ผู้นำจีนชมอภิสิทธิ์รักษาความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนาน

"หู จินเทา"ผู้นำจีนยกย่องนายกฯอภิสิทธิ์รักษาความสัมพันธ์ไทย-จีนที่มีมายาวนาน นายกรัฐมนตรีไทยเชื่อมั่นการเยื่อนจีนครั้งนี้จะส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการค้า การลงทุน จะครอบคลุมความร่วมมือในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ

สำนักข่าวซินหัวรายงานวันที่ 26 มิ.ย. นายหู จินเทา ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนกล่าวเมื่อเช้าระหว่างการพบปะกับ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยได้อ้างถึงสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ได้พูดคุยกับนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจี เมื่อวันพุธ ว่านายกรัฐมนตรีไทยได้ให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับจีน และได้มีการบรรลุข้อตกลงกันในหลายเรื่องสำคัญ

ประธานาธิบดีหู แสดงความเชื่อมั่นด้วยว่า การเยือนจีนครั้งนี้ของนายอภิสิทธิ์จะกระชับความรวมมือ และความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานยังรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์เดินทางเยือนจีนนาน 4 วัน พร้อมกับคณะนักธุรกิจกลุ่มใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการค้าและการท่องเที่ยว ในโอกาสนี้ได้พบปะกับนายเซา ซีเหว่ย ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศจีนเมื่อวานนี้ คาดว่าได้มีการขอให้จีนยกเลิกคำเตือนนักท่องเที่ยวจะเดินทางไปประเทศไทย หลังมีการประกาศเตือนเมื่อเดือนเมษายนจากเหตุประท้วงป่วนการประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาที่พัทยาจนการประชุมล่ม และบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลในกรุงเทพฯ

นายอภิสิทธิ์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันพุธ และได้เดินทางไปยังเมืองท่าเทียนจินเมื่อวานนี้ และจะเดินทางจากปักกิ่งไปมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของประเทศในวันนี้

 ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายหูเมื่อเวลา 08.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ณ มหาศาลาประชาชน  ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือนายอภิสิทธิ์ กล่าว ว่า เป็นการย้ำเนื้อหาสาระที่ได้มีการหารือกับนายเวิน คือ จะส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการค้า การลงทุน จะครอบคลุมความร่วมมือในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งภายในของแต่ละประเทศและระบบการเงินโลก

 สำหรับความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน ที่จะครบรอบ 35 ปี ในปี 2553 ได้มีการพูดถึงการเชื่อมโยงทางเหนือของไทยและทางใต้ของจีน ให้มากขึ้นเพราะจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับประชาชนภาคเหนือของไทย และยังเป็นการช่วยอาเซียนที่จะเกี่ยวข้องกับลาวและพม่า

 "จะเห็นผลเป็นรูปธรรมในปี 2553 ปัจจุบันถนน และสะพาน ก็มีความพร้อมในระดับหนึ่ง ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมฉลองทางการทูตของไทย-จีน ครบ 35 ปี ส่วนการเชื่อมโยงในระบบราง ก็คงต้องมีการคุยกัน และเชื่อว่าการเชื่อมโยงเส้นทางต่าง ๆ จะไม่มีปัญหา แม้จะผ่านพม่า และลาว เพราะจีนได้ให้การสนับสนุนโครงการพื้นฐานกับพม่าและลาวอยู่แล้ว" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 


เปิดอ่าน