'กห.'ยกย่อง'หมวดแชน'บุคคลทรงคุณค่า!

'กลาโหม' ยกย่อง 'หมวดแชน' เป็นบุคคลทรงคุณค่า ยัน 'อีโอดี' ไม่ได้บกพร่อง ชี้โจรใช้เทคนิคชั้นสูงประกอบระเบิด ขณะที่ 'สธ.' เผยตัวเลขเด็กกำพร้า-หญิงม่ายปี 56 พุ่ง

 

                          1 พ.ย. 56  พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดลอบสังหาร พล.ต.ท.แชน วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดพร้อมลูกน้อง 2 นาย ว่า เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสูญเสียบุคคลากรที่มีคุณภาพครั้งยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ พล.ต.ท.แชน เป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพ มีความเชี่ยวชาญการเก็บกู้วัตถุระเบิด จึงขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

                          พ.อ.บรรพต พูลเพียล โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า หน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะก่อเหตุเป็นช่วงๆ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ประกอบระเบิดที่มีเทคนิคสูงขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายที่จะเป็นญาติของผู้ที่มีชื่อเสียง

                          "เจ้าหน้าที่ อีโอดี.ของแต่ละเหล่าทัพกระจายออกเป็นกลุ่มย่อย ส่วนเครื่องมือในการปฏิบัติงานอยู่ในแผนการจัดซื้อในปี 57 ยืนยันว่า การทำงานของหน่วยไม่ได้บกพร่อง และเครื่องมือมีพอในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้การใช้เครื่องมือก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่สูญเสีย ซึ่งทางผู้ก่อความไม่สงบพยายามดักทางโดยเน้นในเรื่องระบบทางอิเล็กทรอนิกส์"

                          ด้าน พญ.พรรพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดส่งผลกระทบต่อประชาชนและครอบครัว ทำให้จำนวนเด็กกำพร้าและสตรีม่าย ในพื้นที่จังหวัด ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสงขลา เพิ่มขึ้นโดยข้อมูลจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีเด็กกำพร้าจำนวน 5,438 คน และสตรีม่าย จำนวน 2,728 คน ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทีมเยียวยาจิตใจลงพื้นที่ไปดูแล จำนวน 1,793 ราย

                          นายไพฑูรย์ สว่างกมล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานคุ้มครองพยาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศคต.) ขึ้นที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.) เพื่อดูแลคุ้มครองพยานในคดีความมั่นคงในพื้นที่ร่วมกับ (ศชต.) โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการคุ้มครองพยานให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากการหาพยานบุคคลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นไปได้ยาก เพราะกลัวในเรื่องของความปลอดภัย

                          "ขณะนี้มีเซฟเฮ้าส์ใน 3 จังหวัดทั้งภาคใต้ตอนบนและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อคุ้มครองพยาน จากการดำเนินการทำให้มีพยานเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้งนี้พยานสามารถที่จะร้องขอให้ดูแลบุคคลใกล้ชิด เช่น ญาติพี่น้องได้ นอกจากนี้ยังจะได้ค่าตอบแทนที่เป็นไปตามกฎหมาย เมื่อเข้ามาอยู่ในเซฟเฮ้าส์ ขอยืนยันว่า จะดูแลพยานบุคคลไปจนกว่าจะสามารถออกไปใช้ชีวิตตามปกติได้ จะไม่ทอดทิ้งหลังจากที่ไปเป็นพยานในชั้นศาลแล้ว จะดูแลจนกว่าจะไม่มีความเสี่ยง"

 

 

 


เปิดอ่าน