คมชัดลึกออนไลน์ 29 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
วันนี้ในอดีต

12 ก.พ.2505 กำเนิดราชินีจอเงิน นางเอกดวงแข็ง

12 กุมภาพันธ์ 2563 - 02:00 น.
จารุณี สุขสวัสดิ์,วันนี้ในอดีต,ลูกสาวกำนัน
วันนี้ในอดีต

Shares :
เปิดอ่าน 2,000 ครั้ง

#วันนี้ในอดีต คอลัมน์วาไรตี้ประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่ความทรงจำ


 

 

****************************

 

 

จนถึงทุกวันนี้ เชื่อว่าคนไทยยังคงรักเธอคนนี้ จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอกภาพยนตร์ที่คนไทยสุดฟีเวอร์หลงรักเธอทั่วบ้านทั่วเมือง

 

และในโอกาสที่วันนี้เมื่อ 58 ปีก่อน คือวันที่เธอถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เพื่อสร้างความสุขให้กับคนไทย วันนี้ในอดีตจึงขออวยพรวันเกิดมายังเธอคนนี้ และนำเรื่องราวของราชินีนักบู๊แถมยังดวงแข็งสุดๆ คนนี้มาฝากกัน

 

 

 

 

 

 

กว่านิยาย

 

ไม่น่าเชื่อว่า คนที่เกิดมาเป็นนางเอกหนังไทย ต้องผ่านบทบาทที่แสนดราม่า พอในชีวิตจริงของตัวเองกลับดราม่ายิ่งกว่า

 

จารุณี สุขสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธื์ 2505 เป็นชาว จ.สมุทรสงคราม มารดาคือ ระเบียบ สุขสวัสดิ์ เปิ้ล จารุณี เรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลทองโชติ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ที่โรงเรียนธัมมสิริศึกษา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และย้ายมาเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ที่โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ กรุงเทพฯ

 

ต่อมาเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบางกะปิ และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่โรงเรียนพาณิชยการเจ้าพระยา

 

จนมาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และระดับปริญญาโท จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 

 

อย่างที่เกริ่นไป ก่อนจะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง ด้วยความยากจน จารุณีเคยทำงานตั้งแต่อายุเพียง 12 เช่นทำงานในสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ (คลองจั่น บางกะปิ) ทำหน้าที่จำหน่ายบัตรผ่านประตูและเครื่องดื่ม

 

ว่ากันว่า บางโอกาสเธอก็แสดงเป็นสโนว์ไวท์ในขบวนพาเหรดของสวนสนุก และยังเคยหารายได้พิเศษด้วยการทำงานรับจ้างเป็นจับกังแบกข้าวสาร รวมไปถึงการเป็นและคนงานก่อสร้าง

 

 

 

พร้อมหน้าพ่อและแม่

 

 

 

เรียกว่าทำมาหมด ทั้งก็เพื่อส่งเสียตนเองให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือและดูแลส่งเงินให้ครอบครัว

 

มากไปกว่านั้น จารุณี แท้จริงแล้วคือลูกครึ่งฝรั่งเศส ที่มีชื่อว่า "แคโรลีน เดส์แน็ช" และเธอ่ไม่เคยได้เจอหน้าพ่อผู้ให้กำเนิดเลย แต่เธอไม่เคยยุติที่จะตามหาพ่อ

 

จนกระทั่งภายหลังเป็นข่าวใหญ่โตว่า จารุณีและพ่อของเธอ หรือ Mr. Fernand Desneiges ที่พลัดพรากจากกันเป็นเวลานานกว่า 35 ปี ได้พบกันในที่สุด เป็นเรื่องราวสุดอัสจรรย์และประทับใจคนไทยทั้งประเทศ

 

 

 

เส้นทางดวงดาว

 

 

แต่ก่อนที่เปิ้ล จารุณี จะเหมือนมาถึงจุดหมายที่เธอตามหามานาน ชีวิตก่อนหน้านั้นของเธอ พูดได้ว่ามีแต่ งาน งาน งาน

 

โดยเส้นทางบันเทิงของเปิ้ล เปิดฉากเมื่อ บริษัท สีบุญเรืองฟิล์ม ประกาศรับนักแสดงหน้าใหม่ จารุณีและเพื่อนจึงเขียนใบสมัครและส่งรูปไป หลังจากนั้นก็ได้รับเรียกให้ไปสัมภาษณ์และเทสต์หน้ากล้อง

 

ขณะนั้นจารุณีมีอายุ 14 ปี ก็ได้งานแสดงเรื่องแรกในชีวิตเรื่อง “สวัสดีคุณครู” ในปี 2520 ภายใต้การกำกับการแสดงของบรมครู “พันคำ” โดยแสดงร่วมกับนางเอกวัยรุ่นอีกคน คือ กาญจนา บุญประเสริฐ

 

 

 

 

จากนั้นตามต่อด้วย ภาพยนตร์เรื่อง “รักแล้วรอหน่อย” ปี 2521 โดยเป็นนางเอกเต็มตัวคู่กับ สรพงศ์ ชาตรี และมีเรื่องต่าง ๆ ตามมา

 

ที่ปังสุดๆ และคนไทยไม่เคยลืมคือ ภาพยนตร์เรื่อง "บ้านทรายทอง" ในปี 2523 กำกับการแสดงโดย "รุจน์ รณภพ" แห่งบริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่น

 

 

 

 

 

เรื่องนี้ประสบความสำเร็จท่วมท้นทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9 ล้านบาทซึ่งถือว่ามหาศาลในยุคนั้น ตามด้วย “พจมาน สว่างวงศ์” ซึ่งทำรายได้ถล่มทลายไม่แพ้กัน

 

เวลานั้นชื่อของ “จารุณี สุขสวัสดิ์” จึงกลายเป็นชื่อที่ทุกคนจับตามอง แบะเนื้อหอมกับบรรดาผู้สร้าง ผู้กำกับ จนกระทั่งได้รับสมญานามจากสื่อมวลชนว่าเป็น “ดาราทอง”

 

โดยเเฉพาะบทบาทในแนวหนังของกลุ่มชนชั้นสูง จารุณีเป็นนักแสดงจอเงินเพียงผู้เดียวที่สวมบทบาทเป็นทั้ง “ปริศนา”, “เจ้าสาวของอานนท์” และ“รัตนาวดี” จากนวนิยายไตรภาค บทประพันธ์ของหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิตหรือ ว.ณ ประมวญมารค รัตนาวดี 

 

 

 

 

 

 

โดยสามเรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายภายใต้การกำกับการแสดงของ รุจน์ รณภพ ที่จารุณีทำงานกับบริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่นในฐานะนักแสดงนำหญิง

 

 

 

 

ราชินีนักบู๊

 

 

นอกจากดาราทองแล้ว อีกฉายาของเปิ้ล จารุณี คือ ราชินีนักบู๊ นั่นเพราะเธอมิได้แสดงได้แค่บทบาทคุณหนูผู้ดี แต่เล่นได้หมดทั้งชีวิต บู๊ ตลก แก่น เซี้ยว เปรี้ยว ซน

 

คนไทยรู้กันดีว่า เอ่ยชื่อว่าหนังจารุณีแล้ว ไม่เคยผิดหวัง เพราะเธอเป็นนักแสดงที่เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีฝีมือและเสน่ห์ หาตัวจับได้ยาก พูดได้เลยว่าภาพยนตร์ของเธอทำเงินทุกเรื่องไม่ว่าฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ และที่น่าประทับใจคือ เธอคือ “ราชินีหนังไทย” และ “ราชินีจอเงิน” นับจาก “เพชรา เชาวราษฎร์” เลยทีเดียว

 

 

 

 

ถึงขนาดที่แฟนคลับได้มีการก่อตั้ง “ชมรมสุขสวัสดิ์” ขึ้นเพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน ถือเป็นแฟนคลับยุคแรกๆของศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น

 

ภาพยนตร์สายบู๊ที่คนชื่นชอบ เช่น ไอ้หนึ่ง วัยสวิง ไอ้แก่น ช่างเขาเถอะ เทพธิดาโรงงาน อินทรีสาว ฯลฯ

 

แต่ที่โด่งดังสุดๆ คือ “ลูกสาวกำนัน” ที่สร้างเป็นเวอร์ชั่นที่สองออกฉายในปี 2524 โดยเวอร์ชั่นแรกเคยสร้างในปี 2514 แสดงโดย ขวัญชัย สุริยา และ อรัญญา นามวงศ์

 

 

 

 

พอมายุคของเปิ้ลถูกอกถูกใจคนไทยเอามากๆ เพราะมีพระเอกดังอย่าง ทูน หิรัญทรัพย์ และกำนันรับบทโดยอดีตพระเอกรุ่นใหญ่ สมบัติ เมทะนี

 

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้มีเกร็ดเศร้าว่า แต่เดิมพระเอกของเรื่อง คือ “จตุพล ภูอภิรมย์” แต่ไปประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต จึงมีการเปลี่ยนตัวเป็น ทูน หิรัญทรัพย์

 

อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จจนมีการสร้างภาคต่อในชื่อ “ลูกสาวกำนัน ภาค 2” ในปี 2526 

 

หลังจากนั้น จารุณีก็มีงานภาพยนตร์เรื่อยมา จนถึงปี 2538 ในภาพยนตร์ "บุญชู 8 เพื่อเธอ" เรื่องนี้เธอได้รับรางวัลพระสุรัสวดี ผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม และภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายคือ "ปืนใหญ่จอมสลัด" ในปี 2551

 

โดยนับแต่ราวปี 2530 เธอเริ่มเข้ามาทำงานในแวดวงละครโทรทัศน์ จนถึงปัจจุบัน โดยมีผลงานเป็นที่นิยมอีกมากมายหลายเรื่องเช่นเดียวกัน

 

นับคร่าวๆ จากปี 2520 ถึงปี 2551 เปิ้ล จารุณี มีผลงานภาพยนตร์รวม 127 เรื่อง โดยเฉพาะในปี 2526 ขณะมีอายุ 21 ปี เธอมีภาพยนตร์ถึง 16 เรื่อง เฉลี่ยแล้วเธอรับงานเดือนละเรื่องกว่าๆ

 

 

 

นางเอกดวงแข็ง

 

 

แน่นอนเราคงนึกไม่ออกว่าจารุณีเอาเวลาไปพักตรงไหน ที่หนักไปกว่านั้นคือจารุณีต้องประสบมรสุมชีวิตหนักๆ หลายครั้ง โดยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกือบถึงชีวิตกับเธอถึงสองครั้งสองครา

 

ครั้งแรกเกิดขึ้นช่วงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2524 ขณะกำลังถ่ายทำ "ลูกสาวกำนัน 2" โดยวันนั้นกองถ่ายทำภาพยนตร์ได้ถ่ายทำที่คลอง 10 รังสิต จังหวัดปทุมธานี

 

ปรากฏว่า เวลา 10.00 น. จารุณี สุขสวัสดิ์ เข้าฉากขับเรือหางยาวผาดโผน โดยขับเรือกระโจนด้วยความเร็วสูงข้ามเรือบดที่จอดขวางอยู่ แต่กราบขวาเรือกลับแหวกทางน้ำกระแทกเสาตอม่อสะพานข้ามคลอง ทำให้สภาพของเรือพังยับเยิน ส่วน “ผจญ ดวงขจร” ซึ่งนั่งอยู่ทางหัวเรือ ถูกแรงอัดจากเสาสะพานเข้าที่ด้านขวาของร่างกาย จังหวะนั้นร่างของจารุณี และผจญ ลอยละลิ่วพลัดตกลงไปในน้ำ

 

หลายคนในที่เกิดเหตุใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มแล้ว แต่ที่สุดอาการบาดเจ็บของจารุณี คือ ข้อมือขวาแตก ใบหน้าด้านขวามีรอยถลอก ดั้งจมูกหัก ข้อเท้าบวม

 

ต่อมาถูกนำส่งโรงพยาบาลเปาโลเพื่อทำการผ่าตัดฝ่ามือ และดามเส้นลวด พร้อมทั้งเข้าเฝือกที่แขน โดยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานร่วมเดือนจนหายเป็นปกติ

 

เป็นอันว่าจารุณีกระดุกเหล็กรอดมาได้เป็นหนแรก แต่ก็ยังหนีไม่พ้น เพราะเธอยังเจออุบัติเหตุร้ายแรงครั้งที่สอง ระหว่างเดินทางในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง “บ้านสีดอกรัก” ที่เชียงใหม่

 

 

 

 

เรื่องนี้เรียกว่ารวมดาว และเป็นการพบกันครั้งแรกของ 2 ดาราสาวยอดนิยม จารุณี สุขสวัสดิ์ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ และยังมีนักแสดงที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย อย่าง สรพงศ์ ชาตรี ธงไชย แมคอินไตย์ พรพรรณ เกษมมัสสุ ฯลฯ

 

สำหรับอุบัติเหตุร้ายแรงที่นางเอกของเราเจอ เกิดขึ้นขณะถ่ายทำหนังเรื่องนี้ที่เชียงใหม่วันที่ 13 พฤษภาคม 2527 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อรถจี๊ปที่มีจารุณี สุขสวัสดิ์ และ นักแสดงคนอื่น เช่น เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ , สรพงษ์ ชาตรี ฯลฯ เกิดพลิกคว่ำระหว่างทางที่ถนนใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

 

ส่งผลให้นักแสดงส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะจารุณี ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องใช้เวลารักษาตัวหลายวัน สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดจากรถจี๊ปคันดังกล่าวเกิดเบรกแตก 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนั้นนางเอกดังของเรารักษาตัวอยู่นาน เพราะอาการค่อนข้างรุนแรงมากจนต้องหายไปจากวงการระยะหนึ่ง

 

แต่จะด้วยอะไรก็ตามที่สุดเธอก็รอดตายมาได้และยังคงเป็นดาวค้างฟ้าในวงการบันเทิงไทยมาจนทุกวันนี้ และขอสุขสันต์วันเกิด จารุณี สุขสวัสดิ์ มา ณ ที่นี้

 

 

******************************

 

 

 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ