ปลูก'พริกหยกสยาม'ผลผลิตสูง-ทำเงินแสน

ปลูก 'พริกหยกสยาม' 3 ไร่ ผลผลิตสูง - ทำเงินหลักแสน

                           พื้นที่ปลูก "พริกหนุ่มเขียว" ของประเทศส่วนใหญ่จะอยู่แถบจังหวัดภาคเหนือ อย่าง อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ นับเป็นพื้นที่ปลูกแหล่งใหญ่เกือบ 1 หมื่นไร่ ผลผลิตจำหน่ายยังตลาดทั่วประเทศรวมถึงส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน ดังแปลงของสามีภรรยา ลุงสันติ-ป้าอำรวย ไข่ติ ซึ่งเจียดพื้นที่ 3 ไร่ปลูก "พันธุ์หยกสยาม” ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้ทนทานโรค ดูแลรักษาง่าย ปรับตัวได้ดีในทุกสภาพอากาศ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ในแต่ละปีไม่น้อย

                           "ลุงสันติ-ป้าอำรวย" เกษตรกรชาว อ.หนองม่วงไข่ ผู้ปลูกพริกมากว่า 30 ปี เล่าว่า บนพื้นที่กว่า 5 นี้ ที่ผ่านมาจะปลูกข้าวโพด ตลอดจนพริกหนุ่มเขียวพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ ซึ่งพริกที่ได้จะมีลำต้นสูง ไม่ทนต่อโรค และให้ผลผลิตน้อยเพียง 4-5 ตันต่อปี ต่อมาเมื่อปี 2550 หลังจากเพื่อนบ้านแนะนำ “พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม” ของเจียไต๋ จึงเปลี่ยนมาปลูกบนพื้นที่ 3 ไร่ ซึ่งปรากฏว่าให้ผลผลิตดี ทนต่อโรค รูปทรงผลตรง มีสีสันสวยงาม จนปัจจุบันปลูกมากว่า 5 ปีแล้ว พริกพันธุ์นี้สามารถให้ผลผลิตถึง 11-12 ตันต่อปี สร้างรายได้ให้ครอบครัวปีละกว่า 2-3 แสนบาทเลยทีเดียว

                           “จุดเด่นของพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามคือ เราสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้หมด ได้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ต้านทานโรคได้ดีเยี่ยม รูปทรงตรง มีสีสันสวยงาม ผลแน่นตึง ทนทานต่อการขนส่ง และวิธีการดูแลรักษาง่าย เมื่อเทียบกับพริกพันธุ์อื่นๆ เป็นที่ต้องการของตลาดสูง ซึ่งทุกวันจะมีแม่ค้ามารอซื้อทุกวัน อยากได้พริกเขียวก็เก็บพริกเขียวขาย อยากได้พริกแดง ก็เก็บพริกแดงขาย ทำให้มีเงินเข้ากระเป๋าทุกวัน”

                           สองเกษตรกร เล่าให้ฟังว่า การเก็บผลผลิตพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามจะแบ่งเป็น 3 ระยะคือ พริกเขียว พริกก้ามปู (พริกโหด) และพริกแดง โดยพริกก้ามปู ซึ่งมีลักษณะสีเขียวแกมแดง จะเป็นพริกที่เกษตรกรขายได้ราคาดีที่สุด เนื่องจากเป็นระยะที่พริกได้น้ำหนักมาตรฐาน ส่วนการเก็บเกี่ยวจะเริ่มเมื่อ 80-90 วันหลังหยอดเมล็ด ทุกวันหลังเก็บจะนำมาคัดแยกสี จากนั้นนำมาใส่ถุงถุงละ 10 กก.เพื่อรอแม่ค้ามารับซื้อถึงไร่ โดยราคาขายพริกเขียวกิโลกรัมละ 15 บาท พริกก้ามปูกิโลกรัมละ 30-50 บาท และพริกแดงกิโลกรัมละ 16-17 บาท สำหรับพริกแดงจะเด็ดขั้วก่อนเพื่อตากแดดทำพริกแห้งหรือส่งขายให้โรงงานผลิตซอสพริกที่มีกระจายอยู่ทั่วไป

                           ด้านแม่ค้าพริกรายใหญ่ "เจ๊เป้า" จันทร์แรม หาญน้อย กล่าวว่า ใน จ.แพร่ เกษตรกรนิยมปลูกพริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยามจำนวนมาก มีกว่า 500 ไร่ โดยผลผลิตที่ได้ถือเป็นพริกที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างมาก สำหรับผลผลิตโดยรวมวันละกว่า 10 ตัน และเข้าสู่ตลาดมากสุดช่วงเดือนมกราคม ที่อาจมีถึงวันละ 200-300 ตันต่อวัน เพราะพริกชนิดนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ด้วย

                           ส่วน กัญญา รอดเสียงล้ำ ผู้จัดการส่วนปรับปรุงพันธุ์พืชธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันสายพันธุ์พริกที่เจียไต๋ได้พัฒนามากกว่า 30 สายพันธุ์ อาทิ พริกหยวก สายพันธุ์ปากคลอง 192 พริกขี้หนูดวงมณี 004 พริกขี้หนูรังสิมา 095 พริกขึ้นหนูขาวมณีทอง 1094 เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างดี ล่าสุดได้พัฒนาพันธุ์ของพริกหนุ่มในชื่อ “พริกหนุ่มเขียวพันธุ์หยกสยาม” ดังกล่าว ซึ่งถือว่าตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้ดีที่สุด

                           อย่างไรก็ตาม หากใครสนใจอยากขอคำปรึกษา หรือไปเยี่ยมชมไร่ลุงสันติ-ป้าอำรวย ติดต่อได้ที่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 7 ต.หนองม่วงไข่ อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่ หรือโทร.08-4804-4403 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0-2810-3031

 

 

 


เปิดอ่าน