วันที่ 16 มิถุนายน 2562
บันเทิง

(คลิป) 'มะตูม' เสียความรู้สึก 'ปู' ยุติสาดน้ำลาย สู้กันในศาล

วันที่ 29 เมษายน 2562 - 06:00 น.
ดีเจมะตูม,ปูไปรยา,บันทิงคมชัดลึก
Shares :
เปิดอ่าน 1,520 ครั้ง

"ดีเจ.มะตูม" เตชินทร์ พลอยเพชร  ยัน "ปู" ไปรยา สวนดอนไม้ฯ ได้รับเปอร์เซ็นต์แบ่งหุ้นส่วนเท่ากันกับผู้ถือหุ้นคนอื่น พร้อมเผยอยากจบศึกสาดน้ำลายใส่กัน 

คลิปที่ 1

 

    ทีมบันเทิง  คมชัดลึก - เป็นดราม่าหนัก สำหรับปมธุรกิจอาหารเสริม Praya by LB ระหว่างนางเอกสาว "ปู" ไปรยา สวนดอกไม้ฯ กับ " ดีเจมะตูม" เตชินทร์ พลอยเพชร และ "ดีเจต้นหอม" ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ หลังจากที่ทนายซึ่งรับหน้าที่เป็นตัวแทนของปูออกมาซัดกลับหลังดีเจ.ต้นหอมออกมาให้สัมภาษณ์ หลังจากทางทนายปูแถลงข่าวจบไปประมาณ 30 นาที ดีเจ.คนดัง "มะตูม" ก็ออกมาแถลงข่าวหลังมาทำหน้ที่พิธีกรในงาน แฟนมีทติ้ง "Tempt Fanmeeting 2019" ณ BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว 

    เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
 
   “คือจริงๆพี่ต้นหอมสัมภาษณ์ไปบางส่วนแล้ว ตูมเห็นแล้ว แล้วก็ตูมก็ฟังแล้ว จริงๆสิ่งที่พี่หอมสัมภาษณ์ไปถูกต้องทุกอย่าง เกิดขึ้นตามนั้นเลยครับ มีแค่อย่างเดียว ที่พี่หอมพูดอาจจะผิดพลาด ด้วยการสื่อสารของตูม เพราะตูมอยู่ต่างประเทศ ก็คือเรื่องไลน์แชท ที่เหมือนมีการว่าตูมไปคุยกับคุณปู แล้วไปบอกเขาว่าคุณเอาดีเข้าตัว จริงๆตูมไม่ได้พิมพ์ประโยคนั้นไป ตูมแค่บอกเขาไปว่า คุณพูดในสิ่งที่คุณต้องการแล้วหนิ เพราะฉะนั้นเราคงไม่มีอะไรต้องคุยแล้วแหละ แล้วคุณปูเขาก็ไลน์มาขอโทษยาวมาก เป็นหน้ากระดาษเลยครับ อันนี้คือความจริงที่เกิดขึ้น ว่ามันไม่ตรงกับพี่หอมพูดเท่านั้นแหละ แต่ที่พี่หอมพูดไม่มีอะไรที่ผิดจากสิ่งที่ตูมคิด และสิ่งที่เกิดครับ”

 

   สรุป “ปู ไปรยา” เป็นพรีเซ็นเตอร์ หรือเป็นบอสของผลิตภัณฑ์ตัวนี้
    “ในบริษัทของตูมนะครับ ตูมมีสินค้าหลายตัวมาก ขอเกริ่นเลยตั้งแต่ LB ตัวแรก คือดีเจต้นหอม แล้วจากนั้นต่อมา 18(เอธธีน) เป็นแต้ว ต่อมาก็เป็น ไปรยา บาย LB คุณปู ไปรยา ตัวล่าสุดคือตัว ไฮร่าบลู กุ๊บกิ๊บ เพราะฉะนั้น คำว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ไหม ในเชิงของการพูดออกสื่อ เขาเป็นบอสและพรีเซ็นเตอร์ คือคำว่าพรีเซ็นเตอร์หมายความว่า คุณต้องพรีเซ้นท์สินค้า ในมุมของบริษัท มีตูม มีพี่หอม มีคุณกอล์ฟเป็นหลัก 3 คน แต่สินค้าแต่ละตัว ทุกๆคนเป็นพรีเซ็นเตอร์ของตัวเอง แต่ได้รับผลประโยชน์มากกว่าพรีเซ็นเตอร์ นั่นคือการเป็นบอส ซึ่งระบุในสัญญาชัดเจน ว่าเป็นมากกว่าพรีเซ็นเตอร์คือเป็นบอสครับ”

 

    แต่ในมุมของปู เหมือนเขาเข้าใจว่าเขามีอำนาจที่จะดูบัญชีรายรับรายจ่ายจากการขายสินค้าได้ด้วย
    “ขอพูดในวันแรกที่ดีลงานกับเขาเลยแล้วกัน เพราะจริงๆแล้ว ปู ไปรยา ตูมเป็นคนดีล จริงๆทุกคนตูมเป็นคนดีล ขอโทษที่ต้องพาดพิงนะครับ ทั้งตัวของแต้ว ของคนอื่นๆ ตอนนั้นแบรนด์ LB อยากจะรีแบรนด์ พี่หอมเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้ว แต่เราอยากจะทำอะไรที่มันใหญ่กว่าเดิม ซึ่งเรารู้สึกว่าถ้าได้ร่วมงานกับคนที่อยู่ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ก็คงจะดี ตูมก็เลยติดต่อคุณปูไป ซึ่งเขาก็อยากจะร่วมงานกับทางตูมกับพี่หอม ซึ่งเราถามปูว่า ใจพี่หอมอยากได้เป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ เพราะเขามีความรู้สึกว่าตัวเขาเป็นบอสไปแล้ว ของตัว LB จะมาเป็นซ้ำทำไม แต่ตูมบอกว่าพี่หอม ถ้าได้ปูเป็นบอสด้วยก็ดี มันก็เหมือนเป็นการที่แบบว่า เราปรับส่วนแบ่งให้ไป ผลประโยชน์เท่ากัน จะได้ทำงานหนักเท่าๆกัน เพราะอยากให้พี่หอมวางมือจากตรงนี้ แล้วไปบริหารหลังบ้านอย่างเต็มที่ครับ ก็เลยมีการยื่นข้อเสนอกับทางคุณปูไปว่า ยูจะเป็นบอส หรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งตอนนั้นคุณปู ต้องบอกว่าย้อนไปดูได้ มันมีคลิป คุณปูเคยออกมาบอกว่าเขามีพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก ปู ไปรยา เป็นคนที่มีพรีเซ็นเตอร์เยอะจริงๆครับ หัวจรดเท้าเขาติดหมดแล้ว เราก็เลยมีความรู้สึกว่า คุณติดอะไรตรงนี้ไหม เขาก็บอกว่าโอเค เดี๋ยวเขาจะมาทำธุรกิจกับเราดู แต่ทำเป็นบอสเลยนะ ร่วมกับเรา เพราะฉะนั้นตูมก็เลยเข้าใจมาตลอดว่าปูเขาเลือกที่จะเป็นบอส ก็เลยงงกับบทสัมภาษณ์ของเขาเฉยๆ แล้วในตามสัญญาเนี่ย ก็ระบุว่าเป็นบอส คือทุกอย่างหารเท่ากัน รับผิดชอบร่วมกันครับ”

 

 

 

    ซึ่งปูรับทราบสัญญา
    “ใช่ครับ จริงๆเราส่งสัญญาไป คือเรื่องสัญญาตูมไม่สามารถพูดได้ ว่ามันระบุอะไรไว้บ้าง เพราะมันอยู่ในข้อของกฎหมายไปแล้ว แต่ปู ไปรยา เป็นคนที่ทำงานเก่ง เป็นคนที่ค่อนข้างที่จะเคร่งครัดในเรื่องของระบบสัญญาของตัวเอง เขารับพรีเซ็นเตอร์ เขาอยู่ในวงการมากี่ปี เขามีพรีเซ็นเตอร์กี่ตัวก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเขาดูสัญญาทุกตัวอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้เขาก็ดูครับ”
    
    ทางปูเขาติดใจในเรื่องรายละเอียด เรื่องยอดขาย ฯลฯ
    "เรื่องรายละเอียดตูมขอพูดสั้นๆ ขอโทษจริงๆ ที่ไม่ได้ฟังทนายเขา เพราะเพิ่งลงจากเวทีมาเลย เรื่องรายละเอียดและข้อสงสัย เรื่องความไม่โปร่งใสในตัวบริษัท เรื่องตัวเลขเรื่องบัญชี ให้ติดต่อฝ่ายบัญชี ฝ่ายทนายของบริษัท พร้อมให้ทุกคนตรวจสอบและ พร้อมที่จะชี้แจงกับทุกอย่าง ทุกข้อกฎหมายเพราะเราไม่มีทางที่จะมาตุกติกหรือโกงหรืออะไรอยู่แล้ว อันนี้คือในมุมของตูมนะ แต่เรื่องข้อพิพาทของกฎหมาย เราพูดอะไรได้ไม่มาก เพราะตูมไม่ใช่ศาล"

 

    ปูได้มีการยื่นโนติสขอตรวจสอบไหม
    "ตามที่พี่หอม (ต้นหอม-ศกุลตลา) บอกเลยว่าทางฝั่งเราเป็นคนยื่นก่อนครับ เขาบอกว่าเขายื่นมา แต่ว่าตอนนี้ทางบริษัทตูมยังไม่ได้รับหมายศาล หรือได้รับการแจ้งฟ้องร้องอะไรเลย ส่วนที่เขาบอกว่าเขาเคยยื่นชี้แจงมา อันนี้อาจเป็นไปได้ แต่ตูมไม่รู้นะ ที่บอกไม่รู้ตอนนี้ เพราะยังไม่ได้เห็นตัวเอกสาร สิ่งที่ตูมรู้คือฝั่งเราได้ยื่นโนติสไปตั้งแต่ปีที่แล้ว คือการปลด"

 


    เขาบอกว่าเขาขอยกเลิกสัญญาไม่ได้โดนปลด
    "พูดจริงๆ นะ ตูมประดิษฐ์คำพูดแบบเป็นทางการไม่เป็นขอพูดแบบเป็นธรรมชาตินะ ไม่มีใครพูดให้ตัวเองดูแย่ เขาเชื่อมั่นในหลักฐานของเขา ฝั่งบริษัทมะตูมก็เชื่อมั่นในหลักฐานของบริษัทเรา เพราะฉะนั้นทุกๆ คนต้องการที่จะงัดหลักฐานมา เพื่อต้องการสู้ เพื่อให้ตัวเองถูกต้อง การที่เกิดความขัดแย้งกันระหว่างตัวของเขากับตัวของเรา มันเกิดขึ้นแล้ว มันไม่สามารถให้ใครมาตัดสินได้ พวกพี่ๆ นักข่าว หรือประชาชนในประเทศไทยไม่ได้ตัดสินแทนได้ เพราะพวกคุณไม่ได้มีหลัดฐาน พวกคุณแค่ฟังจากเค้า และก็มาฟังจากตูม เพราะฉะนั้นถ้ามันขัดแย้งถึงจุดนี้ ศาลตัดสินเลย รอให้ศาลพิพากษา และให้ศาลตัดสินเลยว่าใครถูกใครผิดกันแน่"

 

 

 

    จุดเริ่มต้นของการมีปัญหากันที่เรายื่นโนติสไป
    "เหมือนที่พี่หอมพูดเช่นเดียวกัน ว่ามันเหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายในเรื่องของระบบการทำงานที่อาจจะไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ ในเรื่องของการทำงาน ที่ว่าทำงานเท่านี้ แต่ทำไมได้รับผลประโยชน์เท่านี้ อย่างที่พี่หอมพูดเลย"
    แต่การทำงานของเขาได้มีการระบุในสัญญาใช่ไหม
    "ทุกอย่างต้องระบุชัดเจนอยู่แล้ว"

 

    แต่เขาไม่ได้ทำตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ใช่ไหม
    "ตูมพูดเป็นกลางนะ เรามองว่าปูเขาทำเต็มที่ในส่วนของเขาแหละ แต่ระบบการทำงาน และทัศนคติอาจจะไม่ตรงกัน ฉะนั้นวันนี้ปูไม่โทษว่าปูผิดสัญญา หรือไม่มาร่วมงานกับเรา หรืออยากจะถอนตัวหรืออะไร ตูมไม่โทษเลยนะ เพราะการที่แค่เขาเคยคิดที่จะมาร่วมงานกับเรา สำหรับตูมมันเป็นเกียรติแล้ว เพราะเราเป็นแค่แบรนด์เล็กๆ เราไม่ใช่เคาท์เตอร์แบรนด์ด้วยซ้ำ มาอยู่กับเรา มาช่วยเราตอนนั้น
    แต่ล่าสุดตูมต้องขอโทษที่ตูมแขวะ ตูมยอมรับว่าฟีงบทสัมภาษณ์ของปูล่าสุด แล้วเราเสียความรู้สึกกับปูมาก มากถึงขนาดที่ว่า ปกติปูกับตูมไม่เคยทะลาะกัน ตูมกับปูไม่เคยด่าทอกันเลย ถ้ามีปัญหาส่วนใหญ่เป็นกับตัวของคนอื่น หุ้นส่วนคนอื่นเท่านั้น แต่ตูมกับปูไม่เคยตีกันเลย แต่คือครั้งนี้ตูมรู้สึกทำไมรู้พูดแบบนี้ทำให้เราโมโห รู้สึกไม่มีสติแล้วเราก็เลยแชร์เพื่อต้องการให้ตัวแทนเห็นว่า เห้ย ปัญหาจริงๆเป็นแบบนี้นะ เพราะว่าเรื่องการฉีกสัญญาหรือการทะเลาะกันมันมีตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว ตั้งแต่มีข่าวเรื่องอาหารเสริม มันไม่ใช่แค่แบรนด์เราที่โดนกระทบ มันโดนหมด แล้วมันไม่ใช่แค่สินค้าในเครือบริษัทตูม Praya by LB ที่โดน   18 โดนหนักขนาดไหน เราทุกคนโดนหมด แล้วยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีดารามันโดนเพ่งเล็งอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตูมถึงบอกว่าทำไมเราถึงไม่ประนีประนอมและคุยกันหลังบ้าน จนถึงวันนี้วันที่เราทุกคน ทั้งตัวปู พี่หอม ทั้งตูมและคนรอบตัวกลายเป็นขี้ปากชาวโซเชียล โดนด่า และคนที่หนักสุดคือคนที่อยู่เกรดล่างสุดนั่นคือตัวตูม วันนี้ตูมโดนประชาชนตัดสินไปก่อนศาลแล้ว 

 

 

 

 

    มันเกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้เขารู้สึกว่าไม่โปร่งใส
    “คือเรื่องของบริษัท ขอโทษจริงๆ ตูมพูดไม่ได้มาก ไม่ใช่ว่าตูมอยากจะปิดบังอะไรพี่ๆ แต่เนื่องด้วยว่าตอนนี้เรามีปัญหาใหญ่ระดับประเทศ มันอยู่ในเรื่องของการฟ้องร้องแล้ว เพราะฉะนั้นตูมปล่อยให้เป็นทีมของฝ่ายกฎหมายของบริษัทและทีมทนายตูมจัดการทุกขั้นตอนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เรื่องความไม่โปร่งใสที่ฝั่งเขาคิดมันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่จริง หรือมีข้อโต้แย้งอะไรให้เขาออกมาชี้แจงและให้มาพิสูจน์หลักฐานกัน  เพราะฝ่ายตูมก็ยินดีให้เขาตรวจสอบทุกอย่างอยู่แล้ว”

 

    สุดท้ายเรื่องนี้ต้องขึ้นสู่ศาล ต้องไปไกล่เกลี่ยกันยังไง อยากให้จบยังไง
    “จริงๆนะพี่ ตูมไม่เคยถามพี่หอมหรือหุ้นส่วนคนอื่นๆว่าอยากจบยังไง แต่สำหรับตูมคนเดียว ตูมอยากจบด้วยการที่เราไม่ควรออกมาสาดน้ำลายใส่กันหรือด่ากันในโลกโซเชียลอีกแล้ว มันไม่มีประโยชน์ มันมีแต่คนโดน ตูมโดนด่าหนักที่สุดในชีวิต ดีเจแคมฟ็อกซ์ ดีเจตลาดล่าง มาได้วันนี้เกาะดาราดัง วงการตีสนิท คือตูมโดนด่าแบบนี้ตูมเฉยๆ เพราะตูมโตกับการด่า เมื่อก่อนตูมก็ดังมาจากการด่าคน เพราะฉะนั้นตูมไม่ซีเรียส ณ วันนี้ตูมเป็นหนี้บุญคุณวงการบันเทิงขนาดไหน ที่ตูมมาถึงจุดนี้ได้ แต่เขาสำหรับตูม ภาพของปูใหญ่มาก เขามีงานที่ระดับไหน เขาอยู่วงการมากี่ปี เขาไม่ควรลงมามีข่าวด้านลบแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าถามใจตูมจริงๆเลยนะ ตูมอยากให้มันจบด้วยการที่เราทุกคน ปูบอกว่าปูไม่แคร์มิตรภาพเพราะปูไม่ได้สนิทตั้งแต่แรกอยู่แล้ว งั้นไม่ต้องแคร์มิตรภาพก็ได้ เพราะถ้าไม่ได้อยากสนิท เราก็ไม่ได้อยากจะไปสนิทกับเขา แต่วันที่คุณเข้ามาสนิทกับเรานั่นคือมันมีผลประโยชน์เข้ามา ณ วันนี้มันจบเรื่องผลประโยชน์ไปแล้ว ถูกผิดให้กฎหมายเป็นคนตัดสิน แต่ตัวเราเองทั้งต้น ทั้งปู ทั้งตูม หยุดการสาดน้ำลายใส่กันจะดีที่สุด”

 

    เรามีฟ้องค่าเสียหายเขาด้วย บอกจำนวนได้มั้ย
    “ขอให้เป็นทางฝ่ายกฎหมายตูมพูดดีกว่า ตูมไม่อยากพูดตัวเลขเพราะมันยังไม่ชัดเจน”

    ที่ฟ้องร้องกันคือเรื่องอะไร
    “เรื่องการผิดสัญญา จริงๆประเด็นหลักมันมีอยู่แค่นั้น แต่ว่ารายละเอียดจริงๆ ข้อพิพาทจริงๆมันอยู่ในช่วงอย่างที่บอกถ้าเรามีคดีอะไรเราก็อยากฝ่ายกฎหมายหรือทีมทนายเราทำงาน”

 

    ทนายยืนยันว่าจะยังไม่จ่ายแน่นอน จะขอสู้คดี
    “ถ้าเราผิดจริงๆ แล้วศาลตัดสินให้เราจ่ายเราต้องจ่ายมั้ยครับ? เพราะฉะนั้นตูมไม่สามารถตอบสื่อได้ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย จะยอมรับหรือไม่ยอมรับ ศาลต้องเป็นคนบอกเท่านั้นครับ “

 

 

 

 

 

 

 

    มันมีส่วนของเครื่องหมายการค้า ที่ทางเขาบอกว่าเป็นจุดแตกหักระหว่างเขากับเรา
    “ตรงนั้นให้ศาลตัดสินเลยครับ เพราะเราไม่ได้โดนแค่เครื่องหมายการค้า เราโดนหลายครั้ง เราโดนหลายอย่างมาก ซึ่งตอนนั้นเราคุยกันตลอด เราเข้าใจว่าตอนนั้นปูโดนหนักมาก แล้วเขาออกมาเจอสื่อบ่อยมาก แต่..ขอพูดตรงนี้ครับ ไม่ใช่แค่ปูที่โดน เมื่อวันที่ 24 เมษายนปีที่แล้ว ตูมก็โดนพี่ๆนักข่าวสัมภาษณ์เรื่องนี้  แต้วก็โดน พี่หอมก็โดน ทุกคนโดนหมดครับ เราเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ครับ” 

 

    ทาง “มะตูม” ยืนยันว่าตั้งแต่ทำธุรกิจการค้ามา เราโปร่งใส 
    “ครับ ถ้าเป็นตัวตูม ตูมโปร่งใส ไม่ใช่ตูมสิ ถ้าเป็นตัวทุกคนที่ตูมร่วมงานด้วย เอาจริงๆตูมจะไปโกงเขาทำซากอะไร ถ้าหนูโกงหนูก็โดนแหก โดนแหกไม่พอโดนฟ้องอีก แต่ละคนที่ตูมร่วมงานเป็นดาราตัวท๊อป เขามีเงินจ้างทนายกันทั้งนั้น ไม่มีประโยชน์ในการโกงครับ” 

 

    แบ่งหุ้นเท่ากันไหม
    “ถ้าในตัวผลิตภัณฑ์ Praya by LB เท่ากันครับ มีหุ้น 4 คน ทุกอย่างเราแบ่งเท่ากัน แต่บอกไม่ได้” 

    เขาเรียกร้องให้เราจัดตั้งบริษัท แต่เราไม่ได้จัดตั้งให้เขา
    “เรื่องนี้ให้ทางกฎหมายและทีมทนายตูมเป็นคนตอบเลยครับ” 

 

 

 

    สัญญาของ “ปู” จริงๆจะหมดเมื่อไหร่
    “จริงๆสัญญามันคือ 1 ปี วันที่เรายื่นฟ้อง อยู่ในช่วงระบุสัญญา ตั้งแต่เปิดตัวมาปูเขาลงรูปกี่รูปเอง”
    เหมือนไอจีผลิตภัณฑ์ยังใช้รูปปูอยู่ 
    “เราหยุดไปแล้วครับ จริงๆ เราสั่งห้ามก่อนมีการแตกหักกันด้วยนะ ตั้งแต่เรามีข่าวเรื่องวงการอาหารเสริม เราสั่งให้ทุกคนหยุดโพสต์ไอจีหลักของบริษัท หยุดใช้รูปปู หยุดทุกอย่างไม่ใช่แค่แบรนด์ไปรยา  กับทุกแบรนด์ในเครือบริษัทของเราหยุดไปก่อน เพราะเราโดนหนักมากตอนนั้น ตูมไม่รู้ว่าวันนี้ทิศทางมันจะไปยังไงกับธุรกิจที่สร้างมา แต่ตูมยังยืนยันคำเดิมว่า ตูมไม่เคยคิดที่จพทำลายหรือทำร้ายชีวิตใครแน่นอนครับ”

 

   เราอยากจะทำธุรกิจแบบนี้ต่อไปอีกไหม ในเมื่อมันมีปัญหามาร่วมปีแล้ว ?
    “จริงๆ ตัวผลิตภัณฑ์ของ กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ มันยังไปต่อได้ ตูมเชื่อว่าการขายของออนไลน์ วันนี้มีตัวแทนหลายคนมาหาตูมด้วย ตูมเชื่อว่ามันยังเป็นอาชีพสุจริตที่มันยังทำการค้า ยังสร้างชีวิตคนได้ ไอ้คำว่าสงสารตัวแทนที่เขาพูด เขาอาจจะสงสารในมุมเรื่องกำไรที่เขามาลงทุนในวันนั้นที่พูดเปิดตัว แต่ ณ วันนี้ คนที่เห็นตัวแทนลำบากจริงๆ คนที่ต้องอุ้มตัวแทนขึ้นมาคือบริษัท ไม่ใช่เขา เขาไม่ได้เห็น ตูมเป็นคนเห็น ตูมเป็นคนอยู่และรู้ว่าตัวแทนเรากำลังประสบปัญหาอะไร ตูมพอจะเยียวยาช่วยเหลือตัวแทนยังไงได้บ้าง”

 

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันกระทบภาพลักษณ์บริษัท หรือคุณภาพของสินค้าอย่างไรบ้าง
    “กระทบอยู่แล้วครับ คุณภาพของสินค้าให้ผู้บริโภคเป็นคนตัดสิน ณ วันนี้คนออกมาด่าสินค้าเราเยอะมาก เคยใช้จริงหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ มะตูมถึงบอกไงว่าทุกอย่างอยู่ที่ข้อกฎหมาย ผลิตภัณฑ์เราเคยโดนด่าแรงมากว่า อย.ปลอม จน อย. ต้องออกมาชี้แจงว่าจริง เราโดนกันหนักแต่ก็บอกกับทุกคนเสมอว่า เราเป็นแบรนด์ของดารานะ เรามีนางเอกเป็นพรีเซ็นเตอร์ เป็นคนนำเสนอ เป็นบอส ฉะนั้นมันไม่แปลกที่คนเพ่งเล็วเราเป็นพิเศษ และแบรนด์เราดังต้องยอมรับตรงนี้ครับ”

 

 

 

 

    คุยกับตัวแทนตัวว่าอย่างไรบ้าง
    “จริงๆ ตูมเซนซิทีฟกับตัวแทนมาก เพราะว่าเขาไม่จำเป็นต้องเชื่อบริษัทก็ได้(น้ำตาคลอเสียงสั่น) ไม่มีตัวแทนคนไหน คือมันมีทั้งมาแล้วไป แต่ตัวแทนหลักๆ บางคนก็ยัง เขาก็ขาดทุน เขาบอกบอสไม่เป็นไรนะ ยังสู้ไปด้วยกันได้ ทำให้เรามีกำลังใจในการทำต่อไป บริษัทเราเคยประสบความสำเร็จมาก แล้วมันทรุดไปเยอะมาก หลังจากมีปัญหาธุรกิจอาหารเสริม ณ วันนี้ไม่มีใครเชื่อแล้ว ไม่ต้องใช้คำว่าบอส ดาราถือเขาก็ไม่เชื่อแล้วว่าดารากินจริง ขอพูดแก้ต่างตรงที่มีคลิปแชร์เยอะมาก เป็นคลิปมะตูมที่เคยบอกจะไม่รับรีวิวนะหน้ากูดีอยู่แล้ว นั่นเป็นคลิปที่ตูมอัดจริงๆ ไม่ใช่คนหน้าคล้ายนะครับ (หัวเราะ) เป็นคลิปที่อัดตอนดังจากการด่าคนชื่อ โรส แล้วมะตูมมาจากแคมฟร็อก เราก็เป็นคนปากจัดอยู่แล้ว ขอโทษที่พูดหยาบ แต่มะตูมยังยืนยันเหมือนเดิม ถ้ามะตูมไม่ได้ใช้อะไรจริงๆ มะตูมไม่มีทางโพสต์รูปหรือรีวิวเด็ดขาด สิ่งที่มะตูมโพสต์ในไอจีวันนี้มันเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือบริษัทของมะตูมเอง ซึ่งกว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มะตูมทำออกมา ถามตัวแทนได้มะตูมพัฒนาเอง ไปโรงงานเอง ฉะนั้นมะตูมถึงได้บอกไงว่ามะตูมใช้จริง ถึงกล้าพูด แต่ไอ้คลิปนั้นมันก็ คือบทเรียนในครั้งนี้ยอมรับว่ามันแรงตรงที่คาแร็กเตอร์ตูมเป็นคนแรงอยู่แล้ว ถามว่าวันนี้สำนึกผิดตรงไหน ถ้าจริงๆ สำนึกผิดเรื่องการควบคุมสติอารมณ์ในการใช้โซเชียลของตัวเอง แต่ในเรื่องของธุรกิจตูมมีความรู้สติและทำทุกอย่างโปร่งใสและชัดเจนมาตลอด ถ้าวันนี้ตูมจะขอโทษ ตูมขอโทษทุกคนที่รู้สึกไม่ดีกับข้อความในโซเชียลของตูม กับบางข้อความ ต้นหอมปูทะเลาะกัน เขาเหมือนระดับเดียวกัน แต่ตูมอีดีเจมะตูมแคมฟร็อก มันไม่สามารถไปเทียบเคียงสู้กับเขาได้ ไม่ต้องมาตรอกย้ำหรือมาด่า เพราะตูมตระหนักและสำเนียกตัวเองอยู่แล้ว เรารู้ว่าเรามาจากจุดไหน เราไม่เคยลืมกำพืดตัวเอง เพียงแค่เรามีวันนี้มาอยู่จุดนี้ได้ เรามีความสุขและรู้สึกพอใจกับสิ่งที่เรามีแล้ว”

 

    ตอนนี้เอาแพทมาแทนปู
    "ไม่ใช่ครับ หลายคนเข้าใจผิด ของปูคือ Praya by LB หลายคนเข้าใจว่าเราเอาแพทมาขึ้นกล่องแทนปู แพทไม่ได้อยู่บนกล่องด้วยซ้ำครับ แพทเป็นพรีเซนเตอร์ครับ จริงๆ แพทถูกบิ้งให้เป็นพรีเซนเตอร์ก่อนพี่หอมเสียอีกในตัว LB พอแพทหมดสัญญาปุ๊ป เอาแพทมาทำสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์ต่อ 1 ปี ไม่ใช่บอสเหมือนกับที่ปูเป็น ตูมยังยืนยันว่าทำไมปูถึงเป็นบอส เพราะมันเป็นการคุยกันว่าหุ้นส่วนเราแบ่งกันประมาณเท่านี้นะ และวันเปิดตัวเราให้ปูพูดได้เลย วันเปิดตัวไม่มีสคริปต์นะครับ คุณรู้ใช่ไหมว่านี้คือการทำธุรกิจครั้งแรกของคุณ คุณทำไปเลย นี่คือสิ่งที่เราคุยกัน"

 

    มีเครียดร้องไห้ไหม
    "ร้องครับ โดนคนด่าทั้งประเทศ ด่าถึงแม่ พันคอมเมนท์กับรูปมองบนของตูมอ่ะ คือรูปนั้นตูมบอกเลยนะว่าตูมไม่ได้แขวะใคร ตูมลงก่อนที่เขาจะออกมาให้สัมภาษณ์อีก มันเป็นเวลาอเมริกาแล้วตูมลงเพราะรูปนั้นมุมหน้าตูมสวย อันนี้พูดจริง แล้วพอกุ๊บกิ๊บมาเม้นท์อีกมันกลายเป็นชนวน มากับข่าวอีก แล้วทุกวันนี้คอมเมนท์แรงมสก ตูมไม่เคยโดนใครด่าขนาดนี้มาก่อนในชีวิต แล้วตูมจะไม่ลบด้วยครับ จะเก็บไว้ว่า อีมะตูมมึงจำไว้นะ ว่าครั้งนึงมึงเคยทำพลาดเป็นบทเรียนวันไหนรู้สึกลืมตัวเองหลงตัวเองให้มาย้อนดูว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ทุกคนนะที่เขาจะเปิดแขนรับพื้นที่ยืนในวงการของตูม มีบางคนมี่เขาเกลียดและไม่ชอบตูมเหมือนกัน"

 

    มีผลกับการเลือกคนมาร่วมงานในอนาคตไหม
    "มีครับ 100% ครับ เราต้องคิดให้มากขึ้นว่า จริงๆ ตูมไม่อยากพูดประโยคนี้ ถ้าตูมมองใครเป็นเพื่อนจริงๆ เนี่ย มันไม่มีการฟ้องร้องกันอยู่แล้วครับ ซึ่งปูตูมไม่ได้สนิทกับเขา มันไม่ได้เหมือนทางแต้ว กิ๊บ พี่หอมที่เราสนิทหรือรู้จักกันมาก่อน ของคุณปูเขาอยู่สูงมาก อันนี้ตูมไม่ได้จัดระดับใครสูงใครต่ำ แต่ก่อนที่จะมาเซ็นสัญญาทำธุรกิจด้วยกันตูมเจอปูแค่ 2 ครั้งครับ คืองานอีเวนท์ 1 ครั้งกับเขามาโปรโมตที่คลื่นวิทยุตูม 1 คนั้ง แล้วก็ร่วมงานกันเลย"

 

 

 

 

    กับปูหลังจากเกิดเหตุการณ์ได้คุยกันไหม
    "คือจริงๆ ตูมกับปูไม่ได้คุยกันมาครึ่งปีแล้ว ตั้งแต่แตกหักทะเลาะกัน ตอนนั้นยังอยู่ในสัญญานะครับ เขาต้องการให้คุยผ่านทนายเขาเท่านั้น ตูมก็รู้สึกว่าทำไมต้องใช้ทนายคุยถ้าเกิดเขาไม่คุยกับตูมงั้นตูมก็เอาทนายไปคุย ก็คือทนายกับทนายคุยกัน กลายเป็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่มีปัญหากัน ทนายกับทนายคุยกันนะครับ จนกระทั่งวันนึงเขาออกมาให้สัมภาษณ์แบบนั้น แล้วตูมก็รู้สึกไม่พอใจอยู่แล้ว ทำไมไม่เคลียร์กันหลังบ้าน มันจะจบอยู่แล้ว พอมาวันนี้เขาออกมาพูดแบบนั้นเราไม่พอใจไม่พอ ตูมก็เลยอยากจะเคลียร์ แต่ว่าก็ช่างมันเหอะ ต่อให้เคลียร์ตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะมันมองหน้ากันไม่ติดไปแล้ว เขาไลน์มาบอกว่าตูมเลิกบล็อคเขาหรือยัง ซึ่งตูมไม่เคยบล็อคเขาเลย แม้กระทั่งวันนี้ไอจีตูมยังฟอลโลวเขาเลย ทั้งที่เขาอันฟอลโลวตูมไปแล้ว แล้วข้อความที่ตูมส่งไปหาเขาอาจจะด้วยอารมณ์น้อยใจ ก็บอกประมาณว่า ยูจะมาด่าเราหรอยูทักมาทำไมถ้าจะด่าไม่ต้องแล้วนะ เราโดนคนด่าทั้งประเทศแล้ว เขาก็ส่งมาประมาณว่า พี่มะตูมปูขอโทษ ไม่อยากให้มาถึงจุดนี้เลยจริงๆ ปูยังรู้สึกดีกับพี่ตูมนะ พอยิ่งประโยคนี้เรารู้สึกเจ็บตรงที่แบบรู้สึกดีทำไมไม่เคลียร์ก่อน ออกมาพูดทำไม เพราะออกมาสาดโคลนใส่กันคนที่เจ็บคือตูม หนักอยู่แล้ว รองมาคือคุณนั่นแหละโดนด้วย"

 

    ตอนนี้ต่างคนต่างบอกว่าตัวเองถูก
     “ถูกอยู่แล้ว"

    ตกลงใครโกหกใครถูก
     “ถ้าพี่ถามตูม ตูมก็ต้องตอบว่าตูมไม่รู้ว่าตูมถูกไหมในสายตาคนอื่น แต่ตูมพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้องที่สุด เพราะตูมยังต้องทำมาหากินในวงการนี้ ตูมไม่อยากอยู่ๆมาเข้าคุก"

 

    ขั้นตอนต่อไปคืออะไร 
    “จริงๆพยายามอยากเคลียร์ ทั้งตัวเขาตัวเรา มีคนท้าว่ากล้ามานั่งดีเบทคุยกันเลยไหม แถลงข่าวพร้อมกันไปเลย ปู มะตูม หอม ตูมพร้อมนะครับ ยังพร้อมเสมอ ไม่ต้องตอบแบบเฟค ถามว่าวันนี้ร่วมงานกันได้ไหม มองหน้ากันติดไหม ไม่ติดหรอกครับ เขามองเราไม่ติดแล้ว แล้วเราก็ไม่กล้ามองเขาด้วย เพราะเขาคิดกับเราขนาดนี้ แต่วันนี้จะเดินต่อไปยังไงคือ หยุดการด่าทอกัน การแบ่งพรรค การออกมาด่ากันไปเรื่อยๆ เพราะเดี๋ยวเขาจะกลับมาอาทิตย์หน้า ตอนนี้เขาอยู่ต่างประเทศ เท่าที่ตูมรู้มา ตูมขอพูดผ่านตรงนี้ละกัน ปู ตูมได้รับบทเรียนแล้วกับการทำธุรกิจกับการที่เราไม่ได้ศึกษาดูใจกันมาตั้งแต่แรก ณ วันนี้ ทั้งฝ่ายตูมเอง และฝ่ายของปูเอง รู้สึกว่าตัวเอง ถูกต้อง มีหลักฐาน เพราะฉะนั้น ให้กระบวนการศาล กระบวนการกฏหมายเป็นคนตัดสินเราสองคนดีกว่า เราไม่ต้องให้ประชาชนมาตัดสินกันเอง เพราะประชาชนไม่ใช่ศาลครับ" 

 

    มองหน้ากันยังไงอยู่ที่ศาล 
    “ถ้าตูมใส่แว่นก็คงถอดแล้วมอง จะเข้าไปกอด มันไม่ได้แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีการนัด แต่ศาลตูมนัดหมายมาแล้ว แต่ขอยังไม่บอกรายละเอียด"

    ศาลกำลังเรียกให้ปากคำแล้ว     
    “ต่อไปนี้ตูมจะไม่มีอีเว้นท์แล้ว แต่ทุกอย่างที่พี่ๆสงสัย เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ถามเรื่องนี้ดีนะครับ ตูมอยากบอก เท่าที่จะบอกได้ แต่ต่อไปนี้ทางบริษัทตูม มีความเห็นแล้วว่า พี่ต้มหอมเขาเหมือนเป็นพรีเซนเตอร์บริษัทด้วย เป็นคนอยู่ในสื่อบ่อยกว่าตูม เพราะฉะนั้นความคืบหน้า หรืออัปเดตอะไร ที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายหรือบริษัทเราทางคดีนี้ ให้พี่ต้นหอมเป็นคนพูดแต่เพียงผู้เดียวเลยครับ"

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,520 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ