คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

“เมื่อก่อนเราได้ยินว่าเวลาเขาทราย เขาค้อ ชกชิงแชมป์ หรือฟุตบอลทีมชาตินัดใหญ่ๆ ชิงชนะเลิศ ถนนทุกสายจะโล่ง การประกวดนางงามจักรวาลทุกวันนี้ก็เหมือนกัน...”

    คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

      ปี 2017 แฟนคลับนางงามรวมถึงคนไทยทั่วไปดูจะหัวใจพองโตตั้งแต่ต้นปียันท้ายปีกันเลยทีเดียว เพราะตัวแทนสาวไทยที่ส่งออกไปประกวดเวทีระดับอินเตอร์สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะเวที “มิสยูนิเวิร์ส” เริ่มจาก “น้ำตาล” ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์ส 2016 ในการประกวดที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อเดือนมกราคม 2017 จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน คนไทยได้เฮดังๆ อีกครั้งเมื่อ มารีญา พูลเลิศลาภ สาวลูกครึ่งไทย-สวีเดน มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 ก็สามารถทะลุรอบ 5 คนสุดท้ายในรอบ 29 ปีในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2017 ที่สหรัฐอเมริกา...ปริ่มสุขกว่านี้มีอีกมั้ย ว่ากันอย่างนั้น...

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

สุรางค์ เปรมปรีดิ์ และ ชิชญาสุ์ กรรณสูต ต้อนรับ "มารีญา" กลับบ้านอบอุ่น

      ทั้งหมดทั้งมวลกลายเป็นกระแส “นางงามฟีเวอร์” ยึดหน้าข่าวทั้งสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และออนไลน์ ให้คนทุกเพศทุกวัยหันมาสนใจการประกวดขาอ่อนเกาะติดกันชนิดแทบจะเรียกว่า “นาทีต่อนาที” ซึ่งหากจะไล่เรียงกันจริงๆ ปรากฏการณ์แบบนี้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 ที่ “แนท” อนิิพรณ์ เฉลิมบูรณวงศ์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 สามารถผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมาได้ จนแฟนนางงามต่างมีความหวังในปีต่อๆ มา จะเรียกว่าเธอคือผู้เปิดประตูนางงามไทยเข้ารอบมิสยูนิเวิร์สแบบ “ลุ้นสนุก” ในยุคเปลี่ยนมือคนจัดการประกวดจาก “แดง” สุรางค์ เปรมปรีดิ์ เจ้าตำรับขาอ่อนรุ่นลายครามส่งไม้มาถึง “ออน” ชิชญาสุ์ กรรณสูต รุ่นหลานสาวก็คงไม่ผิดนัก

     “ออน” ชิชญาสุ์ ผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ กล่าวว่า การประกวดนางงามก็เป็นหนึ่งในกิจกรรมในสังคมไทยที่มีมายาวนาน และเป็นธรรมดาที่ย่อมมีการปรับเปลี่ยนไปตามบริบท ค่านิยม และคุณค่าทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ในความเห็นส่วนตัวการประกวดนางงามก็คือ การสรรหาผู้หญิงที่สวยที่สุดและมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับค่านิยมสังคมในเวลานั้นๆ กลับมาดูวันนี้ ความสวยงามไม่ใช่สิ่งเดียวที่สังคมคาดหวัง

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

      สังคมต้องการตัวแทนผู้หญิงที่มีความสมบูรณ์พร้อมทั้งความงาม ความรู้และความคิด รวมถึงจิตใจที่พร้อมจะทำประโยชน์เพื่อสังคม คนจัดประกวดนางงามต้องปรับตัว ปรับบริบทเพื่อตอบโจทย์สังคมด้วย และสำคัญที่สุด ทั้งความรู้ ความคิด จิตใจที่เอื้ออาทรมันต้องจริง ไม่ใช่แค่เรื่องที่สร้างขึ้น เพราะทุกวันนี้ การรู้ว่าอะไรจริงไม่จริงนั้นง่ายมาก อันนี้เป็นความเห็นในภาพรวม

      ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 10 ปีย้อนหลัง ประเทศไทยอาจจะไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้ติดตามทั่วโลกมากนัก เรียกว่าเป็นโลกที่ 3 ของการประกวด แต่ 3 ปีที่ผ่านมาสายสะพายไทยแลนด์สามารถไปยืนเทียบเท่า หรือไปได้ไกลกว่าประเทศโลกที่ 1 ได้ ถือว่าผู้หญิงไทยไม่ธรรมดา เพราะเราปรับกลยุทธ์ และมุ่งหาคำตอบว่า ความงามบวกคุณสมบัติที่สังคมคาดหวังในยุคสมัยเราคืออะไร และสิ่งนั้นตอบโจทย์เวทีแม่ไหม

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

      "การที่เราได้รับความร่วมมือในการนำเสนอข่าวของสื่อ การได้รับการยอมรับและคำชื่นชมจากบุคคลที่มีชื่อเสียง รวมถึงความกระตือรือร้นและการได้รับความสนับสนุนจากหลายหน่วยงานสำคัญ เพื่อช่วยกันเตรียมความพร้อมให้ตัวแทนสาวไทยคว้ามงกุฎจักรวาล ก็น่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และอีกอย่างเรารู้สึกว่าหลายปีที่ผ่านมา ผู้ชมที่ติดตาม หรือแฟนนางงาม มีความภาคภูมิใจ มีความหวัง และเชื่อมั่นในสายสะพายไทยแลนด์ จากผลงานที่ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการแข่งขันความงามระดับนานาชาตินั้น เสมือนการแข่งขันกีฬาระดับชาติ มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและความรักชาติ 

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

     กระแสความตื่นตัวเรื่องการประกวดนางงาม สะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจ ความคาดหวังที่อยากจะเห็นตัวแทนประเทศไทยคว้ามงกุฎจักรวาลที่ 3 ให้ได้ จากเดิมคนอาจจะมองการประกวดความงามเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นการวัดค่าผู้หญิงจากแค่ภายนอก แต่ในปัจจุบันโลกนางงามได้เปลี่ยนไปแล้ว เห็นได้จากเวทีมิสยูนิเวิร์ส เน้นถึง Women’s Empowerment ทำให้บทบาทของผู้หญิงได้ยกระดับและเป็นที่ยอมรับในสังคมและชาวโลกอย่างชัดเจน ดังนั้น เรื่องฟีเวอร์ ส่วนตัวมองว่ามันสะท้อนความภูมิใจที่มีในตัวแทนของเรา เราเชื่อว่าคนของเราโดดเด่นและสู้ทุกประเทศได้" ผู้จัดการประกวดสาวงาม กล่าว

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

      บ้างว่าปรากฏการณ์นี้เป็น “วาระแห่งชาติ” ไปแล้ว “เอ็ม” วุฒิชาติ สุขกุล แฟนคลับนางงามที่ติดตามการประกวดมากว่า 10 ปี โดยเฉพาะช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอินจัดถึงขนาดไปรับไปส่งนางงามถึงสนามบินทุกครั้งแม้ดึกดื่นมืดค่ำแค่ไหนก็ไม่เป็นปัญหา เจ้าตัวเล่าว่า ชื่นชอบการประกวดนางงามมาตั้งแต่เด็กๆ ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอทีวีดูการประกวดตั้งแต่ต้นจนจบ ลุ้นระทึกทุกครั้งที่ตัวแทนสาวไทยเข้ารอบ แต่ถ้าเวทีไหนไม่ถ่ายทอดสดก็จะชมผ่านออนไลน์ เรียกว่าเกาะติดจนคนข้างๆ มองว่า “บ้านางงาม” โดยเฉพาะจะมีความสุขมากในช่วงที่มีการประกวดนางงามจักรวาลที่ผ่านมา เพราะสาวไทยสร้างผลงานได้ดีขึ้นทุกปี มีโอกาสไปชมกับเพื่อนๆ ที่จัดมีทติ้งในห้างสรรพสินค้า ลุ้นทุกช็อตที่ชื่อ “ไทยแลนด์” ถูกประกาศเข้ารอบ !

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

       “เวลาเห็นสาวไทยบนเวทีเข้ารอบลึกๆ เหมือนกับว่าตัวเองได้ไปยืน ณ จุดนั้น แล้วทำหน้าที่แทนคนไทย รู้สึกสะใจที่นางงามบ้านเราชนะประเทศตัวแม่ๆ เป็นสายสะพายที่แข็งขึ้นทุกปี รู้สึกว่าทุกวันนี้ไม่ใช่แค่กลุ่มเกย์ หรือสาวประเภทสองที่คลั่งนางงาม แต่ผู้หญิงหรือผู้ชายแท้ๆ ก็เริ่มสนใจ อย่างตัวเองมีเพื่อนผู้ชายแท้ๆ บางคนก็ดูด้วย ก็ถามนะว่าทำไมอยากดู เขาบอกว่าสนุกดี ตื่นเต้นดี แต่อยากดูเท่าฟุตบอลไหมก็คงไม่เท่า จะดูนางงามตามกระแสมากกว่า” แฟนคลับนางงาม เผย

    กองประกวดนางงามจักรวาลยุคใหม่ หรือเวทีอื่นๆ ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เน้นการใช้ “สื่อโซเชียล” ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊กไลฟ์ ถ่ายทอดสดการประกวดตั้งแต่รอบแรกจนถึงการประกวดรอบตัดสิน การเปิดให้โหวตผ่านเว็บไซต์ แอพพลิเคชัน และทวิตเตอร์ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วยสร้างการมีส่วนร่วมให้แก่ “ผู้ชม” ทั่วโลกอย่างมาก

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

ประเสริฐ เจิมจุติธรรม

     “หนุ่ม” ประเสริฐ เจิมจุติธรรม หนึ่งในผู้รอบรู้เรื่องนางงามเมืองไทย มองว่า ทุกวันนี้โลกโซเชียลมีีผลมากๆ ที่ทำให้วงการนางงามเมืองไทยคึกคัก ทุกคนเข้าถึงแล้วเกิดกระแสฟีเวอร์ บวกกับการตอบโจทย์นางงามของแต่ละเวทีที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน ซึ่งต้องให้เครดิตคนคัดเลือกตัวแทนที่เข้าใจเวทีแม่มากขึ้น เมื่อมีตัวแทนที่เหมาะสมกับเวที นางงามมีศักยภาพ จึงสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้สำเร็จ คนดูก็สนุกไปด้วยจากการเชียร์ ถามว่าสิ่งเหล่านี้ให้อะไรแก่สังคมแน่นอนว่าทุกคนมีความสุข

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

      "สิ่งที่สังคมได้แน่นอนว่าคือความบันเทิง ถัดมาคือให้การมีส่วนร่วมของคนในสัังคม เมื่อก่อนเราได้ยินว่าเวลาเขาทราย เขาค้อ ชกชิงแชมป์ หรือฟุตบอลนัดใหญ่ๆ ชิงชนะเลิศ ถนนทุกสายจะโล่ง การประกวดนางงามจักรวาลทุกวันนี้ก็เหมือนกัน เช้าๆ ก็จะพากันจ้องหน้าจอ เป็นวาระแห่งชาติ ไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความฟีเวอร์ทำให้บรรยากาศคึกคัก คนจัดมีกำลังใจ คนดูมีความสุข

คนไทยมีความสุข ยุค "นางงามฟีเวอร์"

        แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เนื่องจากทุกวันนี้เป็นการสื่อสารสองทาง มีหลายรูปแบบ โดยเฉพาะโลกโซเชียลน่ากลัว ความไม่น่ารักเกิดจากการคอมเมนท์ที่เกินเลย เป็นธรรมดาของการแข่งขัน ทุกคนย่อมอยากทำให้ออกมาดีที่สุด คือติได้แต่ต้องติเพื่อก่อ โดยเฉพาะกูรูต่างๆ เห็นอยู่บ่อยๆ ว่า ชวนให้เห็นเหมือนตัวเอง ไม่ได้ดั่งใจก็ด่าเละ อยากให้คนรักนางงามคิดบวกแล้ววงการนางงามจะดีขึ้น เมื่อมีตัวแทนไปประกวดไม่ว่าเวทีใหญ่หรือเล็ก ให้กำลังใจกัน ดูนางงามแล้วก็จะช่วยพัฒนาจิตใจให้สวยเหมือนนางงาม" ผู้คร่ำหวอดเรื่องนางงาม ฝากทิ้งท้าย


เปิดอ่าน