนจะลงนามกรอบความร่วมมือ ลำดับต่อไปคือคุยรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งลงทุน และวิธีร่วมทุนโดยจีนตระหนักดีว่าฝ่ายไทยหวังให้จีนเสนออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ดี ขณะเดียวกันฝ่ายจีนก็คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน รวมทั้งคำนึงถึงว่าทำอย่างไรให้ประคับประคองโครงการรถไฟไทย-จีนประสบความสำเร็จ สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จีนให้แก่ไทย จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าต้นทุนของการแสวงหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศอย่างแน่นอน

           ด้านการก่อสร้าง ขอให้วางใจว่า จีนจะสร้างด้วยประสิทธิภาพสูง ประกันคุณภาพและความปลอดภัย รถไฟความเร็วสูงที่สร้างเสร็จในจีนถึงสิ้นปีนี้ 1.8 หมื่นกิโลเมตร ซึ่งคิดเป็น 60% ของรถไฟความเร็วสูงทั่วโลก ด้วยประสบการณ์ด้านระบบรางที่สั่งสมมา จีนจะใช้เวลาก่อสร้างน้อยกว่าหลายประเทศในโลก

           ดึงทุนจีนร่วม 10 กลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ของไทย

           สิ่งที่เอกอัครราชทูตหนิง ฟู่ ขุย กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน คือการศึกษามาตรการใหม่ของครม.ที่เพิ่งอนุมัติให้พัฒนา 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์ที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย เมื่อศึกษาละเอียดดีแล้ว ก็จะเสนอแนะให้รัฐบาลปักกิ่งรณรงค์ให้ภาคธุรกิจจีนเข้ามามีส่วนร่วม แต่จะร่วมเฉพาะภาคธุรกิจที่ไทยต้องการ และเป็น ธุรกิจที่จีนมีจุดแข็ง

           ความสำคัญของโครงการรถไฟไทย-จีน ยังมีความเกี่ยวโยงอย่างสำคัญในแง่ที่ว่า จะส่งผลต่อยอดไปยังความร่วมมือด้านการลงทุนและเศรษฐกิจแขนงอื่น หากโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักธุรกิจทั้งจีนและไทยในเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และถ้าทำให้ภาคธุรกิจของจีนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่รัฐบาลไทยยกขึ้นมา รวมทั้งในกระบวนการของการพัฒนาซูเปอร์คลัสเตอร์ ก็สามารถทำให้การลงทุนของจีนในไทยเพิ่มขึ้นได้

           ในความเห็นของทูตจีน นอกจากรถไฟแล้ว ขบวนการที่เป็นยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ๆ ของไทยนั้น ทางไทยกับจีนสามารถหาจุดเชื่อมโยงที่มีประโยชน์ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอที อีคอมเมิร์ซ โรงงานผลิตไฟฟ้า พลังงานทดแทน โทรคมนาคม วิทยาศาสตร์การแพทย์ การแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร

           ความเป็นหุ้นส่วนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก (ทีพีพี) ที่สหรัฐกับญี่ปุ่นเป็นแกนนำ กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคของอาเซียน หรืออาเซียนบวก 6 (อาร์เซ็ป) ซึ่งจีนมีส่วนสำคัญ

           รัฐบาลจีนเปิดใจกว้างต้อนรับทุกกลไกที่ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก แต่การทำกลไกใดก็แล้วแต่ จะต้องคำนึงว่าประเทศหรือภูมิภาคที่อยู่ในเอเชียแปซิฟิกมีความแตกต่างกันในระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และมีความต้องการส่วนตัว ส่วนจีนคิดว่า การผลักดันให้เกิดกลไกการค้าเสรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต้องอยู่บนพื้นฐานของการเจรจาแบบเสมอภาค อะลุ้มอล่วย เอาใจเขาใส่ใจเรา

           การเจรจาเกี่ยวกับอาร์เซ็ป มีความคืบหน้าและคาดว่าจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ปีหน้า ถือเป็นข่าวดีสำหรับการพัฒนาความร่วมมือภาคเศรษฐกิจ-การลงทุนในภูมิภาคนี้

           ส่วนใครจะมองว่าสหรัฐผลักดันทีพีพีเพื่อมาถ่วงดุลอิทธิพลของจีน และมองว่าจีนสนับสนุนอาร์เซ็ป เพื่อถ่วงดุลสหรัฐนั้น ทูตจีนกล่าวว่า ความเห็นเรื่องทีพีพีกับอาร์เซ็ปทีี่แตกต่างกันเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลก ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีกลไกการค้าเสรีแค่กลไกเดียว เศรษฐกิจจีนก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแนวโน้มอยู่แล้วว่า ต้องเดินหน้าต่อไป และไม่มีประเทศไหนที่อาจจะเข้ามาหยุดยั้งได้

           เศรษฐกิจจีนที่กำลังเข้าปรับเข้าสู่ความปกติในรูปแบบใหม่ (new normal) ควรห่วงมากน้อยแค่ไหน

           หลังจากเศรษฐกิจจีนพัฒนาอย่างรวดเร็วตลอด 30 ปี ขณะนี้จีนกำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ด้วยการเน้นนวัตกรรม อันที่จริง ขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวอย่างอ่อนแรง ขณะที่เศรษฐกิจจีนเองก็กำลังปรับโครงสร้าง ดังนั้น การสามารถรักษาการเติบโตไว้ได้ที่ประมาณ 7% เป็นผลงานที่ไม่ได้มาง่ายๆ และถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่สูงมากแล้วในบรรดาประเทศเศรษฐกิจใหญ่ หากไม่รวมประเทศอย่างอินเดีย

           มูลค่ารวมทางเศรษฐกิจของจีนใหญ่ขึ้นทุกที การรักษาการเติบโตให้เป็น 2 หลักต่อปี เป็นเรื่องยากมาก และเพื่อให้เศรษฐกิจพัฒนาอย่างยั่งยืนรวมถึงมีประสิทธิภาพสูง พรรคคอมมิวนิสต์ได้วางแนวทางสำหรับการพัฒนาในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งให้น้ำหนักเรื่องนวัตกรรม, สมดุล-ปรองดอง, เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, เปิดประเทศอย่างต่อเนื่อง, แบ่งกันประโยชน์แก่กันและกัน

           จีนกำหนดเป้าหมายการพัฒนาระยะ 5 ปีหน้าหรือปี 2563 ให้จีดีพีเป็น 2 เท่าของเมื่อปี 2553 และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ เศรษฐกิจจีนจะต้องขยายตัวอย่างน้อยปีละ 6.5%

           เศรษฐกิจจีนสดใส-มั่นใจได้

           เอกอัครราชทูต หนิง ฟู่ ขุย ใช้คำว่า อนาคตเศรษฐกิจจีนสดใส พร้อมยกตัวเลขการลงทุนจากต่างประเทศในปี 2557 มากถึง 102,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับช่วงเดือนมกราคม-ตุลาคมปีนี้มีการลงทุนต่างชาติในจีนมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ นอกจากนั้น ผู้นำจีนยังไปเยือนอังกฤษ ต่อมาผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศส เดินทางเยือนจีน การที่ชาติตะวันตกให้ความสำคัญและกระตือรือร้นที่จะร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน สะท้อนว่า มั่นใจในเศรษฐกิจและตลาดจีน

           10 ปีข้างหน้าจีนจะมีการลงทุนไปยังต่างประเทศ 1,250,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันภายใน 5 ปีข้างหน้าจีนจะนำเข้าสินค้าสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะนี้มูลค่ารวมการค้าระหว่างจีน-อาเซียนอยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านดอลลาร์และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งใน 5 ปีข้างหน้าจีนจะลงทุนในอาเซียน 1 แสนล้านดอลลาร์

           จีนตระหนักว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนมีส่วนเกื้อกูลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสูงถึง 30% รัฐบาลจีนจะมีมาตรการที่เป็นชุดเพื่อส่งเสริม-ผลักดันเศรษฐกิจไปข้างหน้า

           ช่วงท้ายของการพูดคุย ยังมีคำแนะนำที่น่าสนใจว่า หากธุรกิจไทยระดับกลางและเล็ก อยากเข้าไปเจาะตลาดจีนให้สำเร็จ ลู่ทางใดที่เป็นทางเลือก และชาวนา 100 ล้านคนที่จีนตั้งเป้าเปลี่ยนโฉมพวกเขาเป็นคนเมือง มีสำมะโนประชากรในเมืองกันถ้วนหน้าภายในเวลา 5 ปีข้างหน้านี้ เป็นพลังบริโภคใหม่ที่เอกชนไทยไม่น่ามองข้าม

           ทั้งหมดนี้ติดตามสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในรายการ “ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น” เสาร์ที่ 28-พฤศจิกายน และอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 22.30-23.00 น. ทางเนชั่นทีวี


เปิดอ่าน