ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ‘ส.ต.ต.’ รีดไถ

อาชญากรรม  :  13 มี.ค. 2561

รอง ผบช.น. ลั่นฟันอาญาและวินัยร้ายแรง ‘ส.ต.ต.’ กรรโชกทรัพย์เด็ก 16 เล็งลงโทษผู้บังคับบัญชา

 

          จากกรณีที่กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ปปท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) เข้าทำการจับกุม ส.ต.ต.เฉลิมชัย ยอดแก้ว อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจร วิภาวดีรังสิต ขณะกำลังรับเงิน จำนวน 10,000 บาท จากผู้เสียหายที่นำมาส่งมอบให้เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมและยึดรถจักรยานยนต์ที่ป้อมจราจรศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจรกลาง บริเวณจุดสกัดแยกสุทธิสาร ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 มี.ค.2561 พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รอง ผบช.น. ดูแลงานจเรตำรวจ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีกับ ส.ต.ต.เฉลิมชัย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ การเป็นผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีอาญา ซึ่งได้ให้ทางพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เป็นผู้ดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าว และการดำเนินการทางวินัยร้ายแรงโดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน บก.จร.เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

ฟันอาญา-วินัยร้ายแรง ‘ส.ต.ต.’ รีดไถ

 

          ส่วนจะมีการดำเนินการกับผู้บังคับบัญชาของ ส.ต.ต.เฉลิมชัย หรือไม่ พล.ต.ต.พุทธิชาต กล่าวว่า กรณีดังกล่าวจะมีการดำเนินการตามคำสั่งกรมตำรวจ ที่ 1212 / 2537 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นต้องรับผิดชอบ ในส่วนนี้อาจจะต้องพิจารณาตามลำดับชั้นตั้งแต่ รองสารวัตร จนถึง สารวัตร

          อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวได้ดำเนินการตามข้อเท็จจริง จากข้อมูลพบว่า ส.ต.ต.เฉลิมชัย เป็นตำรวจจบจากนักเรียนนายสิบตำรวจ ทำงานมาแล้ว 2 ปี ยังไม่เคยมีประวัติก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ที่ผ่านมาได้มีการสั่งกำชับเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดมาโดยตลอด ให้เป็นตามกฎระเบียบข้อบังคับ ทั้งนี้เมื่อเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นมา ยืนยันว่า จะดำเนินการด้วยความยุติธรรม ตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่มีการเข้าข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดอย่างแน่นอน