**************************

 

 

ในตำนานนักชกมวยไทยของบ้านเรา มียอดนักชกมากมายเกินจะกล่าวได้หมด หรือลงรายละเอียดได้จบสิ้นทุกผู้ทุกนาม

 

หากแต่มีรายหนึ่งที่ต้องกล่าวถึงในวันนี้ คือ สุข ปราสาทหินพิมาย ผู้ซึ่งได้ฉายาว่า “ยักษ์ผีโขมด” ซึ่งได้เสียชีวิตจากไปนานแล้วตั้งแต่วันนี้เมื่อ 19 ปีที่แล้ว ตรงกับวันที่ 8 มกราคม 2543 ชีวิตของเขาช่างมีเรื่องราวชีวิตน่าสนใจยิ่ง

 

 

8 ม.ค.2543  ปิดตำนาน  ยักษ์ผีโขมด  จากนักโทษสู่ยอดนักชก

 

 

 

 

ข้าคือ สุข จาดพิมาย

 

 

สุข ปราสาทหินพิมาย มีชื่อจริงว่า สุข จาดพิมาย แต่ต่อมาเมื่อเลิกมวยแล้วเปลี่ยนนามสกุลเป็น “ปราสาทหินพิมาย” ตามชื่อสมัยยังชกมวยอยู่

 

เขาเกิดเมื่อปี 2452 ไม่ทราบวันที่ นามสกุลก็บอกแล้วว่า บ้านเกิดต้องเป็นอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ไม่เป็นอื่น โดยเป็นคนบ้านรังกา ต. รังกาใหญ่

 

เส้นทางมวยของเขาเริ่มต้นตอนที่ถูกเกณฑ์ทหาร ต่อมาได้รับคัดเลือกให้เป็นพลตำรวจ มีครูมวยคนแรกคือ ส.ต.ต.บุญ ชูรัตน์

 

 

 

8 ม.ค.2543  ปิดตำนาน  ยักษ์ผีโขมด  จากนักโทษสู่ยอดนักชก

 

 

 

สุขขึ้นชกมวยไทยครั้งแรกตามงานวัด แถวอำเภอพิมายราวๆ ปี 2474 ด้วยวัย 21 ปีเท่านั้น โดยเป็นมวยคาดเชือก หนแรกสุขชกกับนายเป้า ชกกันจนนายเป้าขอยอมแพ้ในยก 3 สุขได้เงินรางวัล 1 บาท

 

ต่อมาชนะน็อกนายเสถียร ยก 1 ตามมาด้วยชนะน็อค นายปะ ไชยยุระ แบบสวมนวม ในยก 3 และมาชนะคะแนน ลี เทียมกำแหง

 

 

 

เดินพลาด

 

 

ช่วงชีวิตของคนเรามักมีจุดที่ผิดพลาดเสมอ แต่สุข ปราสาทหินพิมาย เดินพลาดอย่างจังด้วยการถูกจับด้วยคดีฆ่าคนตายเมื่ออายุได้ 27 ปี เขาถูกศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี ที่เรือนจำนครราชสีมา

 

แต่เอาเข้าจริงด้วยความประพฤติดี สุขได้รับโทษเพียง 8 ปี 4 เดือน ก็ถูกปล่อยตัว แตตอนที่อยู่ในเรือนจำ สุขเคยถูกเบิกตัวออกมาชกกับ ประเสริฐ ส.ส.นักมวยที่มีชื่อเสียงในขณะนั้น ในงานไว้อาลัยเหล่าทหารที่เสียชีวิตในสงครามอินโดจีนผลปรากฏว่า เสมอกัน สุขได้ค่าชก 400 บาท

 

อย่างไรก็ดี หลังพ้นโทษ พัศดีที่ดูแลกัน พาสุขเข้ากรุงเทพฯ ติดต่อนายสนามมวยราชดำเนินยุคนั้น คือ “ปราโมทย์ พึ่งสุนทร” และนายสนามฯ ก็ส่งสุขขึ้นชกครั้งแรกที่เวทีราชดำเนิน ชกกับ “ศรีเมือง อินทรยศ” พิกัดน้ำหนัก 70 กก. เมื่ออายุ 34 ปี ศรีเมืองแพ้หมดทางสู้ในยก 3 สุขได้เงินค่าชก 400 บาท

 

 

 

8 ม.ค.2543  ปิดตำนาน  ยักษ์ผีโขมด  จากนักโทษสู่ยอดนักชก

เฟซบุ๊ก มวยไทย - สุรพล เวียงวงษ์

 

 

 

การชกวันนั้นมีเรื่องเล่าจากเฟซบุ๊ก มวยไทย - สุรพล เวียงวงษ์ เล่าไว้สนุกสนานดังนี้

 

"วันอาทิตย์หนึ่งของปี พ.ศ. 2488 นายปราโมทย์ พึ่งสุนทร นายสนามมวยราชดำเนิน ได้เชิญนักมวยคนหนึ่งจากต่างจังหวัดปรากฏตัวบนเวที นักมวยนายนั้นแต่งตัวเหมือนบ้านนอกเข้ากรุง ไส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น สวมรองเท้ายางที่ตัดจากยางรถยนต์ ตามเนื้อตามดำพรึดไปด้วยรอยสัก หัวเถิกเข้าไปครึ่งบ้าน บ่งบอกอายุอานามราว ๆ คุณน้า"

 

"ทางสนามประกาศเขาชื่อ สุข คณะปราสาทหินพิมาย แฟนมวยโห่ทั้งสนาม มิใช่ต้อนรับ แต่ให้เชิญลงไปไวๆ จะได้ดูมวยเขาชก วันอาทิตย์คัดมา น้าสุขคนนั้นขึ้นชกกับ ศรีเมือง อินทรยศ ผู้คนทั้งสนามเงียบกริบ ใบหน้าของคุณน้าถมึงทึง ไหล่กว้าง ปีกอกใหญ่ยังจะบินได้ เอวคอดกริ่ว น่องเรียว เนื้อตัวลงอักขระเลขยันต์น่าพรั่นพรึง"

 

"และเพียงแค่ต้นยกสาม กรรมการต้องยุติการชก ชูมือให้ทิดสุช ชนะ ที.เค.โอ.ไป เพราะแกกำลังเป็น เพชฌฆาต เชือดคนด้วยกำปั้น เป็นมวยดุ ต่อยดุดัน มีหมัดกับศอกเป็นอาวุธร้าย หมัดชกแบบเหวี่ยงทุบ หนักเหมือนพะเนินเหล็ก ส่วนศอกนั้นโถมตีสุดตัว เรียกกันว่า "ศอกโมกขศักดิ์" คราวมาอาละวาดยังเวทีเมืองหลวง อายุอานามตกเข้าไป 30 กว่าปีแล้ว"

 

ที่สุด จากนั้นสูขก็ปราบคู่ชกคนแล้วคนเล่า ช่วงนั้นหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ในวัย 34-35 ปี ของยักษ์สุข ถือเป็นเรื่องแปลกในสมัยนั้น เพราะวัยขนาดนี้ นักมวยไทยส่วนใหญ่แขวนนวมเลิกชกไปแล้ว

 

แต่ด้วยลีลาของนักชกมวยหมัด ที่ว่ากันว่าหมัดหนักแกร่งมาก มีลำหักลำโค่น หมัด และศอกดีมาก สุขก็เหมือนกลับมาแจ้งเกิดอีกรอบ จนชาวมวยตั้งสมญาให้อีกชื่อว่า “หอกโมขศักดิ์” ส่วนฉายายักษ์ผีโขมดนั้น นอกจากรูปร่างสูงใหญ่แล้ว ยังเพราะสุขมีโหนกแก้ม ใบหน้า และแววตาที่น่าเกรงขามนั่นเอง

 

 

 

 

สูงสุดคืนสามัญ

 

 

เล่ากันว่าเวลาซ้อม เขาจะวิ่งจากวงเวียนใหญ่ไปกระโจนลงแม่น้ำเจ้าพระยา ว่ายข้ามไปขึ้นบกที่ฝั่งกรุงเทพฯ บางครั้งก็วิ่งรอบสนามหลวง แล้ววิ่งกลับไปว่ายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยากลับไปฝั่งธนฯ วิ่งกลับไปวงเวียนใหญ่

 

ไฟต์ที่สร้างชื่อคือ ชนะคะแนนสมาน ดิลกวิลาศ และ ชนะน็อค สมพงศ์ เวชสิทธิ์ ยก 3 จนหาคู่ชกไม่ได้ ต้องเลิกชกไปถึง 3 ปี

 

แต่อีกทางหนึ่งก็ลือกันว่า ที่ไม่มีคู่ชกนานเพราะนักมวยร่วมสมัยเดียวกันนั้นไม่ยอมขึ้นชกด้วย เพราะไม่พอใจที่สุขมีลีลาชกแบบรุนแรงหนักมาก งานชกแบบประจัญบาน หลายคนกลัวว่าจะตายก่อนลงจากเวที

 

สุขชกครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2496 แพ้ ลิงลม ฉวีวงษ์ เพราะสังขารไม่ไหว ยกแรกๆ สุขเดินแหลกจนมวยรุ่นน้องแทบแย่ แต่พอยก 4 ยก 5 ก็แรงหมดอีก

 

ที่สุด ยักษ์ก็โดนลิงโค่น เมื่อลิงลมเตะและเข่าตีตื้นจนสุขทนไม่ไหว โบกมือขอยอมแพ้ไปในกลางยก 5 จากนั้นสุขจึงให้ทางเวทีประกาศขอแขวนนวมเลิกชกชั่วชีวิต

 

 

 

8 ม.ค.2543  ปิดตำนาน  ยักษ์ผีโขมด  จากนักโทษสู่ยอดนักชก

เฟซบุ๊ก โคราชในอดีต

 

 

 

เมื่อเลิกชก สุขกลับไปอยู่ที่นครราชสีมา เป็นผู้ใหญ่บ้านจนเกษียณ เมื่ออายุ 60 ปี เสียชีวิตด้วยโรคชรา เมื่อ 8 มกราคม 2543 รวมอายุได้ 90 ปี

 

ลูกหลานของปู่สุข ที่มีชื่อเสียงทางหมัดมวยมีหลายคนได้แก่ สรศักดิ์ ส.ลูกบุคคโล แชมป์รุ่น จูเนียร์เวลเตอร์เวท ของ ลุมพีนี, สกัด เพชรยินดี แชมป์ OPBF รุ่นไลต์เวท, สุริยา ปราสาทหินพิมาย เหรียญทองแดงกีฬาโอลิมปิกที่กรีซ

 

 

**************************************

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย

เฟซบุ๊ก โคราชในอดีต

เฟซบุ๊ก มวยไทย - สุรพล เวียงวงษ์