*****************************

 

 

วันนี้เมื่อ 5 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 24 มีนาคม 2558 เกิดเรื่องโลกสลดเมื่อ เยอรมันวิงส์ เที่ยวบินที่ 9525 (4U9525/GWI18G) ซึ่งเป็นเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศ เส้นทางการบินจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ไปประเทศเยอรมันได้ตกลงบริเวณกลางเทือกเขาแอลป์ ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งส่งผลให้ผู้โดยสาร 144 คน ลูกเรือ 6 คนเสียชีวิตยกลำ!!

 

ทั้งนี้ จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์นี้เป็นการเจตนาทำลายเครื่องบินลำนี้ของผู้ช่วยนักบิน อันเดรียส ลูบิตซ์ ที่ปรับลดระดับการบินเป็นผลทำให้เครื่องตก ซึ่งการกระทำดังกล่าวชัดเจนว่าเป็นไปโดยเจตนา 

 

 

 

 

ย้อนรอยวันช็อคโลก

 

 

ย้อนกลับไปในวันเกิดเหตุ ที่คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุอันเลวร้ายขึ้นมา เยอรมันวิงส์ เที่ยวบินที่ 9525 ซึ่งปฏิบัติการโดยอากาศยานแอร์บัส เอ320-200ของเยอรมันวิงส์ ทะเบียน D-AIPX ได้ออกเดินทางจากท่าอากาศยานบาร์เซโลนาเอล-แพรต บาร์เซโลนา ที่รันเวย์ในเวลา 10.01 น. เพื่อเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติดึสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมัน

 

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

D-AIPX ลำที่ตก เมื่อปี 2557

 

 

 

แต่แล้วหลังออกเดินทาง ราว 52 นาที ได้ส่งสัญญาณฉุกเฉินกลับมายังหอควบคุมการบินในเมืองมาร์กเซย์ จากระดับความสูง 6,800 ฟิต โดยแจ้งขอลดระดับฉุกเฉิน โดยเครื่องบินลดระดับลงอย่างรวดเร็ว จากความสูง 38,000 ฟุต ลงเหลือ 5,000 ฟุต ภายในระยะเวลาเพียง 8 นาที โดยไม่ทราบสาเหตุ จนกระทั่งเครื่องบินดิ่งลงชนเทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศสในที่สุด

 

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

เทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศส

 

 

 

ทั้งนี้ หอควบคุมการบินได้รับการติดต่อครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 10.53 น. จากนั้นก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากห้องนักบินอีกเลย

 

อัยการบริซ โรแบง อัยการเมืองมาร์กเซย์ ฝรั่งเศส ได้แถลงในอีก 2 วันให้หลังจากอุบัติเหตุ โดยเปิดเผยข้อมูลจากกล่องบันทึกเสียงในห้องนักบินว่า อันเดรียส ลูบิตซ์ ชาวเยอรมัน นักบินผู้ช่วย เป็นผู้ควบคุมเครื่องบินในช่วงที่เกิดเหตุ และเจตนาทำลายเครื่องบินลำนี้ โดยไม่ยอมเปิดประตูให้กัปตันที่ถูกล็อกอยู่ด้านนอกห้องนักบิน คาดว่ากัปตันอาจออกไปเข้าห้องน้ำ ขณะที่ผู้ช่วยนักบินไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว หลังจากที่กัปตันออกไป ส่วนผู้โดยสารรู้ตัวในนาทีสุดท้าย เพราะได้ยินเสียงกรีดร้อง

 

สำหรับเครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุ คือเครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 ทะเบียน D-AIPX, หมายเลขผลิต 147. เริ่มปฏิบัติการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2533 และรับมอบสู่สายการบิน ลุฟต์ฮันซา เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2534 ต่อมาได้รับมอบสู่สายการบิน เยอรมันวิงส์ เมื่อวันที่ 31 มกราคม มีอายุการใช้งาน 24 ปี

 

ทั้งนี้ผู้โดยสารและลูกเรือเยอรมันวิงส์ เที่ยวบินที่ 9525 มีผู้โดยสารทั้งหมด 144 คน และ ลูกเรืออีก 6 คน แบ่งตามสัญชาติอีก 18 ชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาวสเปนและเยอรมนี ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นชาวสเปน 51 คน ชาวเยอรมนี 70 คน และมีสัญชาติอื่นๆ เช่น อาร์เจนตินา, คาซัคสถาน, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา เป็นต้น

 

รวมทั้งมีนักเรียนชั้นมัธยมปลาย 16 คน และครู 2 คนจากโรงเรียนมัธยมโจเซฟ-โคนิง ในเมืองฮาลเติร์น ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ รวมถึงทารก 2 คน รวมอยู่ด้วย

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

 

 

และในที่สุดวันที่ 29 มีนาคม 2558 เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานว่าหนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนี ได้เผยข้อมูลจากการถอดเทปบันทึกเสียงกล่องดำที่อยู่ในห้องนักบิน ในบทสนทนา อันเดรียส ลูบิตซ์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยนักบิน ได้บอกกับ แพทริก ซอนด์ไฮม์เมอร์ ผู้เป็นกัปตันว่า สามารถไปเข้าห้องน้ำเมื่อไรก็ได้ตามสะดวก

 

โดยบทสนทนาทั้งหมดจากที่ได้จากกล่องดำ เริ่มต้นเมื่อกัปตันประกาศขออภัยผู้โดยสาร ที่เครื่องบินออกเดินทางล่าช้าไป 26 นาที พร้อมกล่าวว่าจะเดินทางไปให้ถึงเมืองดัสเซลล์ดอร์ฟ จุดหมายปลายทาง ให้ทันเวลา อีก 20 นาทีต่อมา นายลูบิตซ์ คุยกับกัปตันในห้องนักบินว่า จะไปเข้าห้องน้ำตอนไหนก็ได้ และตนจะทำหน้าที่ดูแลแทนเอง เพราะกัปตันยังไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยตั้งแต่ที่บาร์เซโลน่า

 

 

 

 

ไทม์ไลน์เหตุการณ์

 

 

10.27 น. เครื่องบินแตะความสูงที่ระดับ 38,000 ฟีต กัปตันกำชับผู้ช่วยนักบินเตรียมตัวลงจอดที่ดุสเซลดอร์ฟ มีการเช็กความพร้อมเพื่อนำเครื่องลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ลูบิตซ์จะตอบว่า “คุณไปได้เลย” หลังจากนั้นอีก 2 นาที กัปตันเอ่ยว่า “คุณดูแลแทน” ตามมาด้วยเสียงเก้าอี้ และเสียงประตู

 

10.29 น. เรดาห์ติดตามเครื่องบินพบว่าเครื่องกำลังลดระดับลง

 

10.30 น. เครื่องลดระดับลง 316 ฟีต และลงอีก 1,800 ฟีต ในนาทีต่อมา

 

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

เส้นทางการบิน

 

 

 

10.32 น. หอบังคับการบินพยายามติดต่อเที่ยวบินดังกล่าว แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับ ในขณะเดียวกันเสียงสัญญาณเตือนแจ้งเครื่องบินกำลังลดระดับได้ดังขึ้นในห้องโดยสาร และหลังจากนั้นเพียงอึดใจ ก็มีเสียงโครมที่ประตู พร้อมเสียงกัปตันตะโกนให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้ และได้ยินเสียงหวีดร้องของผู้โดยสาร

 

10.35 น. เสียงโลหะน้ำหนักมากกระทบกับประตูอย่างรุนแรง เครื่องบินลดระดับลงอยู่ที่ 7,000 ฟีต หลังจากนั้นอีก 1.30 นาที มีเสียงสัญญาณเตือน กำลังแตะพื้น ให้เชิดหัวขึ้น และเสียงตะโกนของกัปตันดังขึ้นอีก บอกให้เปิดประตูทันที

 

10.38 น. เครื่องบินลดระดับฮวบลงสู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเทือกเขาแอลป์ ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมาจากห้องนักบิน นอกจากเสียงลมหายใจของลูบิตซ์

 

10.40 น. ปีกด้านขวาของเครื่องบินกระแทกเทือกเขาอย่างรุนแรง ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตระหนกสุดขีดจากผู้โดยสาร

 

 

 

 

สืบประวัติอาชญากร

 

 

อย่างไรก็ดี ที่สุดแล้วมีการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุ ไม่ว่าจะอุบัติเหตุ หรือก่อการร้าย แต่แล้วก็สืบประวัติของผู้ช่วยนักบินที่ก่อนเหตุ พบว่า นายแอนเดรียส ลูบิทซ์ อายุ 28 ปี ชาวเยอรมัน ไม่พบข้อมูลทางอาชญากรรมหรือการก่อการร้ายแต่อย่างใด ส่วนเพื่อนร่วมงานและบุคคลใกล้ชิดของเขา ยืนยันว่า นายแอนเดรียส เป็นสุภาพบุรุษที่เคร่งขรึม สุขุม แม้จะเป็นคนเงียบๆ แต่ก็เป็นมิตรกับผู้อื่นดี

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

 

 

แต่สื่อต่างประเทศยังรายงานข้อมูลล่าสุดจากพยานแวดล้อมพบว่า นายแอนเดรียส เริ่มเข้าทำงานกับลุฟต์ฮันซา เมื่อเดือนกันยายน 2556 หลังจากประสบความสำเร็จในการฝึกอบรมทางการบินของบริษัท เพื่อนนักบินคนหนึ่งเปิดเผยว่า นายแอนเดรียส เคยหยุดพักจากการฝึกอบรมไปถึง 6 เดือน เมื่อปี 2552

 

ทำให้การฝึกของเขาต้องหยุดชั่วขณะ เนื่องจากไปรักษาอาการเกี่ยวกับ Burn-out Syndrome หรือ ความเครียดที่เกิดจากภาวะคาดหวังเกี่ยวกับตัวเองสูง ส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้สมองไม่แล่น นอนไม่หลับ หรือ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง แต่กระนั้นก็ดี ชาวโลกยังคงไม่ทิ้งประเด็นความเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย

 

ทั้งนี้หลังจากนั้นไม่นาน อัยการของเยอรมันเปิดเผยด้วยว่าจากการตรวจสอบในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของนักบินผู้ช่วยชาวเยอรมันที่แฟลตที่พักของเขาในเมืองดุสเซลดอร์ฟ พบว่าเขาเคยค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและการรักษาความปลอดภัยของประตูห้องนักบินด้วย 

 

 

 

24 มี.ค.2558  สลดนักบินเครียด  นำเครื่องโหม่งโลก

CR: Reuters 

 

 

 

ขณะเดียวกันราวเดือนเมษายน มีการค้นพบกล่องดำที่ 2 ซึ่งผลการอ่านบันทึกกล่องดำที่ 2 รอบแรก พบว่า ลูบิตซ์ซึ่งอยู่คนเดียวในห้องนักบิน หลังปิดล็อคประตู เพื่อป้องกันไม่ให้กัปตันที่ออกไปเข้าห้องน้ำ สามารถกลับเข้าห้องได้ ได้ทำการปรับระบบการบินอัตโนมัติ หรือ ออโต ไพล็อต เพื่อลดระดับเพดานบินลงสู่ความสูง 100 ฟุต (30 เมตร)

 

และหลังจากนั้นลูบิตซ์ได้ปรับเร่งความเร็วของเครื่องบินขึ้นอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเครื่องบินพุ่งลงกระแทกไหล่เขาข้างล่าง ทำให้ทุกคนที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตทันทีทั้งหมด.

 

***************************************