อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

แหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ฟอสซิลของพืช-สัตว์ดึกดำบรรพ์อายุโดยเฉลี่ย 500 ล้านปี

         วันหยุดปีใหม่นี้มีโอกาสได้ไปร่วมงาน อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคานท์ดาวน์ 2019 แอท สตูล วันเดอร์ฟูล แอนด์ คัลเลอร์ ได้ไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ฟอสซิลของพืช สัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีอายุโดยเฉลี่ยถึง 500 ล้านปีที่ยังหลงเหลืออยู่ภายใน “ถ้ำเลสเตโกดอน” ซึ่งมีการค้นพบฟอสซิลของช้างสเตโกดอน ซึ่งเป็นช้างดึกดำบรรพ์ ที่สำคัญค้นพบแห่งแรกและแห่งเดียวในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้ในศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์ช้างทุ่งหว้า

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

ลงลากเรือหลังน้ำลดลงมากในถ้ำเลสเตโกดอน

         การเที่ยวภายใน "ถ้ำเลสเตโกดอน" ทำได้ง่ายมาก นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งเรือแคนู แต่ละลำจะมีฝีพายทำหน้าที่เป็นไกด์คอยให้ข้อมูล เมื่อเข้าไปในถ้ำจะพบกับความสวยงามจากเหล่าบรรดาหินงอกหินย้อยรูปแปลกตาประกายระยิบระยับ ภายในตัวถ้ำกว้างขวางทำให้มีอากาศถ่ายเท สังเกตได้ถึงลมที่พัดเข้ามาปะทะผิวกายให้รู้สึกเย็นสบาย แต่การนั่งเรือแคนูเข้าไปในถ้ำนักท่องเที่ยวจะได้ตื่นเต้นและเร้าใจกับสภาพน้ำขึ้นน้ำลงภายในถ้ำ ถ้าช่วงไหนน้ำน้อยก็ต้องพายเรือช้าหน่อย และอาจต้องช่วยยกเรือข้ามโขดหิน หรือบางช่วงจังหวะก็มีน้ำไหลลงจากผนังถ้ำคล้ายน้ำตก ทำให้เปียกได้

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

หินย้อยขนาดใหญ่ในถ้ำเลสเตโกดอน เมื่อมองกลับไปด้านหลัง จะเหมือนกับใบหน้าผู้หญิงที่มีผมสีแดง

         หลังจากผจญภัยในถ้ำตลอดระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร ตรงบริเวณทางออกมีลักษณะคล้ายกับรูปหัวใจ ดูคล้ายกับว่าถ้ำเลสเตโกดอนกำลังฝากความรักไว้กับทุกคน เมื่อพ้นจากปากถ้ำเรายังเพลิดเพลินกับบรรยากาศของป่าชายเลนที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของเมืองไทย

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

มุมสูงสันหลังมังกร

          เราเดินทางไปกันต่อเพื่อชมความมหัศจรรย์ของ หาดสันหลังมังกร หรือ ทะเลแหวกสันหลังมังกร สิ่งมหัศจรรย์กลางทะเลอันดามัน ในยามน้ำทะเลลดลงจะดูเหมือนกระแสน้ำหลีกทางให้สันทรายโผล่ขึ้นมาซึ่งเป็นสันทรายที่เต็มไปด้วยซากเปลือกหอยนับหลายล้านตัวทับถมกัน ทำให้เกิดเป็นเส้นทางคดเคี้ยวยาวกว่า 3 กิโลเมตร สามารถเชื่อมไปยังอีกเกาะหนึ่งได้ทำให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นไปเก็บภาพความประทับใจบนสันหลังมังกรที่เคลื่อนไหวพลิ้วอย่างสวยงาม ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือที่ท่าเรือบ้านบากันเคย ต.ตันหยงโป ได้เลย โดยจะมีชาวบ้านชุมชนบากันเคยนำเรือหางยาวมาคอยให้บริการทุกวัน ใช้เวลาเดินทางเพียง 20 นาที 

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

นักท่องเที่ยวเดินบนสันหลังมังกร

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

หินงอกหินย้อยในถ้ำภูผาเพชร

          หลายคนคงมีคำถามว่าไปสตูลต้องลงเรือท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วมีเส้นทางเดินเหมือนกันนะครับ แต่ต้องเดินขึ้นบันไดไปถึง 335 ขั้นก็เจอปากทางเข้า “ถ้ำภูผาเพชร” เป็นถ้ำขนาดใหญ่ติดอันดับ 4 ของโลก มีเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ธรรมชาติได้สร้างความงดงามไว้ให้ชมกัน เพดานถ้ำสูงโปร่ง มีหินงอกหินย้อยสวยงามมีอายุมากกว่าร้อยล้านปี เมื่อปี 2541 นักโบราณคดีได้เข้าสำรวจบริเวณถ้ำ จากหลักฐานนักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า ถ้ำภูผาเพชรแห่งนี้น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว โดยพบกระดูกมนุษย์ยุคโบราณส่วนกะโหลกศีรษะ พบเศษภาชนะดินเผาเคลือบลายเชือกทาบ ที่ก้นภาชนะมีเปลือกหอยยึดเกาะ ภายในถ้ำมีห้องต่างๆ 20 ห้อง มีไฟส่องสว่างตามทางเดิน มีการตั้งชื่อแต่ละห้องตามธรณีสัณฐานที่พบเห็น เช่น ห้องม่านเพชร มีลักษณะคล้ายผ้าม่านแขวนเป็นหลืบซ้อนกัน ห้องพญานาค มีหินงอกต่อตัวกันคล้ายงูใหญ่หรือพญานาค

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

แสงลอดเข้ามาในถ้ำภูผาเพชร

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

 ปากทางเข้าปราสาทหินพันยอด

         ส่วนประเภทของหินงอกก็จะมีชื่อต่างๆ ตามรูปทรงที่พบเห็นมีมากถึง 31 แห่ง เช่น ดอกเห็ด ซุ้มประตู หัวแหวนเพชร สายน้ำเพชร หัวพญานาค เศียรพระ ก่อนจบทริปวันนี้เราไปแวะดู “ปราสาทหินพันยอด” ขุมทรัพย์กลางทะเลสตูล เราออกเดินทางโดยเรือหัวโทงจากท่าเรือชุนท่องเที่ยวบ่อเจ็ดลูก ล่องทะเลชมวิวตามท้องทะเลมาเรื่อยๆ เมื่อมาถึงหน้าปากทางเข้าปราสาทนักท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนไปนั่งเรือคยัค เพื่อพายลอดผ่านประตูหินเข้าสู่ใจกลางปราสาท เรือคยัคพาค่อยๆ ลอดผ่านประตูหินเข้าสู่ปราสาท

อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของไทยที่สตูล

 นักท่องเที่ยวในปราสาทหินพันยอด

         สีน้ำภายในที่จะมีสีออกเขียวๆ แต่ใสมากๆ มีชายหาดเล็กๆ อยู่ตรงหน้า เรือมาจอดเทียบให้ลงที่ชายหาดเมื่อหันหน้าออกสู่ทางประตูหิน เราก็รับรู้ได้ทันทีว่าอยู่ใจกลางปราสาทหินพันยอดที่มียอดปราสาทขนาดใหญ่ เบื้องล่างมีน้ำทะเลใสสะอาดสีเขียวมรกต ด้านบนคือท้องฟ้าสดใสสวยงาม เราได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์แบบนี้แล้วจึงอยากบอกนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติทางทะเล ได้มาสัมผัสความสวยงามของทะเลสตูลด้วยตาของตัวเอง

ภาพ/เรื่อง : ประเสริฐ เทพศรี