รัฐเดินหน้าปรับโรงงาน“สีเขียว” จากภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรม4.0

รัฐเดินหน้าปรับโรงงาน“สีเขียว” จากภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรม4.0

                จากนโยบายเกษตร 4.0 ต้นทางของการผลิตก้าวมาสู่การแปรรูปโดยโรงงานอุตสาหกรรมตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ของรัฐบาล ทำให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเดินหน้าส่งเสริมโรงงานสีเขียวและตั้งเป้าผลักดันอีก 2,000 แห่ง ภายในปี 2560 โดยมีงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มิถุนายน 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เป็นกุญแจสำคัญ ช่วยกระตุ้นผู้ประกอบการได้เรียนรู้และปรับตัวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยเร็วที่สุด

               “ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้ มารับรู้ข้อมูลภาคอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นตัวจักรสำคัญที่่จะรองรับผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานการทั่วโลกยอมรับ โดยไม่มุ่งแต่ผลกำไรทางธุรกิจอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้พลังงาน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการสูญเสียทรัพยากรที่แตกต่างจากอดีตก่อนหน้า 20-30 ปีที่แล้ว  โดยเฉพาะสิ่งที่ผู้บริโภคกังวลในเรื่องความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม พลังงานและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ซึ่งหากธุรกิจได้รับการยอมรับจากสังคมและผู้บริโภคแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าจะสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืน  โดยมีเครื่องมือสนับสนุนที่สำคัญคือ การมีโอกาสได้เรียนรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนได้

              มงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม มองว่า กรมโรงงานฯ มีแผนที่จะสานต่องานหลักของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมโรงงานสีเขียวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 2,000 แห่ง ภายในปี 2560 นี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้วกว่า 26,000 แห่ง  ภายใต้แผนงานที่จะส่งเสริมให้มีโรงงานสีเขียว ด้วยการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้องค์ความรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆ จากแต่ละบริษัท และองค์กรจากทั่วโลก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียว การลดการใช้พลังงาน ลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิต และลดอัตราการสูญเสียทรัพยากร โดยกรมโรงงานฯ จะมุ่งหน้าสื่อสารและมอบองค์ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสีเขียวให้แก่ภาคธุรกิจผ่านในงาน ASEAN Sustainable Energy Week 2017 ที่จะจัดขึ้นเร็วๆ นี้

             “เป้าหมายของกรมโรงงานฯ คือ ส่งเสริมโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นโรงงานสีเขียวให้ได้มากที่สุด หรือให้มากกว่า 5 หมื่นแห่งในอนาคต โดยภารกิจหลักคือ การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิต ลดการใช้วัตถุดิบ พลังงาน น้ำไฟ และลดการก่อมลภาวะ ซึ่งกระแสการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมนั้นได้เกิดขึ้นทั่วโลก โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศอันดับต้นๆ ในภูมิภาคที่ได้ตื่นตัวและจัดกิจกรรมในเรื่องดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงานปีนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานเพื่อศึกษาแนวโน้มและองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนมากเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เพื่อตอบสนองการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0 ตามนโยบายรัฐบาลด้วย" มงคลกล่าวย้ำ

             ทั้งนี้กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักในการส่งเสริมให้เป็นโรงงานสีเขียวนั้น ได้แก่ 10 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่รัฐบาลมีแผนจะส่งเสริมภายใต้นโยบาย อุตสาหกรรม 4.0 อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร เป็นต้น  โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดให้มีกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์มาเผยแพร่ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมได้รับรู้และก่อให้เกิดการปรับปรุงพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการองค์กรให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการใช้พลังงานในรูปแบบต่างๆ ขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม 

              อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเปิดเผยต่อว่า งานปีนี้จะเป็นอีกปีหนึ่งที่การจัดงานได้ปรับรูปโฉมใหม่ ยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยกรมโรงงานฯ ยังคงเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญในการรวบรวมตัวแทนผู้ประกอบการมาร่วมงานแสดง และจัดการสัมมนาในหัวข้อ “สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ก้าวไกลสู่อุตสาหกรรม 4.0” ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดของการนำไปปรับใช้ให้เข้ากับแต่ละองค์กรต่อไป มากกว่านั้นภายในงานจะมีการประชุมและสัมมนาในหัวข้อต่างๆ ที่น่าสนใจอีกกว่า 100 หัวข้อ และพิเศษ ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน กรมโรงงานฯ ได้จัดการสัมมนา อัพเดทกฎหมายและข้อบังคับใหม่ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับทราบแนวทางและปรับตัวให้เท่าทันในยุคปัจจุบัน 

               “เป็นการรวม 3 งานหลัก ที่มีความสำคัญและครบวงจรด้านพลังงานและการอนุรักษ์และบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดมาไว้ในงานเดียวกัน ได้แก่ Renewable Energy Asia, Energy Efficiency Expo และ Entech Pollutec Asia”

อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้จัดแสดงงานกว่า 1,500 แบรนด์ชั้นนำจาก 35 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม อีกทั้งมีพาวิลเลียนชั้นนำจาก 11 ประเทศ เยอรมนี สิงคโปร์ จีน ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อิสราเอล เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย  คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 27,000 ราย จาก 45 ประเทศทั่วโลก

...........................................................................


เปิดอ่าน