ไฟไหม้บ้านไม้อายุร้อยปี'ตลาดภาชี'วอด 14 หลัง

อาชญากรรม  :  11 มี.ค. 2561

เพลิงพิโรธเผาวอดบ้านไม้ 14 ห้องอายุกว่าร้อยปีกลางตลาดภาชี ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน ตร.คาดไฟฟ้าลัดวงจร

 

               เมื่อเวลา 22.40 น.วันที่ 10 มีนาคม 2561 พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนในซอยใกล้กับสถานีรถไฟภาชี จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ แสงมณี รอง ผกก.ป.สภ.ภาชี รถเทศบาลตำบลอุทัย อบต.ห้วยขมิ้น อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เทศบาลตำบลภาชี เทศบาลตำบลท่าเรือ เทศบาลตำบลนครหลวง เทศบาลตำบลโรงช้าง และอบต. เกาะเรียน มูลนิธิพุทไธสวรรย์ (ป่อเต๊กตึ้ง) จำนวนกว่า 20 คันไปยังที่เกิดเหตุ

               พบว่าจุดที่เกิดเพลิงไหม้เป็นห้องแถวไม้สองชั้น อายุเกือบร้อยปี อยู่ในซอยห่างจากตัวตลาดภาชีและสถานีรถไฟประมาณ 200 เมตร บริเวณโดยรอบมีบ้านเรือนประชาชนหนาแน่น เจ้าหน้าที่ต้องลากสายดับเพลิงเข้าไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากซอยแคบ จึงต้องใช้เครื่องดับเพลิงหาบหามกว่า 10 เครื่องเข้าไปช่วยทำการสกัดเพลิงที่ลุกไหม้ โดยเพลิงลุกไหม้จากบริเวณห้องที่สาม แล้วลุกลามไปยังห้องข้างเคียง จนท.ใช้เวลากว่า 1 ช.ม.จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบว่าเพลิงไหม้ห้องแถวซึ่งแบ่งเป็นห้องจำนวน 11 ห้อง และบ้านเรือนที่ได้อยู่ใกล้เคียงเสียหายไปอีก 3 หลังรวมเป็น 14 หลัง

               จาการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ต้นเพลิงมาจากบ้านของนางใจดี ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 70 ปีเศษ ซึ่งอยู่คนเดียว ก่อนเกิดเหตุพบว่าไฟฟ้าบ้านของนางใจดี ดับ นางใจดีได้เดินออกไปขอเทียนไขจากเพื่อนบ้าน ขณะที่กำลังจะเดินกลับไป ก็พบว่ามีเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วที่ชั้นสองของบ้าน ชาวบ้านจึงพานางใจดี วิ่งหนีออกมาจากบ้านได้อย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับผู้อยู่อาศัยข้างเคียงจำนวน 11 ห้องที่ส่วนใหญ่เป็นคนแก่และเด็กก็สามารถหนีออกมาได้ทันทั้งหมดย่างปลอดภัย

               นางโสพิศ แสงสุข อายุ 49 ปี อยู่บ้านห่างจากบ้านต้นเพลิงสองห้อง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุออกไปอยู่บ้านญาติห่างออกไปเกือบ 1 กม. มีเพื่อนบ้านตะโกนบอกว่าบ้านไฟไหม้จึงรีบวิ่งกลับมา ปรากฎว่าเพลิงไหม้ห้องของตนไปหมดแล้ว ส่วนนางเฉลิม ศรีไกรสุข อายุ 70 ปี แม่ของตนช่วงเกิดเหตุอยู่กับน้องหนีรอดออกมาได้ ซึ่งบ้านที่เกิดเพลิงไหม้นี้ เคยเป็นโรงแรมเก่าทั้ง 11 ห้องและเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงอายุเกือบร้อยปี ใครที่เดินทางมาทางรถไฟก็จะพักที่โรงแรมนี้ ต่อมาได้กลายเป็นห้องเช่าราคาเดือนละ 1 พันบาท มีชาวบ้านเช่ามากว่า 30 ปี จนมาถูกเพลิงไหม้ดังกล่าว

               ต่อมานายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาตรวจสถานที่เกิดเหตุ และพร้อมทั้งประสานทางเทศบาลตำบลภาชี ให้จัดเตรียมหอประชุมให้ชาวบ้านที่บ้านเรือนถูกเพลิงไหม้เข้าพักอาศัยชั่วคราว

               เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุและยังไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากบ้านหลังใด ต้องเรียกประชาชนที่เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจหาพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้และให้การช่วยประชาชนที่ประสบอัคคีภัยต่อไป