บีซีพีจี นำนวัตกรรมการจัดการพลังงานช่วยผู้บริโภค

บีซีพีจี นำนวัตกรรมการจัดการพลังงานช่วยผู้บริโภคผลิตพลังงานหมุนเวียน

           บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เสนอวิธีการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการจัดการพลังงานมาช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนและขายในตลาดค้าปลีก

 

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กล่าวกับ โกลบอล แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นช่องทางแพร่ภาพออกอากาศออนไลน์ของอ็อกซ์ฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป (Oxford Business Group หรือ โอบีจี)  ว่า การกระจายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนหลากหลายประเภท และการค้นหาบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ของบริษัทที่ต้องการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

 

ในการสัมภาษณ์ที่ครอบคลุมด้านต่างๆ ซึ่งสามารถรับชมแบบเต็มได้แล้วที่นี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ กล่าวว่าความก้าวหน้าล้ำสมัยทางเทคโนโลยีจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซื้อและขายพลังงานสีเขียวกับโครงข่ายพลังงาน (Grid) ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐบาลหรือบริษัทด้านสาธารณูปโภคอีกต่อไป  "เรากำลังสร้างระบบให้กับผู้บริโภค แต่พลังงานเป็นของผู้บริโภค" เขากล่าวกับโอบีจี "นั่นเป็นสิ่งที่เรามุ่งหมายในแง่ของความเป็นประชาธิปไตยด้านพลังงาน  ประชาชนไม่เพียงแต่ได้ใช้พลังงานสีเขียวเท่านั้น แต่วิธีการใหม่นี้จะทำให้พวกเขาได้เป็นผู้ผลิตพลังงานสีเขียวอีกด้วย  อุตสาหกรรมนี้กำลังจะเปลี่ยนจากการจำหน่ายแบบรวมศูนย์ หรือจากวิธีการแบบดั้งเดิมมาเป็นวิธีการที่ชาญฉลาดมากขึ้น"

 

นายบัณฑิตอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจจากการขายส่งเป็นการขายปลีกถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในระยะกลาง  "การสร้างตลาดลูกค้ารายย่อยต้องอาศัยเวลา แต่ภายในระยะเวลาประมาณสองถึงสามปี เราคาดว่าจะมีพอร์ตโฟลิโอใหม่ที่ผสมผสานระหว่างลูกค้ารายใหญ่และลูกค้ารายย่อย  ในระยะยาวหลังจากห้าปีไปแล้ว เราจะได้เห็นว่าลูกค้ารายย่อยมีบทบาทมากขึ้นในพอร์ตโฟลิโอของเรา"

 

เขายังชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของรัฐบาลกลางในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีราคาถูกลง และประชาชนจะสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น  "ในสมัยก่อน เทคโนโลยียังมีราคาแพง แต่ทุกรัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ภาคพลังงานสีเขียวเพื่อให้สามารถบรรลุผลสำเร็จ  ราคาแผงโซล่าเซลล์ลดลงมากว่าสามเท่า ในปัจจุบัน จึงสามารถแข่งขันกับวิธีการผลิตพลังงานแบบเดิมได้"

 

เราสามารถขายพลังงานราคาถูกและมีคาร์บอนต่ำให้กับลูกค้าได้โดยตรงด้วยการใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน ซึ่ง "ทุกคนสามารถมีพลังงานของตัวเอง และสามารถนำพลังงานนี้มาใช้หรือขายผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานของเรา ที่ช่วยให้สามารถซื้อขายโดยตรงได้แบบเครื่องต่อเครื่อง (Peer-to-Peer)  เมื่อมีคนขายพลังงานกลับเข้าสู่โครงข่ายพลังงานของประเทศ (National Grid) การซื้อพลังงานจากเครื่องผลิตไฟฟ้าของประเทศก็จะน้อยลง"

 

สิ่งสำคัญในโครงการนี้ก็คือบทบาทของรัฐบาลซึ่งจะต้องเห็นด้วยกับการจัดการพลังงานอย่างคุ้มค่ามากขึ้น  "รัฐบาลพยายามที่จะทำให้ราคาพลังงานต่ำลง และมีวิธีการหลายอย่างที่จะทำได้ เช่น สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินแบบดั้งเดิม หรือโรงงานผลิตพลังงานสีเขียวแบบใหม่  เรากำลังเสนออีกวิธีที่จะเปลี่ยนวิธีจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  นั่นก็คือเราจะติดต่อโดยตรงกับผู้ใช้ขั้นสุดท้ายซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปอย่างพวกเราที่ใช้พลังงาน"

 

นายมาร์ค-อังเดร เดอ บลัวส์ ผู้อำนวยการแผนกประชาสัมพันธ์และวิดีโอของโอบีจีกล่าวว่า การสัมภาษณ์นายบัณฑิตแสดงให้เห็นว่าความพยายามที่จะนำเทคโนโลยีมาเป็นศูนย์กลางของแผนกระจายการจำหน่ายพลังงาน เป็นส่วนหนึ่งในวิธีที่บริษัทต่างๆ สามารถนำมาใช้เพื่อปรับปรุงบริการของตัวเองได้

 

"ในขณะที่วิดีโอของเราแสดงให้เห็นการพัฒนาต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย วิดีโอดังกล่าวก็ยังย้ำให้เห็นว่าเครื่องมือซึ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ อย่างเช่น เครื่องมือที่บีซีพีจีใช้ สามารถสนับสนุนการผลิตพลังงานสีเขียวได้อย่างไร" เขากล่าว  "ผมรู้สึกยินดีที่ผู้ชมไม่เพียงแต่มีโอกาสได้เรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับเทคนิคการจัดการที่ทันสมัยซึ่งใช้กันอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังได้เห็นบทบาทของบริษัทฯ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกำหนดทิศทางของพลังงานหมุนเวียนในอนาคตด้วย"

 

บีซีพีจีเป็นหนึ่งในผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยดำเนินธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานความร้อนใต้ภิภพในประเทศไทย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย


เปิดอ่าน