ป.ป.ท.สอบ'ชัยวัฒน์'เหตุ'บิลลี่'หายตัว

มติบอร์ด ป.ป.ท.ตั้งชุดสอบ 'ชัยวัฒน์-พวก' ฐานละเว้นหน้าที่ ไม่ส่งตัว 'บิลลี่' ให้ตร.ขณะคุมตัวพบน้ำผึ้งป่าผิดก.ม. ก่อนที่นักต่อสู้ชาวกะเหรี่ยงจะหายสาบสูญ

 
                        19 ก.ค. 57  หลังจาก "บิลลี่" หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะหร่างในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และเป็นพยานปากสำคัญในคดีชาวบ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี ยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานทำลายที่พักและพืชไร่อ้างว่าบุกรุกป่าสงวน ที่หายตัวออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา โดยก่อนหายตัวไปเจ้าหน้าที่อุทยานได้ควบคุมตัวบิลลี่ในข้อหามีน้ำผึ้งป่าที่ผิดกฎหมาย แต่ไม่นำตัวส่งตำรวจ และอ้างว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้ว โดยมีพยานรู้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ล่าสุด ป.ป.ท.ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานฐานละเว้นไม่นำตัวบิลลี่ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
                        นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ท.ว่า บอร์ด ป.ป.ท.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุด ขึ้นมาไต่สวนคดีสำคัญเร่งด่วนอีก 3 คดี หนึ่งในนั้นคือ คดีการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวกะหร่างในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
 
                        นายประยงค์ กล่าวว่า คดีนี้ นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายบิลลี่ เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.แก่งกระจาน เอาผิดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เนื่องจากนายบิลลี่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานจับกุมในข้อหาลักของป่า แต่ไม่ยอมส่งตัวนายบิลลี่ให้ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี จึงถือว่าเจ้าหน้าที่อุทยานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการจึงมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาไต่สวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะคดีนี้ตำรวจ สภ.แก่งกระจาน เป็นผู้ส่งสำนวนและเอกสารขอให้ ป.ป.ท.เร่งดำเนินการ จึงต้องเรียกเจ้าหน้าที่อุทยานที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้นมาสอบปากคำด้วย
 
                        "คดีที่เป็นเรื่องเร่งด่วนและอยู่ในความสนใจของประชาชน บอร์ด ป.ป.ท.ได้กำชับว่าให้เร่งหาข้อมูลและพยานหลักฐาน รวมทั้งการเรียกพยานเอกสาร บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าให้ปากคำ โดยทุกคดีจะพยายามให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน และเพื่อมิให้เกิดคดีคั่งค้างจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา" เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าว และว่า นอกจากนี้ที่ตั้งอนุกรรมการอีก 2 คือ คดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับชาวพม่าหลอกชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งเข้าข่ายค้ามนุษย์ เมื่อปี 2556 ในพื้นที่ภาคใต้ คดีเจ้าหน้าที่เทศบาลเมือง จ.ชัยภูมิ ทุจริตจัดทำโครงการฝังกลบขยะวงเงิน 1 แสนบาท โดยการขุดหลุมฝังกลบ แต่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมา กลับนำขยะไปกองทิ้งไว้ในชุมชน 
 
                        นอกจากนี้บอร์ดมีมติชี้มูลความผิดและส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องคดีอาญารวม 3 คดี ได้แก่ คดีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าประจำอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ทำความผิดวินัยร้ายแรงและทำผิดคดีอาญา คดีตำรวจนครบาลสามเสนเป็นเจ้าพนักงานซื้อจัดทำการรักษาทรัพย์โดยนำทรัพย์ไปเป็นของตนเองและผู้อื่นโดยทุจริต มีความผิดตามมาตรา 147 และ 157 และคดีเจ้าหน้าที่ กทม.เขตคลองสาน เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ย้ายบุคคลอื่นเข้าทะเบียนบ้าน ซึ่งไม่มีสภาพบ้านอยู่จริง และออกบัตรประชาชนให้ใหม่ นอกจากนี้ ป.ป.ท.จะส่งหลักฐานให้หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรงต่อไป
 
                        ด้าน นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่อุทยานที่ไม่ส่งตัวนายบิลลี่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งรวมถึงนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ต้องโดนสอบสวนด้วย ว่า ขณะนี้ยังต้องรอผลการสอบสวนจาก ป.ป.ท.ก่อน แต่เมื่อ 2 วันก่อนทราบว่า ในคดีอาญา ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้พิจารณายกฟ้องคดีนี้ไปแล้ว และนายชัยวัฒน์ก็ย้ายมาช่วยปฏิบัติราชการที่สำนักอุทยานแห่งชาติได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานสอบสวนอย่างเต็มที่
 
                        "กรณีของ ป.ป.ท.ที่ดำเนินการตั้งอนุกรรมการไต่สวน เพราะมีคนมาร้องให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ต้องรอผลสอบก่อนว่าจะมีผลทางวินัยข้าราชการหรือไม่ ต้องทำตามกระบวนการ แต่ที่ผ่านมานายชัยวัฒน์ก็หลุดไปเป็นเปลาะๆ แล้ว ทั้งนี้กรมอุทยานฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการสอบสวนเต็มที่ หากต้องการข้อมูลก็จะให้ความร่วมมือ" นายนิพนธ์ กล่าว และว่า ส่วนกรณีที่กรมอุทยานฯ ยังไม่พิจารณาคืนตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกระจาน เพราะช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ามีการร้องเรียนในคดีอื่นๆ ขึ้น จึงอยากให้นายชัยวัฒน์เคลียร์ทุกข้อกล่าวหาก่อน แต่ก็พร้อมให้ความเป็นธรรมเช่นกัน
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์นายชัยวัฒน์ทางโทรศัพท์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ เพราะปิดเครื่อง
 
                        ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางพิณนภา พฤกษาพรรณ ภรรยาของนายบิลลี่ เข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยมี พ.อ.อนุชา ชุ่มคำ ผอ.กองประชาสัมพันธ์ กองทัพบก เป็นตัวแทนรับเรื่อง โดยนางพิณนภาระบุว่า สามีหายตัวไปนานถึง 2 เดือนกว่าแล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความคืบหน้า แม้จะยื่นเรื่องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดำเนินการแล้วก็ตาม 
 
 
 
 
 
 


เปิดอ่าน