คมชัดลึกออนไลน์ 10 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ประชาสัมพันธ์

Mini UAS T-Eagle Eye III สู่การรับรองมาตรฐาน กมย.ทบ.

28 กุมภาพันธ์ 2563 - 10:20 น.
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ประชาสัมพันธ์

Shares :
เปิดอ่าน 1,717 ครั้ง


สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับ กองทัพอากาศ (ทอ.) โดยโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช วิจัยและพัฒนาต้นแบบระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก แบบส่งขึ้นด้วยมือ รุ่น T-Eagle Eye III ระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็กมาก หรือ Mini UAS ตอบสนองการใช้งานของกองทัพบก โดยออกแบบให้มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการพกพาและเคลื่อนย้าย (Manned Pad หรือ Manned Portable) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า จึงให้กำเนิดเสียงที่เบาต่ำ ทำให้ตรวจจับได้ยาก (Low Noise Signature) มีกลไกในการทำงานไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับหน่วยทหารราบ โดยเฉพาะหน่วยลาดตระเวนหาข่าว อาทิ กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล หรือหน่วยอื่น ๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อช่วยในการค้นหาเป้าหมาย (Target Acquisition) ประเมินความเสียหาย (Battle Damage Assessment)  และเข้าถึงในพื้นที่เสี่ยงอันตรายที่ไม่สามารถใช้กำลังพลทหารเข้าไปทำภารกิจได้ ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่นสามารถถ่ายภาพและบอกพิกัดเป้าหมายใกล้เคียงเวลาจริง (Near Real Time) ในแบบหน่วยพิกัดทางทหาร (หน่วย UTM) ได้ โดยมี GPS ที่ให้ความแม่นยำคลาดเคลื่อนในระดับ (+,- 2 ตารางเมตร) ทั้งในด้านของระยะเวลาปฏิบัติการและรัศมีปฏิบัติการ สามารถทำการบินขึ้นโดยใช้การส่งขึ้นด้วยมือ และลงจอด แบบใช้ระบบร่มหน่วง หรือ ร่อนลงจอดด้วยท้องไถ ติดตั้ง Payload แบบ Stabilized Gimbal (มาตรฐานระบบป้องกันการสั่นไหวชุดกล้อง) หมุนได้รอบตัว 360 องศา พร้อมโปรแกรมควบคุมกล้องแบบติดตามเป้าหมาย (Target Tracking) พร้อมกล้องกลางวันกำลังขยาย 10 เท่า (E Optical Zoom 10X) และกล้องกลางคืนแบบตรวจจับความร้อน (Thermal Camera)


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน
  • ระยะปฏิบัติการ Operational Range 10 กิโลเมตร
  • ระยะเวลาบินนานสูงสุด Maximum Endurance  90 นาที
  • น้ำหนักบินขึ้นสูงสุด Maximum Take-off Weight 3 กิโลกรัม
  • ความยาวปีก Wing Span 1.9 เมตร
  • ความเร็วสูงสุด Maximum Speed 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • เพดานบินสูงสุด Ceiling 3,000 ฟุต
  • ระบบสื่อสาร สามารถต่อเชื่อมเข้ากับระบบสื่อสารแบบอินเตอร์เน็ตหรือระบบสื่อสารอื่น ๆ ที่มีอยู่ได้เพื่อให้ส่วนบัญชาการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่อยู่ในพื้นที่อื่นได้ดูภาพเหตุการณ์จริงที่กำลังเกิดขึ้น
  • มีเสาอากาศหันตามควบคุมแบบอัตโนมัติ
  • ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ของระบบ Flight Control และระบบ Ground Control Station คิดค้นและพัฒนาโดยนักวิจัย สทป. โดยสามารถทำการบินได้ทั้ง แบบโหมดการบังคับจากผู้ใช้ (Manual Mode) หรือโดยการใช้โหมดระบบการบินแบบอัตโนมัติ (Fully Autonomous Mode) โดยการตั้งโปรแกรมการบิน ล่วงหน้าและสามารถทำการเปลี่ยนแปลงพิกัดการบินที่ตั้งไว้ได้ทุกเมื่อ แม้ว่าเครื่องจะออกปฏิบัติการไปแล้วก็ตาม

สทป. ได้ส่งมอบต้นแบบระบบ Mini UAS และฝึกอบรมกำลังพลให้หน่วยผู้ใช้กองทัพบกจำนวน 4 ระบบ และการนำต้นแบบ Mini UAS รุ่น T-Eagle Eye III ไปทดสอบใช้งานในพื้นที่จริง และสรุปการประเมินผลจากคณะกรรมการทดสอบและประเมินผล กองทัพบก เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 ณ ศูนย์การทหารราบ ได้ผลการทดสอบคิดเป็นร้อยละ 93.3 ของคะแนนรวม โดยมีหัวข้อการทดสอบดังต่อไปนี้

1. การประเมินผลทางด้านยุทธวิธี : การเตรียมการบินของ Mini UAS พื้นที่ส่งขึ้น - ลง และในการร่อนลง ระยะเวลาในการบินไม่น้อยกว่า 60 นาที สามารถระบุตำแหน่งของเป้าหมายทั้งกลางวัน/กลางคืนได้ การทดสอบบินในเวลากลางวัน/กลางคืน โดยมีรัศมีการบิน 10 กิโลเมตร ทดสอบการส่งสัญญาณภาพที่ความสูง 100 - 3,000 ฟุต

2. การประเมินผลทางด้านเทคนิค : ตัวเครื่อง Mini UAS พร้อมชุดอุปกรณ์ มีความทนทานแข็งแรง ความสะดวก ในการขนย้าย การถ่ายทอดเทคโนโลยี/การฝึก/คู่มือใช้งาน มาตรฐานระบบป้องกันการสั่นไหวชุดกล้อง มีโปรแกรมใช้งานที่มีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ใช้เวลาประจุไฟไม่เกิน 1 ชั่วโมง มีระบบป้องกันการรบกวนทางสัญญาณ ชุดควบคุมภาคพื้น สามารถบันทึกข้อมูลได้ และย่านความถี่มีความอ่อนตัวสามารถปรับได้ตามความต้องการ

3. การประเมินผลด้านการส่งกำลังบำรุง : สทป. ร่วมกับภาคอุตสาหกรรมพันธมิตรที่มีมาตรฐาน มีองค์ความรู้และแนวทางพัฒนารุ่นใหม่ได้ต่อไปในอนาคต มีเครื่องมือประจำชุดและชิ้นส่วนซ่อมที่จำเป็น การซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนชิ้นส่วนระดับผู้ใช้ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ตั้งแต่ในระดับผู้ใช้ ซึ่งมีอะไหล่วัสดุอุปกรณ์ที่หาง่ายจากผู้ผลิตภายในประเทศ ด้วยกระบวนการผลิตที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมอากาศยานทั้งในและต่างประเทศ เป็นหลักประกันถึงคุณภาพและมาตรฐานที่สามารถตอบสนองและสนับสนุนระบบส่งกำลังบำรุงให้กับหน่วยผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

จากผลการทดสอบต้นแบบ Mini UAS T-Eagle Eye III ตามหลักเกณฑ์ดังที่ได้กล่าวมานั้น ทำให้ทราบถึงขีดความสามารถและคุณลักษณะของ Mini UAS T-Eagle Eye III ที่เทียบเท่า Mini UAS ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และยืนยันได้ในจุดเด่น ของ Mini UAS T-Eagle Eye III ที่สามารถนำมาใช้งานสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกได้อย่างดียิ่ง จนได้รับการรับรองมาตรฐานยุทโธปกรณ์ จากคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ กองทัพบก (กมย.ทบ.) ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ จะทำให้ระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดเล็ก (Mini UAS) ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาได้เองภายในประเทศ สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสนับสนุนภารกิจของกรมทหารราบสมัยใหม่ ตามหลักนิยมการรบ รวมถึงนำไปใช้สนับสนุนการเผชิญภัยคุกคามรูปแบบอื่น อาทิ การลาดตระเวนค้นหาช่วยเหลือ และกู้ภัย ในกรณีเกิดพิภัยบัติ น้ำท่วม, ไฟป่า ฯลฯ เป็นเทคโนโลยีสองทาง ซึ่งเป็นตามนโยบายของ พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการผลักดันงานวิจัยพัฒนาที่สามารถส่งเสริมให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ภายในประเทศ ขับเคลื่อนนโยบาย S-Curve ที่ 11 ตอบสนองนโยบายประเทศไทย 4.0 ผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สร้างความมั่นคง มั่งคั่งให้กับประเทศ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended