ฝ่ายค้านจ้องถล่ม "เมย์"หลังร่วมโจมตีซีเรีย 

ต่างประเทศ  :  15 เม.ย. 2561

ส.ส.ฝ่ายค้านเดือด ผู้นำหญิงตัดสินใจโจมตีซีเรียร่วมกับสหรัฐ และฝรั่งเศส โดยไม่ขอความเห็น


                    นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์แห่งอังกฤษ เตรียมรับศึกหนักในสภาผู้แทนราษฎรวันจันทร์นี้ เนื่องจากเธอจะต้องตอบกระทู้ถามของบรรดาส.ส.ฝ่ายค้าน กรณีตัดสินใจร่วมโจมตีซีเรียกับสหรัฐและฝรั่งเศส โดยไม่ได้หารือกับรัฐสภาก่อน 

               

           

      ฝ่ายค้านจ้องถล่ม "เมย์"หลังร่วมโจมตีซีเรีย 

 

              อังกฤษส่งเครื่องบินทอร์นาโด 4 ลำ ยิงขีปนาวุธ สตอร์ม แชโดว์ ถล่มฐานทัพซีเรียต้องสงสัยเก็บอาวุธเคมี เมื่อเวลา 8.00 น.วันเสาร์ตามเวลาประเทศไทย พิกัดโจมตีอยู่ห่างจากเมืองฮอมส์ ไปทางตะวันตก 24 กม.   

                 เมย์ ผู้นำพรรคอนุรักษ์นิยม ชี้แจงเหตุผลการสั่งโจมตีว่าเป็นสิ่งถูกต้องควรกระทำและเป็นผลประโยชน์ของชาติ  เธอยืนยันว่าการโจมตีเพื่อลงโทษซีเรียฐานใช้อาวุธเคมีเข่นฆ่าประชาชนตัวเองที่เมืองดูมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน ชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ  มุ่งบรรเทาความทุกข์ทรมานแสนสาหัสของชาวซีเรีย ด้วยการลดขีดความสามารถด้านอาวุธเคมีของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด 
                    รัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลซีเรียก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ด้วยการใช้อาวุธเคมี และได้พยายามใช้แนวทางการทูตผ่านสหประชาชาติแต่ถูกพันธมิตรซีเรียอย่างรัสเซียขัดขวาง 
                    แต่เจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักและมีแนวคิดเอียงซ้าย กล่าวว่า การทิ้งระเบิดจะไม่ช่วยชีวิตใคร หรือนำมาซึ่งสันติภาพ การสั่งใช้ปฏิบัติการทางทหารของนายกรัฐมนตรียังมีความถามในแง่กฎหมาย เสี่ยงพาสถานการณ์สงครามที่บอบช้ำอยู่แล้ว ลุกลามบานปลาย “เทเรซา เมย์ ควรขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ไม่ใช่เดินตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” 


 

ฝ่ายค้านจ้องถล่ม "เมย์"หลังร่วมโจมตีซีเรีย 

                  คอร์บินเขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีหญิง เพื่อขอความมั่นใจว่าจะไม่มีการโจมตีอีก                    ใ

                  ในวันเดียวกับที่เมย์จะตอบกระทู้เรื่องการถล่มซีเรียวันจันทร์ กลุ่ม”สต็อปเดอะวอร์” หรือ ยุติสงคราม  ที่คอร์บินเป็นประธาน นัดชุมนุมหน้ารัฐสภาเพื่อประท้วงเรื่องนี้ 
                    การประจำการกองกำลังเป็นอำนาจพิเศษ นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งใช้ปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องขอเสียงสนับสนุนจากส.ส. แต่หลังจากพรรคอนุรักษ์นิยมเข้ามาเป็นรัฐบาลในปี 2553 รัฐบาลระบุว่าให้ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติว่าส.ส.ควรเห็นชอบ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีโทนี แบลร์ เคยตัดสินใจพาอังกฤษร่วมสงครามอิรักในปี 2546 โดยขอความเห็นชอบจากสภาก่อน เว้นแต่สถานการณ์ฉุกเฉินจริงๆ และส.ส.อังกฤษเคยลงมติคัดค้านปฏิบัติการทหารต่อรัฐบาลดามัสกัสในปี 2556 ซึ่งเป็นครั้งแรกของการใช้สิทธิของรัฐสภาว่าด้วยการประจำการกองกำลัง