'สุเทพ'เปิดแผน22ธ.ค.ปิดกทม.ครึ่งวันไล่'ปู'

'สุเทพ' เสนอ 5 แนวทางปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง รับกำลังหาทางไม่ให้มีเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 แต่ไม่เข้าข่ายขวางเลือกตั้ง เปิดแผน22ธ.ค.ปิดกทม.ครึ่งวันไล่'ปู'

             18ธ.ค.2556 ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวเปิดงาน "หาทางออกประเทศไทย ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง" ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเปิดงานได้กล่าวต้อนรับ เสร็จแล้วได้เชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีโดยยังคงกล่าวย้ำให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนเลือกตั้ง พร้อมปฏิรูปกติกาการเลือกตั้ง กฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตคอรัปชั่น ไม่มีอายุความ ปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการกระจายอำนาจปกครองลงไปท้องถิ่น มีแค่ส่วนกลางและท้องถิ่น จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด จากนั้น จึงมีการเสวนา โดยมี นายสุริยะใส กตะศิลา  ดร.เจษฎ์ โทณวนิก นายคมสันต์ โพธิ์คง และนายชัยมงคล เสน่หา เป็นวิทยากร ซึ่งได้รับความสนใจจากอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษา บุคคลทั่วไปจำนวนมาก

             นายสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ไปไหนมาไหนก็ลำบาก เพราะมีหมายจับติดตัวอยู่ แต่เมื่อทาง ม.รามคำแหงจัดเวทีที่เป็นประโยชน์ขึ้นมา ก็ต้องมาให้ได้ ถึงตอนนี้ที่ประชาชนออกมาสู้เพื่อโค่นระบอบทักษิณ และต้องการปฏิรูปประเทศ ยังคงเป็นรูปแบบที่ยึดความสันติ ไม่ใช่ความรุนแรง จะเห็นได้ว่าการชุมนุมที่ผ่านมาของกปปส.ไม่เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจากน้ำมือของผู้ชุมนุมเลย เพราะนี่เป็นการต่อสู้ของคนที่รักชาติ ไม่ใช่พวกก่อการร้าย

             ทั้งนี้ การต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับระบอบทักษิณจำเป็นต้องใช้เวลา จบสั้นๆ คงเป็นไปไม่ได้ ต้องใช้พลังที่มาจากแรงใจของผู้ชุมนุม โดยจะชนะกันได้ก็ต้องวัดกันที่มวลชนที่ออกมาร่วมสู้ด้วยกัน ถึงขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ประชาชนต้องการปฏิรูปประเทศ เพื่อเป็นทางออกให้บ้านเมืองได้เดินก้าวหน้า แต่ยังมีเรื่องที่สับสน ซีกของรัฐบาลบอกว่า ต้องเลือกตั้งกันก่อนแล้วถึงจะปฏิรูป ซึ่งประชาชนไม่เอาแน่นอน เพราะหากเลือกตั้งก็เป็นคนกลุ่มเดิมที่กลับมามีอำนาจอีก และหากจะแก้ไขกฎหมาย หรือปฏิรูปก็เกิดจากน้ำมือของคนอำนาจเดิมที่ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ แต่หากปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก็จะเป็นการกระทำจากความต้องการของประชาชน ไม่มีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมืองอีกแน่นอน งานนี้จะเป็นงานสุดท้าย พอจบแล้วก็เลิกกัน

             “ผมบอกได้เลยว่าสถานการณ์การเมืองทุกวันนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ พวกโลกสวยทั้งหลายจงรู้ไว้ด้วย หากจะเอาหลักเกณฑ์มาแก้ไขปัญหานั้นคงไม่ได้ เพราะสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีอยู่ในตำรา สิ่งที่ประชาชนต้องการคือให้น.ส.ยิ่งลักษ์ ชินวัตร และครม.ลาออกจากการรักษาการ เพื่อให้เกิดสุญญากาศในช่วงสั้นๆ และจะได้มีนายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลที่มาจากประชาชน เพื่อนำไปสู่การตั้งสภาประชาชนต่อไป เราอยากได้การเลือกตั้ง แต่ขอให้มีการปฏิรูปก่อนเพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ใช้การเลือกตั้งเป็นบันไดสู่อำนาจเหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งผมยืนยันไม่ได้ว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ส่วนตัวกำลังปรึกษากันว่า จะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้ง และการกระทำนั้นต้องไม่เข้าข่ายความผิดขัดขวางการเลือกตั้ง” นายสุเทพ กล่าว

             นายสุเทพ กล่าวต่อไปว่า คำว่าสภาประชาชนถูกโจมตีว่าคือระบอบคอมมิวนิสต์ จริงๆ คือเป็นสภาที่ไม่มีนักการเมืองมาเกี่ยวข้อง ประชาชนต้องการที่จะดำเนินการเองทั้งหมด เพราะที่ผ่านมานักการเมืองเข้ามาในสภาก็เขียนกฎหมาย แก้กฎหมายเพื่อพวกพ้องตนเองทั้งหมด นี่คือสัจธรรมของนักการเมือง แต่สภาประชาชนก็จะอยู่ไม่นาน จะอยู่เพียงแค่ 1 ปีเพื่อแก้ไขปัญหาปฏิรูปประเทศชาติ และนำไปสู่การเลือกตั้ง โดยสิ่งที่ต้องปฏิรูปโดยสภาประชาชนมีอยู่ 5 เรื่อง คือ

             1.การเลือกตั้ง โดยต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ต้องไม่ให้มีการทุจริตการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้ตัวแทนที่เป็นตัวแทนจริงๆ เป็นคนดีเข้าไปทำงานในสภา 2.การคอรัปชั่น ต้องแก้กฎหมายการทุจริต คอรัปชั่นให้ครอบคลุม เช่น หากมีการทุจริตขึ้นมา ประชาชนในฐานะที่เป็นผู้เสียหาย สามารถยื่นฟ้องผู้ทุจริตได้ทันที ไม่ต้องผ่านกระบวนการทางตำรวจ ที่ยุ่งยากชักช้า และรับใช้นักการเมืองทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า อีกทั้ง คดีคอรัปชั่น ต้องไม่มีอายุความ คนทุจริตแก่แค่ไหนเมื่อทำผิดก็ต้องเข้าคุก ต่อให้หนีไปต่างประเทศกลับมาก่อนตาย ก็ถือว่ามีความผิด

             3.ยกเลิกระบบราชการส่วนภูมิภาค ประชาชนสามารถเลือกและแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เอง ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาแต่งตั้งให้ รวมถึงงบประมาณของแต่ละจังหวัดก็ต้องเป็นธรรม ไม่ใช่จังหวัดของฝ่ายค้านแล้วรัฐบาลไม่จัดสรรงบให้ 4.แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเชื่อว่ามีประเด็นที่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น ช่วยเหลือคนจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยดูแลเรื่องที่พักอาศัย การศึกษา อาชีพ และการรักษาพยาบาล และจะไม่ให้มีนโยบายประชานิยมมาหากินอีกต่อไป เพราะถือเป็นการต้มประชาชน และ 5.ปฏิรูปตำรวจ ต้องเป็นตำรวจที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง คนที่จะให้คุณให้โทษกับตำรวจคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมืองอีกต่อไป และคณะกรรมการตำรวจที่เป็นพลเรือน ก็ต้องเป็นประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พวกพ้องของตำรวจเหมือนเดิม และเมื่อปฏิรูปได้ตาม 5 ข้อข้างต้นแล้ว ก็จะกลับเข้าสู่รูปแบบการเลือกตั้งได้ทันที

             อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงกล่าวถึงเหตุการณ์การปะทะที่รามคำแหง ว่า ขณะนี้กำลังมีกลุ่มบุคคลที่พยายามบิดเบือนข้อมูลว่านักศึกษารามคำแหง เป็นผู้ก่อเหตุสร้างความรุนแรง ซึ่งหลังจากกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานทำให้ทราบว่ามีอาวุธไม่ต่ำกว่า 15 ชนิดภายในมหาวิทยาลัยแสดงถึงความตั้งใจผู้ก่อเหตุที่มุ่งทำร้ายนักศึกษา ทั้งนี้ จากที่ตนอยู่กับนักศึกษาตลอดในวันปะทะทำให้ทราบว่านักศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่มีอาวุธ แต่มีกลุ่มคนพยายามบอกว่ามีอาวุธ ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ปะทะที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงสามารถทำแผนที่จุดเกิดเหตุได้แล้ว และที่สำคัญไม่มีทางเป็นไปได้ที่กระสุนจะยิงจากมหาวิทยาลัยไปตกที่สนามรัชมังคลาฯ โดยหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นมาได้แต่สาปแช่ง และตนรู้ว่าใครเป็นคนสั่งยิง แต่ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้ โดยได้แต่สาปแช่งผู้ที่ก่อเหตุ ย้ำว่าเหตุการณ์ที่รามคำแหงในคืนเกิดเหตุไม่มีตำรวจ และรู้สึกเสียใจ คนที่นับถือไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม วานนี้ (17 ธ.ค.) ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เรียกให้ไปชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยโดยตั้งคณะกรรมการไต่สวนเรื่องนี้แล้ว โดย มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน

             ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่การกล่าวหาว่า อธิการบดีเป็นคนตั้งเวทีจนเกิดการปะทะ ย้ำว่าไม่ได้เป็นคนตั้งเวทีโดยเน้นว่าหากอธิการบดีรามคำแหงเป็นคนตั้งเวทีคนจะออกมาเป็นแสนคนไม่ใช่เหมือนเหตุการณ์ที่นักศึกษาออกมา 2-3 พันคน ส่วนที่ทหารเข้ามาช่วยนักศึกษา และมีคนพยายามบิดเบือนนั้น เหตุที่ทหารเข้ามาช่วยเป็นเพราะประสานผ่าน พล.ร.อ.พระจุณณ์  ตามประทีป และให้เบอร์ติดต่อทาง พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. โดยตรง ภายใน15 นาทีจึงมีการส่งทหารเข้ามาช่วยนักศึกษา และหลายภาคส่วนเข้ามา ที่น่าสังเกตหลังทหารเข้ามามือปืนหายหมด ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการยิงเสียงดังตลอดเป็นระยะ จึงอยากฝากให้ชาวรามคำแหงได้จดจำและสำนึกบุญคุณในวันนั้น

 

"สุเทพ"เมินถูกอายัดบัญชี-เปิดเส้นทางเดิน
    


             เมื่อเวลา 20.20 น. นายสุเทพ ได้ขึ้นปราศรัยเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยความว่า ฝากบอกไปถึงรัฐบาลและนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอว่า ไม่ว่าจะตั้งข้อหาเราอีกกี่ข้อหา เราก็จะสู้จนกว่าจะชนะ กรณีอายัดบัญชียิ่งทำให้เรามีแรงมากขึ้น เชิญอายัดไปเลยทุกบัญชี เราจะชุมนุมต่อ จะสู้จนกว่าจะไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งให้ได้
 
             นายสุเทพกล่าวต่อว่า วันนี้มีเสวนาทางออกประเทศไทย ที่ ม.รามคำแหง ตนไปร่วมงานด้วย อธิการบดี ม.รามฯ กล่าวเปิดเสวนาและพูดถึงคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคม ที่นักศึกษารามฯ ถูกฆ่าถูกทำร้ายบาดเจ็บหลายคนว่า เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น ตำรวจหายหมด ไม่ดูแล ผ่านวิกฤติมาได้เพราะทหารจากราบ 11 มาช่วย ซึ่งตนได้เห็นคลิปวิดีโอ มือปืนยิงนักศึกษารามฯ ใส่ชุดดำเหมือนที่ยิง พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เมื่อปี 53 ที่ถนนราชดำเนิน

นายสุเทพบอกว่า นอกจากนี้ตนบังเอิญไปเห็นคลิปที่ "ตั้ง อาชีวะ" พูดบนเวทีคนเสื้อแดง ที่สนามราชมังคลาฯ ตนอยากเชิญให้ทหารไปหาคลิปนี้ดูแล้วจะได้รู้สึก จะได้เข้าใจว่า คนชุดดำ-ชุดแดงในระบอบทักษิณพวกเดียวกันทั้งนั้น ตนจะดูว่านายธาริตและบรรดาตำรวจทั้งหลายจะดำเนินคดีกับ "ตั้ง อาชีวะ" อย่างไร ถ้าไม่ดำเนินคดี รอวันที่ประชาชนชนะ ตนจะคิดบัญชีย้อนหลังทั้งธาริต ทั้งตำรวจ
 
             นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับการเดินเชิญชวนในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ เริ่มจาก คปท.จะเป็นกองหน้า ตามด้วยกองทัพธรรม จากนั้นเป็นชาวราชดำเนินเป็นทัพหลัง แต่ตนจะเดินนำหน้าพวกท่าน ทะลุผ่านฟ้าไปตามถนนนครสวรรค์ ตลาดนางเลิ้ง เข้าถนนเพชรบุรี เลี้ยวเข้าอโศก แล้วพักทานอาหารเที่ยงที่นั่น จากนั้นจะเดินกลับทางถนนสุขุมวิท ผ่านนานา เพลินจิต ชิดลม สยาม สนามกีฬา เจริญผล อุรุพงษ์ ยมราช หลานหลวง แล้วกลับมาที่มั่นเวทีราชดำเนิน
 
             ส่วนวันที่ 20 ธ.ค.ไปเส้นสีลมและเดินผ่านเยาวราช พรุ่งนี้จะแจ้งเส้นทางอีกครั้ง ส่วนวันที่ 21 ธ.ค.หยุดพัก 1 วัน และวันที่ 22 ธ.ค.ระดมใหญ่ เชิญชวนพี่น้องทั้งประเทศมารวมกันแสดงพลัง ไล่ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่ง



เปิดแผน22ธ.ค.ปิดกทม.ครึ่งวันไล่"ปู"


             นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า วันที่ 22 ธ.ค.นี้ เริ่มรายการเวลา 13.00 น.พี่น้องอยู่ใกล้ตรงไหนออกมาสมทบตรงนั้น สถานที่ๆเราจะเชิญชวนมาสมทบ เริ่มตั้งแต่เวทีราชดำเนิน อุรุพงษ์ แนวถนนเพชรบุรี เราจะตั้งจอใหญ่มีเวทีย่อย ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีจอถ่ายทอดรายการจากเวทีนี้ให้พี่น้องตามที่ต่างๆ ได้มีส่วนร่วมกับเวที โดยไม่ต้องเดินมาไกล สำหรับพี่น้องสามย่าน สวนลุมพินี ชุมนุมกันได้ที่นั่นเลย

             "นอกจากนี้ถนนสุขุมวิทจะมีจอใหญ่ที่แยกปทุมวัน และมีจอใหญ่ที่แยกราชประสงค์ด้วย จากนั้น มีที่เพลินจิตและมีไปเรื่อยถึงอโศก ดังนั้น สะดวกที่ไหนบนถนนเพรบุรี ถนนสุขุมวิท ถนนพระราม 4 ไปที่นั่น จะเป็นที่ชุมนุมแสดงพลังของพวกเรา ส่วนพี่น้องที่มาทางฝั่งธนฯข้ามมาถึงสวนลุมฯ ร่วมชุมนุมได้ที่สวนลุม เที่ยวนี้คำนวนพื้นที่การชุมนุมไว้แล้วเป็นพื้นที่ 5.7 แสนตรม.พี่น้องสามารถชุมนุมได้ 3 คน/ 1 ตรม.ดังนั้นจะมีพี่น้องชุมนุมได้ 1.7 ล้านคน  แต่ถ้ามามาก 1 ตรม./4 คน จะมีคนมาชุมนุม 2.3 ล้านคน ต้องขอโทษคนกทม.ด้วย เพราะอาจต้องปิดกรุงเทพฯครึ่งวัน ตั้งแต่บ่ายโมงตรง ถึง 6 โมงเย็น เคารพธงชาติเสร็จก็แยกย้ายกลับบ้าน ให้ยิ่งลักษณ์เห็นพลังประชาชนว่ามีจำนวนเท่าไร ถ้ายังด้านอยู่ เที่ยวหน้าออกมามากกว่านี้ จนกว่าจะออกไป" นายสุเทพ กล่าว

 

กปปส.แจงตัวแทนทูตเหตุชุมนุมไล่"ยิ่งลักษณ์"

              ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนินกลาง  เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) ได้เชิญเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ เข้ารับฟังข้อเท็จจริง รวมถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศและเจตนารมณ์การชุมนุมของกปปส. ซึ่งเมื่อถึงเวลาสถานเอกอัครราชทูตสวิสเซอร์แลนด์ และสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย ได้ส่งตัวแทนเข้ารับฟัง รวมทั้งได้มีตัวแทนจากภาคเอ็นจีโอ อาทิ นายแททธิว วีเลอร์ นักวิจัยโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตัวแทนจากกาชาดสากล เข้าร่วมงาน โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ทำหน้าที่ชี้แจง และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. พร้อมด้วย นายเสรี วงศ์มณฑา ทำหน้าที่เป็นล่ามแปลให้กับนานาชาติที่เข้าร่วมรับฟัง ขณะที่ ร.ต.แซมดิน เลิศบุตย์ และพล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ได้เข้าร่วมในงานดังกล่าวด้วย โดยใช้เวลาพูดคุยนานประมาณ 2 ชั่วโมง

              โดยได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถามอย่างเต็มที่ ซึ่งนายสุเทพ ชี้แจงว่า วันนี้ (18ธ.ค.) เป็นการชุมนุมของภาคประชาชน ซึ่งเป็นอำนาจตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องด้วยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่มีความชอบธรรม ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทั้งนี้จำเป็นที่ กปปส.ต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง และขอย้ำว่าให้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และขอยืนยันว่าปัญหาประเทศไทยขณะนี้ไม่สามารถแก้ไขด้วยการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ต้องปฏิรูปประเทศเพื่อนำไปสู่ทางออก นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการตั้งสภาประชาชน คือ ต้องให้เป็นสภาที่มาจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ ไม่ใช่เป็นของเฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มหรือบางสี

              ขณะที่ ตัวแทนจากสถานทูตสอบถามเหตุผลในการเลื่อนการเลือกตั้งจะไม่เป็นธรรมต่ออีกฝ่ายหรือไม่ โดยนายสุเทพ ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำลายหลักนิติธรรมด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม รวมถึงการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา พรรคของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการโกงการเลือกตั้ง เมื่อได้เข้ามาเป็นรัฐบาลก็บริหารงานจนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น


เปิดอ่าน