เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

บทความโดย บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์


                                     ข่าวใหญ่-ข่าวดังยิ่งกว่าการกระชากหัวโขนของนาจิบ ราซัค ชนิดไม่ให้ตั้งเนื้อตั้งตัว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ก็คือข่าวที่นาจิบถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางไปต่างประเทศก่อนจะถูกสอบเข้มเรื่องการทุจริตในกองทุนวันเอ็มดีที่ยืดเยื้อมานานหลายปี

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

 

                                    แต่ข่าวที่ใหญ่ที่สุดก็คือข่าวารเปิดกรุขุมเพชร คอลเลกชั่นกระเป๋าหนังจระเข้เบอร์กินของแอร์เมสร่วม 50 ใบ รวมทั้งสุดยอดนาฬิกาหรูเรือนละหลายล้านที่นางรอสมาห์ มันซอร์ อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งสะสมมานานหลายปี เชื่อได้เลยว่ากรุสมบัติของเธอจะเป็นข่าวดังที่คนสนใจมากยิ่งกว่าข่าวกรุรองเท้าของนางอิเมลดา มาร์กอส ที่ทิ้งไว้ที่ทำเนียมาลากันยังเสียอีก

 

                                    ที่เป็นประเด็นต้องตรวจสอบคือ รอสมาห์ไม่มีงานทำและไม่มีรายได้ของตัวเองมานานแล้ว นับตั้งแต่ลาออกจากงานเป็นพนักงานธนาคารและอสังหาริมทรัพย์มาแต่งงานกับนาจิบเมื่อ 31 ปีที่แล้ว รายได้เพียงแหล่งเดียวของเธอมาจากสามี ซึ่งจะต้องหาได้มากเท่าใดจึงจะสามารถตอบสนองโรคเสพติดการช็อปเครื่องเพชร อัญมณี ทองคำและแบรนด์หรูได้ จากรายงานของวอลสตรีทเจอร์นัลเปิดเผยว่า ตลอดช่วงปี 2551-2558 เธอรูดบัตรเครดิตมากถึง 6 ล้านดอลลาร์ (ราว 186 ล้านบาท) ในการช็อปปิ้งสินค้าสุดหรู ไม่นับรวมไปถึงการจ่ายเงินสดซื้อเสื้อผ้า รองเท้าและเครื่องเพชร

                                    เว็บไซต์มาเลเซียกินี อ้างรายงานของวอลสตรีทเจอร์นัลว่า นาจิบเองเป็นข้าราชการการเมืองมีเงินเดือนปีละ 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 3.1 ล้านบาท ขณะที่เงินเดือนขั้นต่ำของชาวมาเลเซียก็ราว 322 ดอลลาร์ หรือราว 1 หมื่นบาท

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

 

                                    แต่สามีภรรยาคู่นี้ต่างใช้เงินราวกับพิมพ์ธนบัตรใช้เอง ตัวนาจิบเองใช้เงินมากถึง 15 ล้านดอลลาร์ (ราว 465 ล้านบาท) ทั้งช็อปปิ้งและซื้อเครื่องเพชรพลอยตามร้านหรูทั้งในสหรัฐ มาเลเซีย อิตาลี และอีกหลายๆ ประเทศ วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่าช่วงที่ทั้งสองคนเดินทางไปพักผ่อนที่โฮโนลูลูเมื่อปี 2557

                                  รอสมาห์ได้ใช้บัตรเครดิตของนาจิบในการช็อปที่ร้านแบรนด์หรูในวงเงินมากถึง 130,625 ดอลลาร์ (กว่า 4 ล้านบาท) เพียง 2 วันก่อนหน้าที่เขาจะออกรอบกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในช่วงวันคริสต์มาสอีฟ ทั้งที่ในประเทศกำลังเผชิญกับมหาอุทกภัย

 

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

 

                                    หนังสือพิมพ์ฉบับนี้รายงานว่า ตอนแรกบัตรเครดิตไม่ผ่าน เพราะก่อนหน้านี้แค่ 2-3 เดือน มีการใช้วงเงินบัตรเครดิตมากถึง 9 ล้านดอลลาร์ ร้อนถึงนาจิบต้องติดต่อกับธนาคารให้ผ่านวงเงิน ปรากฏว่า เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล อดีตหน่วยงานหนึ่งของวันเอ็มดีบี ซึ่งตอนนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลังที่นำโดยนาจิบ ได้โอนเงิน 9 ล้านดอลลาร์ผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านสังคมของวันเอ็มดีบี ใส่บัญชีของนาจิบ ซึ่งสามารถเบิกเงินก้อนนี้ได้หลังวันคริสต์มาสเพียงวันเดียว

ข่าวเกี่ยวเนื่อง ตร.มาเลเซียบุกยึดกรุสมบัติหรูภรรยา"นาจิบ"

                                    ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้ว กระทรวงยุติธรรมสหรัฐได้ส่งฟ้องนางรอสมาห์ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเงินของกองทุนวันเอ็มดีบีไปซื้ออัญมณีรวมมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ (ราว 930 ล้านบาท) รวมไปถึงการซื้อสร้อยคอที่มีจี้เพชรสีชมพูรูปหัวใจหายากขนาด 22 กะรัต จาก ลอร์เรน ชวาร์ทซ นักออกแบบจิวเวลรี่ชื่อดังในนิวยอร์กเมื่อปี 2556 ในราคาสูงถึง 27.3 ล้านดอลลาร์ (กว่า 846 ล้านบาท) เพียงไม่กี่เดือนหลังจากมีการโอนเงิน 680 ล้านดอลลาร์ไปยังบัญชีธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งของนาจิบ รัฐบาลแถลงว่าเงินก้อนนี้มาจากสมาชิกคนหนึ่งของราชวงศ์ซาอุด

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

 

                                    เธอยังเป็นเจ้าของสร้อยคอไข่มุกสีทอง ราคา 1 ล้านริงกิต (ประมาณ 8 ล้านบาท) บล็อกโพสต์ได้สำรวจราคาร้านขายสร้อยไข่มุกสีทอง 25 ร้านได้ข้อสรุปขายในราคา 99,000 ดอลลาร์ (ราว 3 ล้านบาท) แต่ความจริงก็คือราคาไข่มุกสีทองจะต่างกันออกไปตามคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นมุกแท้หรือมุกเลี้ยงและการออกแบบ จึงประเมินว่ามีราคาราว 1 ล้านริงกิต

                                    อย่างไรก็ดี ในคำฟ้องไม่ได้ระบุชื่อของเธอโดยตรง แค่พูดถึงอ้อมๆ ว่า "ภรรยาของเจ้าหน้าที่หมายเลข 1 ของมาเลเซีย” ซึ่งแหล่งข่าวของทั้งสหรัฐและมาเลเซียยืนยันตรงกันว่า คำคำนี้หมายถึง นาจิบ ราซัค

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

( ส่วนหนึ่งของกล่องบรรจุสมบัติเลอค่าของนางรอสมาห์ ที่ถูกยึดเมื่อคืนวันที่ 17 พ.ค. ) 

 

                                    เมื่อกลางเดือนกันยายน 2559 วอลล์สตรีทเจอร์นัลได้พาดหัวใหญ่ว่า รอสมาห์ มันซอร์ ได้จ่ายบัตรเครดิตเป็นเงินอย่างน้อย 6 ล้านดอลลาร์ (ราว 186 ล้านบาท) ระหว่างช็อปปิ้งที่ร้านดีไซเนอร์ทั่วโลก ไม่นับรวมเครื่องเพชร แหวนเพชร อัญมณีสุดหรู นาฬิการาคาแพงและกระเป๋าแบรนด์ดัง ส่วนหนึ่งที่เธอได้รับในรูปของขวัญ บางชิ้นมีราคาแพงมากและต้องสั่งทำเป็นพิเศษ รอสมาห์ให้เหตุผลที่รับของขวัญราคาแพงว่าเป็นธรรมเนียมหรือมารยาทอันดีที่จะต้องให้ของกันและห้ามปฏิเสธไม่ยอมรับของขวัญ

                                    ว่ากันว่าหนึ่งในของรักของเธอก็คือกระเป๋าหนังจระเข้เบอร์กิน ของแบรนด์ดังสุดหรูแอร์เมส เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีรายงานว่าเธอมีอยู่อย่างน้อย 12 ใบ จากรายงานของ Fortune.com เผยว่าแต่ละใบมีราคาตั้งแต่ 12,000-223,000 ดอลลาร์(ราว 3.7 แสนถึงเกือบ 7 ล้านบาท) แต่รุ่นของเธอนั้น มีราคาใบละ 89,950-200,000 ดอลลาร์ (ราว 2.8-6.2 ล้านบาท) เท่ากับมีมูลค่ารวม 1,079,400 ดอลลาร์ (กว่า 33 ล้านบาท) แต่ช่วงที่เธอเริ่มตกกระป๋อง มีรายงานว่าเธอเป็นเจ้าของกระเป๋าแบรนด์ดังหลากสีสันถึงอย่างน้อย 50 ใบ

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

 

                                    รอสมาห์ยังเป็นเจ้าของนาฬิกาแบรนด์หรูอีกอย่างน้อย 3 เรือน อาทิ นาฬิกาอูโบลต์ เป็นนาฬิกาเรือนแรกจากนาฬิกา 3 เรือนที่เป็นที่จับตามองของหน่วยเฉพาะกิจอาชญากรรมเกี่ยวกับนาฬิกาแห่งมาเลเซีย ถึงขนาดประธานของหน่วยเฉพาะกิจนี้ต้องโพสต์ภาพขึ้นเฟซบุ๊กเพื่อสืบหาราคาแท้จริง ตอนแรกบอกว่ามีราคา 79,200 ริงกิต (ราว 639,880 บาท) แต่บางเว็บไซต์กล่าวว่าราคาถูกกว่านี้

                                    นาฬิกาแฟรงค์ มุลเลอร์ มาสเตอร์ สแควร์ เลดี้ ประดับเพชร ซึ่งศูนย์อาชญากรรมประเมินว่ามีราคา 153,500 ริงกิต เว็บไซต์ของแฟรงค์ มุลเลอร์ไม่ได้เปิดเผยราคาเช่นเดียวกับตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาสุดหรูนี้และร้านขายนาฬิกามือสอง

                                    นาฬิกาสุดหรู ริชาร์ด มิลล์ เลดี้ รุ่น อาร์เอ็ม 007 นาฬิกาแบรนด์ระดับโลก ราคา 656,300 ริงกิต

                                    นอกจากนั้น มีรายงานเมื่อกลางปี 2554 ว่าเธอยังมีแหวนเพชรของจาค็อบ แอนด์ โค ราคา 73 ล้านริงกิต (ราว 744 ล้านบาท) บล็อกเกอร์หลายบล็อกเกอร์ของมาเลเซียยังเปิดเผยในปลายปีเดียวกันนั้นว่า เธอยังเป็นเจ้าของสร้อยข้อมือหรือกำไลเพชรของจาค็อบ แอนด์ โค เซบบรา ซาฟารี แบงเกิล ราคา 1.65 ล้านริงกิต ทั้งหมดซื้อที่นิวยอร์กและไม่เสียภาษีตอนนำเข้าประเทศ

 

เปิดกรุ"เพชร-นาฬิกา-กระเป๋าหรู"อดีตมาดามหมายเลขหนึ่งมาเลเซีย

                                    สำหรับราคาของเพชรชั้นดีที่ประดับบนเรือนนาฬิกา ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าอาจสูงถึงกะรัตละ 1 แสนริงกิต แต่ดีไซเนอร์บอกว่าอาจจะสูงกว่านั้นเนื่องจากเป็นของแบรนด์เนม อาจสูงถึง 1.65 ล้านริงกิต

                                    เมื่อต้นปี 2555 หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ เฮรัลด์ ทรีบูน ของออสเตรเลีย รายงานว่านางรอสมาห์ได้ใช้เงินราว 1 แสนดอลลาร์ออสเตรเลีย จากอัตราแลกเปลี่ยนในสมัยนั้น เท่ากับเธอจ่ายไปทั้งสิ้น 326,752 ริงกิต เฉพาะที่ร้านบูติกร้านหนึ่ง โดยเธอได้ซื้อเสื้อผ้า กางเกงและเสื้อแบบลำลอง สวมใส่สบายๆ รวมทั้งหมด 61 ชุด กระทั่ง สื่อออสเตรเลียให้ฉายาเธอว่า "ราชินีแห่งการช็อปปิ้ง”

                                    รองเท้าสั่งตัดพิเศษจากเอ็มเม็ตต์ ชูส์ ประเมินราคาไม่ได้ ปกติร้านรองเท้า เอ็มเม็ตต์ ชูส์ จะขายรองเท้าเฉลี่ยคู่ละ 200-400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,200-12,400 บาท) แต่ถ้าเป็นการสั่งตัดพิเศษก็ไม่อาจจะประเมินราคาได้