เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

380 ผู้ต้องหาเข้าร่วมโครงการ เมาแล้วขับ กลับใจ ต่อไปจะไม่เมาแล้วขับ กล่าวสัตย์ปฏิญาณ - ดื่มน้ำมนต์ถือสัจจะ

               15 เม.ย. 61  เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พร้อมคณะ พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ เมาแล้วขับ กลับใจ ต่อไปจะไม่เมาแล้วขับ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ที่จัดขึ้นที่โรงพัก สภ.บางปู สมุทรปราการ

 

 

 

               โดยมีผู้ที่กระทำผิดกฎหมายเมาแล้วขับที่ถูกจับกุมในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 380 คน เข้าร่วมในโครงการ ซึ่งได้นิมนต์พระมาเทศน์และปฏิญาณตนต่อหน้าขันน้ำมนต์ที่มีมีดและหอกรวมทั้งลูกกระปืนอยู่ในขัน ก่อนคุมตัวส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการ
               พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า ทาง ภ.จว.สมุทรปราการ ได้ดำเนินการตามโครงการ เมาแล้วขับ กลับใจ ต่อไปจะไม่เมาแล้วขับ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2561 ทางตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ได้วางมาตรการในการเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา ว่าต่อไปจะไม่กระทำอีก โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนสำนึกในกฎจราจร ในการขับรถดี มีวินัย ถ้าไม่ดื่ม ไม่เมาขณะขับรถ สถิติอุบัติเหตุจะลดลงได้
               กลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชน ด้วยการนำข้อมูลอุบัติเหตุมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เนื่องจากในบางหมู่บ้านมีพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนซ้ำซาก จึงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนที่มีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของคนในหมู่บ้านจากอุบัติเหตุทางถนน เพื่อจะนำไปสู้การลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในภาพรวมของจังหวัดสมุทรปราการ ลดลงได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
               บรรยากาศในโครงการนิมนต์พระสงฆ์มาทำการเทศนาให้กับผู้ต้องหาทั้งหมด 380 คน เพื่อสั่งสอนตามแนวทางของพระพุทธศาสนาให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทและโทษต่างๆ ที่เกิดจากการเมาแล้วขับ นอกจากจะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตแล้ว และยังทำให้คนอื่นได้รับผลกระทบด้วย จากนั้นได้ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดกล่าวสัตย์ปฏิญาณและดื่มน้ำมนต์ถือสัจจะ ซึ่งมีมีดและกระสุนปืนอยู่ในขันว่าถ้าดื่มสุราจะไม่ขับรถอีกเป็นอันขาด หากผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้ขอให้ชีวิตมีอันเป็นไปภายใน 3 วัน ก่อนที่จะคุมตัวทั้งหมดส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการต่อไป

 

 

 

               สำหรับจังหวัดสมุทรปราการ ได้วางแนวทางมาตรการในการเข้มงวดการขับขี่รถในขณะเมาสุรา โดยมีแนวคิดที่จะเป็นสื่อประสาน เพื่อให้ประชาชนที่ขับขี่รถในขณะเมาสุรา ต่อไปจะไม่กระทำผิดซ้ำอีก โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนสำนึกในกฎจราจรในการขับรถดี มีวินัย ถ้าไม่ดื่มไม่เมาขณะขับรถ สถิติอุบัติเหตุจะลดลงได้ ทั้งนี้ พบว่าผู้ที่ดื่มเมาแล้วขับส่วนใหญ่จะรู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านจุดไหนและก็จะมีการหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น เราจึงได้ปรับยุทธวิธีในการตั้งด่านตรวจ โดยการตีวงสุราให้แตก นำกำลังตำรวจไปสกัดวัดแอลกอฮอล์บริเวณจุดที่มีการดื่มสุรา และทางออกหมู่บ้าน เพื่อหยุดยั้งการเมาแล้วขับ จึงทำให้สามารถจับกุมผู้เมาแล้วขับได้ถึง 512 ราย
               สำหรับโทษที่ผู้ต้องหาเมาแล้วขับหลังจากส่งฟ้องศาลแล้ว ศาลจะสั่งปรับตั้งแต่ 5,000 - 8,000 บาท โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ โดยให้รายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง รวมถึงการใช้มาตรการคุมประพฤติ โดยการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้า อีเอ็ม ซึ่งผู้ถูกติดตั้งกำไลข้อเท้าจะถูกห้ามออกจากเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 22.05 น. เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งมาตรการนี้ ทางศาลแขวงกรุงเทพได้นำมาใช้แล้ว จึงอยากเตือนประชาชนถ้าดื่มแล้วต้องไม่ขับเพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม จากสถิติถือว่าการจับกุมผู้เมาแล้วขับนั้นพบมากขึ้นทุกปี เนื่องจากไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ ตนจึงต้องใช้มาตรการทางจิตใจมาบังคับกลุ่มนี้ โดยการดื่มน้ำมนต์ สาบานตน และถือสัจจะ ว่าจะไม่ดื่มแล้วขับอีก

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

 

 

 

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน

เมาแล้วขับ !! มีอันเป็นไปใน 3 วัน