อาณาจักร...ยาเสพติด(1)"ค่ายทหาร"โรงงานผลิตยา

นับตั้งแต่รัฐบาลทหารพม่าเริ่มปฏิบัติการกดดันชนกลุ่มน้อยทั้ง 17 กลุ่มมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ปี 2553 กำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จึงมีแผนบีบให้ชนกลุ่มน้อยยอมจำนน แต่ยังมีชนกลุ่มน้อยอย่างน้อย 3 กลุ่ม ที่พยายามต่อต้านและเพิ่มกำลังผลิตยาเสพติด เพื่อนำเ

 โดยในส่วนของว้าที่เรียกได้ว่าเป็นหนามยอกอกรัฐบาลทหารพม่ามานาน เพราะเกี่ยวพันในฐานะเป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก รัฐบาลทหารพม่าจึงพยายามผลักดันให้กลุ่มว้ายอมวางอาวุธและแปรสภาพมาเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (บีจีเอฟ)

 ปลายปี 2552 ต่อเนื่องต้นปี 2553 มีรายงานจากทางทหารว่า กองทัพว้าที่มีกำลังพลทั้งสิ้นอาจจะถึง 5 หมื่นนาย ได้สั่งซื้ออาวุธเพิ่มกว่า 3 หมื่นกระบอก และพร้อมจะปักหลักสู้กับกองทัพพม่า

 มีข้อมูลที่ตรงกันของตำรวจ ทหาร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่าปัจจุบันมียาบ้าอย่างน้อย 200 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 50 กิโลกรัม และเฮโรอีน 30 กิโลกรัม รอลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย ?!!
 
 สำหรับชนกลุ่มน้อยที่ยังคงผลิตยาเสพติดอยู่อย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มว้าของ "เหว่ย เซียะ กัง" กลุ่มเอ็นดีเอเอของ พ.อ.จายลืน และกลุ่มกองทัพรัฐฉานของ พ.อ.เจ้ายอดศึก แหล่งผลิตส่วนใหญ่ย้ายจากแถบชายแดนเข้าไปในพื้นที่ชั้นในราว 100 กว่ากิโลเมตรขึ้นไป และมักทำในค่ายทหารเสียเป็นส่วนใหญ่

 ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ของหน่วยราชการด้านการปราบปรามยาเสพติดของไทยพอจะแยกแยะได้ดังนี้ กลุ่มโกกั้งพื้นที่รัฐฉานตอนบนมีฐานอยู่ที่บ้านลาเฉียว หมู่บ้านปางซางของกลุ่มว้าตระกูลเปา พื้นที่รัฐว้าภาคเหนือ ส่วนรัฐว้าภาคใต้จะขึ้นอยู่กับกลุ่มว้าตระกูลเหว่ย ส่วนบ้านท่าขี้เหล็กจะเป็นของกลุ่มไทใหญ่หน่อคำ ด้านมูเซออาสาสมัครพม่าและองค์กรแห่งชาติมูเซอ (แอลเอ็นโอ) จะกินพื้นที่บ้านน้ำปุง และพ.อ.มหาจ่า จะอยู่ที่บ้านหัวเมืองรัฐฉานตอนใต้

 แหล่งผลิตยาเสพติดที่ตรวจพบฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน มีทั้งสิ้น 3 แห่ง ด้าน จ.เชียงใหม่ กับ จ.เชียงราย อีกฝั่งละ 2 แห่ง รวมเป็น 7 แห่ง ประกอบด้วย บ้านร่องหมากโอ, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านคายหลวง, พล.น.772, พล.น.248 หมู่บ้านยองปัง และบ้านน้ำปุง

 ด้านตรงข้าม จ.เชียงราย คนที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวได้แก่ เหว่ย เซียะ กัง ผู้นำว้า กับ พ.อ.จายลืน ผู้นำเอ็นดีเอเอ ส่วนด้านตรงข้าม จ.เชียงใหม่ เป็นเหว่ย เซียะ กัง กับ พ.ท.ยี่เซ กองกำลังว้า สำหรับฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน จะเป็น พ.อ.ต๊ะมาน ซึ่งก็เป็นกลุ่มว้าเช่นเดียวกัน

 ที่เมืองปางซางและหมู่บ้านตังยานยังคงเป็นศูนย์ผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ของกลุ่มว้า โดยเฉพะเหว่ย เซียะ กัง ผู้นำกองกำลังว้าเองก็อาศัยอยู่ที่นี่ ด้วยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญโอบล้อมด้วยขุนเขา 2 ลูก หลังจากผลิตยาเสพติดเสร็จแล้วจะลำเลียงผ่าน 2 เส้นทาง ได้แก่ จากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านลาของกลุ่มโกกั้ง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษที่ 4 โดยมีเป้าหมายขนส่งลงเรือที่ท่าสบหลวย ลำเลียงไปตามแม่น้ำโขงผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

 ส่วนอีกเส้นทางจะลำเลียงจากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านตังยาน หมู่บ้านเกสี มาพักคอยทยอยข้ามชายแดนที่หมู่บ้านน้ำจ๋าง แล้วค่อยลำเลียงไปยังบ้านหัวเมืองและบ้านคายหลวง ฝั่งตรงข้าม อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีแผนลำเลียงผ่านหมู่บ้านทาไปยังแหล่งพักคอยที่หมู่บ้านจ๊อดตรงข้าม อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

 นอกจากแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ตามค่ายทหารแล้ว ยังถูกเป็นแหล่งพักยาก่อนลำเลียงข้ามชายแดนเข้าประเทศไทยอีกด้วย จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 พบว่าแหล่งพักยาฝั่งพม่ามีอยู่หลายจุด ประกอบด้วย ด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน 9 จุด จ.เชียงใหม่ 15 จุด และ จ.เชียงราย 5 จุด

 สำหรับรายละเอียดจุดพักยาพอจะสรุปได้ดังนี้ บ้านร่องหมากโอ, ฐานแม่กุน-ก้างปลา, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านห้วยฮะ, ฐานดอยหัวม้า, ฐานกองเฮือบิน, บ้านดอยไฟ, ฐานบ้านน้ำฮูม, พล.น.772, บ้านนากองมู, พัน 169 (ดอยกังตี่), พัน 169 (ซุย จัน), ฐานบ้านน้ำสุขุ่น, คร.501, คร.405, พล.น.775, บ้านมะขี้หนู, ดอยสันจุ๊, หมู่บ้านยองปัง, พล.น.248, บ้านสี่หก, บก.46, บ้านแม่โจ๊ก, บ้านน้ำปุง, บ้านปง, ท่าขี้เหล็ก, บ้านโฮ่ง, บก.ทหาร 171 

 เมื่อพูดถึงผู้ผลิตแล้วฉบับพรุ่งนี้จะพาไปดูเส้นทางและช่องทางท่าข้ามต่างๆ ที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งแถบภาคเหนือที่มีปัญหาอยู่ก็มีอยู่ 3 จังหวัด ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญของชนกลุ่มน้อยข้างต้นด้วย  


เปิดอ่าน