บมจ. พริมา มารีนหรือ (“PRM”) คาดการณ์ภาพรวมผลประกอบการปี 62 เติบโตร้อนแรง สมกับเป็นปีธีม Growth Mode ด้วยกองเรือรวม 43 ลำ สุดแกร่ง สร้างผลงานโดดเด่นจากขีดความสามารถการให้บริการที่ดี แถมรับรู้ผลการดำเนินงานจากการถือหุ้น Big Sea เพิ่มเป็น 80% ประเมินปัญหาไวรัสโคโรน่าไม่กระทบกับธุรกิจกลุ่มเรือขนส่งภายนอกประเทศ พร้อมเตรียมแผนรับมือหากเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวและมีสัญญาณการบริโภคปิโตรเลียมภายในประเทศลดลง

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2562 มั่นใจว่าจะเติบโตได้อย่างโดดเด่น จากการลงทุนขยายกองเรือในปีที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 9 ลำ แบ่งเป็น กลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ จำนวน 6 ลำ และเรือ FSU ที่ให้บริการในต่างประเทศอีก 3 ลำ ซึ่งมากกว่าแผนงานเดิม เนื่องจากลูกค้ามีความต้องการใช้เรือ FSU สำหรับกักเก็บปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรองรับกฎ IMO 2020 ที่เริ่มต้นบังคับใช้ในปี 2563

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

“เรามั่นใจว่าผลงานปี 2562 จะมีการดำเนินงานที่ดีและขยายตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปี 2561 ภายใต้ธีม Growth Mode จากศักยภาพกองเรือที่มีขีดความสามารถให้บริการแก่ลูกค้าที่ดีขึ้น โดยมีจำนวนเรือให้บริการ ณ สิ้นปี 2562 เพิ่มขึ้นเป็น 43 ลำ ทำให้ PRM สามารถเก็บเกี่ยวรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากความต้องการใช้เรือที่สูงขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2562 มีรายการพิเศษบางรายการ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบกับผลการดำเนินธุรกิจในภาพรวมของทั้งปี 2562 และเชื่อมั่นว่าปี 2563 เราจะยังคงเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้” นายวิริทธิ์พล กล่าว

ส่วนประเด็นความกังวลต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น บริษัทฯ มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและมีแผนรับมือที่ชัดเจนหากเกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคปิโตรเลียมภายในประเทศ ซึ่งจากแผนดังกล่าว กลุ่มบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะรักษาอัตราการใช้เรือเฉลี่ยทั้งปีให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง