******************************

 

รู้จักหรือไม่ เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ แชมป์โลกมวยสากลคนที่ 6 ของไทย ผู้ซึ่งมีชะตาชีวิตพูดได้ว่าอาภัพนัก ประวัติจากวิกิพีเดียได้เขียนเล่าไว้ดังนี้

 

 

 

เริ่มจากมวยไทย

 

เนตรน้อย มีชื่อจริงว่า "เนตร ลาดนอก" เกิดเมื่อวันที่ 22 เมษายนพ.ศ. 2502 ที่อำเภอบัวใหญ่จังหวัดนครราชสีมาต่อมาครอบครัวได้ย้ายไปอยู่ที่อำเภอพังโคนจังหวัดสกลนครตั้งแต่เนตรน้อยยังเด็ก

 

เนตรน้อยจบการศึกษาเพียงแค่ชั้น ป.4 เนื่องจากครอบครัวยากจนมาก ได้ฝึกมวยไทยครั้งแรกกับ ปราบไพรี เทอดเกียรติพิทักษ์ ซึ่งเป็นเทรนเนอร์ของ เนตร ศักดิ์ณรงค์ นักมวยไทยมีชื่อของยุคนั้น

 

ต่อมาเนตรน้อยได้ย้ายมาอยู่กับ “โกฮง” พงษ์ ถาวรวิวัฒน์บุตร ที่กรุงเทพมหานครและได้ใช้ชื่อว่า “เนตรน้อย ศักดิ์ณรงค์” เนตรน้อยชกมวยไทยอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ ครั้งสุดท้ายแพ้น็อกคู่ต่อสู้อย่างยับเยิน จึงหนีกลับบ้าน

 

 

 

 

ชกมวยสากล

 

หลายเดือนต่อมา มีผู้ชักชวนให้กลับมาชกมวยใหม่ โดยย้ายไปอยู่กับค่าย “ศ.วรสิงห์” ของ ธรรมนูญ วรสิงห์ และชกใหม่ในแบบมวยสากล ซึ่งการชกในแบบมวยสากลนี้ เนตรน้อยทำได้ดี มีหมัดที่หนักที่โดยเฉพาะหมัดซ้าย

 

ในปี พ.ศ. 2518 เนตรน้อยชกชนะรวดทั้ง 7 ครั้ง มีแพ้อยู่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น “เศียรสมิง” คอลัมนิสต์มวยชื่อดังในสมัยนั้น จึงแนะนำให้เนตรน้อยเปลี่ยนเทรนเนอร์ใหม่เป็น ออมทรัพย์ แหลมฟ้าผ่า

 

 

2 ธ.ค. 2525 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ ขับรถชนดับที่บ้านเกิด

 

 

เนตรน้อยกลับมาชนะติดกัน 2 ครั้ง และได้โอกาสชิงแชมป์รุ่นจูเนียร์ฟลายเวทของเวทีมวยราชดำเนินแต่ปรากฏว่าแพ้น็อกเพียงแค่ยก 2 เท่านั้น ทางฝ่ายผู้จัดการ ธรรมนูญ วรสิงห์ จึงได้เปลี่ยนเทรนเนอร์เป็น สุดใจ สัพพะเลข โดยไปฝึกซ้อมอยู่ที่ใต้ถุนยิมเนเซี่ยม 1 สนามกีฬาแห่งชาติ เนตรน้อยจึงมีฝีมือดีขึ้นเรื่อย ๆ การชกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ

 

จนกระทั่งได้มีโอกาสชิงแชมป์ภาคตะวันออกไกลและแปซิฟิก (OPBF) กับ ชาง อิล ชุง นักมวยชาวเกาหลีใต้ถึงถิ่นของแชมป์เอง เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ ชกได้ดี แต่เมื่อครบ 12 ยก กรรมการตัดสินให้เสมอกันอย่างค้านสายตา

 

 

ได้ชิงแชมป์โลก

 

เมื่อกลับมา เนตรน้อยได้ครองแชมป์ของเวทีราชดำเนินโดยชนะคู่ปรับเก่า และได้แชมป์รุ่นเดียวกันของสนามมวยเวทีลุมพินีด้วย ต่อมาชนะน็อกยก 9 มนต์สยาม ฮ.มหาชัย นักมวยที่มีคิวชิงแชมป์โลก เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ จึงได้มีชื่อติดอันดับโลกเป็นครั้งแรก

 

จากนั้นในปี พ.ศ. 2520 เนตรน้อยได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกครั้งแรกที่กรุงคารากัสประเทศเวเนซุเอล่ากับ หลุยส์ เอสตาบ้า เจ้าของตำแหน่ง

 

หลุยส์ เอสตาบ้า ป้องกันตำแหน่งแชมป์ไว้ได้ถึง 10 ครั้งแล้ว มีประสบการณ์ รูปร่าง ช่วงชกได้เปรียบเนตรน้อยมากมาย แต่เมื่อได้ชกเข้าจริงแล้ว เนตรน้อยกลับทำได้ดี เกือบจะได้นับเอสตาบ้าหลายครั้ง แต่เมื่อครบ 15 ยกแล้ว กรรมการรวมคะแนนให้เอสตาบ้าชนะไปอย่างค้านสายตาอย่างที่สุด

 

เมื่อกลับมาเนตรน้อยชกอุ่นเครื่องอีกหลายครั้ง จนโอกาสของเนตรน้อยมีอีกในครั้งที่ 2 เมื่อแชมป์เปลี่ยนเป็น เฟร็ดดี้ คัสติญโญ่ และเดินทางมาป้องกันตำแหน่งแชมป์ครั้งแรกกับเนตรน้อย ที่เวทีมวยชั่วคราวสนามกีฬากองทัพบกเมื่อปี พ.ศ. 2521 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ จึงประสบความสำเร็จได้เป็นแชมป์โลก ด้วยการชนะคะแนนอย่างไม่เป็นเอกฉันท์กับคัสติญโญ่ไป

 

 

แชมป์โลกคนที่ 6

 

แต่เมื่อเนตรน้อยได้เป็นแชมป์โลกแล้ว ปรากฏความยุ่งยากเกิดขึ้นเมื่อผู้สนับสนุนรายหนึ่ง มีสัญญาว่าถ้าเนตรน้อยป้องกันแชมป์ชนะไปเรื่อย ๆ เงินรางวัลที่ได้ต้องแบ่งให้ 15 เปอร์เซนต์ทุกครั้ง สัญญาจะสิ้นสุดลงเมื่อเนตรน้อยเสียแชมป์โลกแล้ว

 

เนตรน้อยได้ป้องกันตำแหน่งไว้ได้เดียวครั้งเดียว และเสียแชมป์ให้แก่ ซัง จุน คิม นักมวยชาวเกาหลีใต้ไปอย่างง่ายดาย แค่ยกที่ 3 ที่โซลประเทศเกาหลีใต้ และไม่มีโอกาสจะได้แก้มืออีกเนื่องจากในสัญญาการชกไม่ได้ระบุเอาไว้ เนตรน้อยต้องใช้เวลาถึง 3 ปี ด้วยกัน จึงจะได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง

 

ในปีพ.ศ. 2524 ที่จังหวัดนครราชสีมา กับ ฮิราริโอ ซาปาต้า แชมป์โลกชาวปานามาผลการชกปรากฏว่าเนตรน้อยเสียเปรียบรูปร่างซาปาต้าเป็นอย่างมาก จึงเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปในยกที่ 10 เป็นแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไม่สำเร็จ

 

ต่อมาในปีพ.ศ. 2525 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์เป็นฝ่ายชนะน็อก มันส์ ส.จิตรพัฒนา นักมวยสร้างที่หวังว่าจะเป็นแชมป์โลกรายใหม่เพียงแค่ยกที่ 5

 

นอกจากนี้แล้วเนตรน้อยยังเป็นนักมวยที่มีรูปร่างเล็ก มีส่วนสูงเพียง 149.8 เซนติเมตรเท่านั้น อีกทั้งเมื่อได้เป็นแชมป์โลกยังได้สร้างสถิติเป็นนักมวยที่ครองแชมป์โลกด้วยอายุน้อยที่สุดในเวลานั้น คือ 19 ปี 14 วัน

 

 

 

ร่วงโรย

 

เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ เป็นนักมวยที่มีปัญาหาเรื่องสัญญาค่าตัวเสมอ ๆ และผู้จัดการ ธรรมนูญ วรสิงห์ ก็ไม่สามารถรักษาผลประโยชน์อะไรของนักมวยได้ การชกมวยครั้งสุดท้ายของเนตรน้อย คือ ในปี พ.ศ. 2525 กับ สามารถ พยัคฆ์อรุณที่หันมาชกมวยสากลเป็นครั้งแรก

 

 

2 ธ.ค. 2525 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ ขับรถชนดับที่บ้านเกิด

หน้าปกนิตยสารเดอะริง ลงภาพ เนตรน้อย (ซ้าย) ก่อนขึ้นชกกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ (ขวา) เมื่อปี พ.ศ. 2525

 

 

 

เนตรน้อยในวันชกครั้งนั้น ปล่อยร่างกายให้อ้วนท้วน พุงหลาม แต่ก็ยังชกได้ดี แต่เมื่อรวมคะแนนกันแล้ว ปรากฏว่าสามารถเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไป ท่ามกลางเสียงโห่ฮาของแฟนมวยที่ไม่พอใจคำตัดสิน

 

 

2 ธ.ค. 2525 เนตรน้อย ศ.วรสิงห์ ขับรถชนดับที่บ้านเกิด

เนตรน้อย ส.วรสิงห์ ดวลหมัดกับ สามารถ พยัคฆ์อรุณ เนตรน้อยพ่ายคะแนนในการขกสากล 10 ยก(การชกสากลครั้งแรกของสามามารถ) ศึกวันทรงชัย วันอังคารท่ี 24 สิงหาคม 2525 ณ เวทีลุมพินี  ภาพจาก เฟซบุค มวยไทย - สุรพล เวียงวงษ์

 

 

 

หลังจากนั้นอีก 4 เดือนต่อมา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมปีเดียวกัน เนตรน้อยเสียชีวิตจากการขับมอเตอร์ไซด์ชนเสาไฟฟ้าที่อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นบ้านของตัวเอง ด้วยอายุเพียง 23 ปี 7 เดือนเท่านั้นเอง โดยที่ทรัพย์สินเงินทองไม่มีเหลืออะไรเลย

 

 

เกียรติประวัติ

 

แชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBCชิง 6 พฤษภาคม 2521 ชนะคะแนนเฟรดดี้ คัสติญโญ(เม็กซิโก) ที่สนามกีฬากองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต

 

ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 29 กรกฎาคม 2521 ชนะน็อค ยก 4 หลุยส์ เอสตาบา(เวเนซุเอลา) ที่ กรุงคารากัส

 

เสียแชมป์ 25 กันยายน 2521 แพ้น็อค ยก 3คิม ซุงจุน(เกาหลีใต้) ที่โซล

 

แชมป์ OBA รุ่นไลท์ฟลายเวทชิง, 28 มิ.ย. 2524 ชนะน็อค ยก 3 มาซารุ ฟูจิ(ญี่ปุ่น) ที่เวทีราชดำเนิน

 

เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จชิงแชมป์ OPBF รุ่นจูเนียร์ฟลายเวท เมื่อ 26 พ.ย. 2519 เสมอกับชุง ซางอิล(เกาหลีใต้) ที่ชองจู

 

ชิงแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBC 30 ธันวาคม พ.ศ. 2520 แพ้คะแนน หลุยส์ เอสตาบา (เวเนซุเอลา) ที่นิวเซอร์โคกรุงคารากัส

 

ชิงแชมป์โลกรุ่นไลท์ฟลายเวท WBC 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2524 แพ้น็อค ยก 10 ฮิลาริโอ ซาปาต้า(ปานามา) ที่สนามกีฬาสุรนารีภายในกองทัพภาคที่  2 จ.นครราชสีมา

 

********************************

 

ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจากวิกิพีเดีย