royal coronation
10 ธันวาคม 2562
วันนี้ในอดีต

สิ้น "ครูการเมือง" เจ้าของวาทะ "ไม่มีอีกแล้ว อัศวินม้าขาว..

20 พฤศจิกายน 2562 - 02:00 น.
ลิขิต ธีรเวคิน,มะเร็ง,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 2,607 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ได้เสียชีวิตลงในวัย 75 ปีด้วยโรคมะเร็ง

 

 

 

***************************

 

 

วันนี้เมื่อ 3 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 แวดวงการศึกษา รัฐศาตร์และการเมือง ต่างพากันเศร้าสลดเมื่อ ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ได้เสียชีวิตลงในวัย 75 ปีด้วยโรคมะเร็ง

 

นับเป็นอีกความสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและนับเป็นครูการเมืองคนหนึ่งของบ้านนี้เมืองนี้

 

วันนี้ในอดีตจึงขอรำลึกท่านด้วยประวัติและผลงานดังต่อไปนี้

 

ประวัติ

 

ศ.ดร. ลิขิต ธีรเวคิน เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2484  ในส่วนของประวัติการศึกษา มีดังนี้

 

 

ทางด้านนิติศาสตร์

 

พ.ศ. 2509 จบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พ.ศ. 2512 Master of Arts in Law and Diplomacy, The Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University, U.S.A., 1969

 

 

 

 

ทางด้านรัฐศาสตร์

 

พ.ศ. 2511 Master of Arts (International Relations), The Fletcher School of Law and Diplomacy, Tufts University, U.S.A., 1968

พ.ศ. 2513 Master of Arts (Political Science), Brown University, U.S.A., 1970

พ.ศ. 2515 Doctor of Philosophy (Political Science), Brown University, U.S.A., 1972

 

 

 

 

ราชการสู่การเมือง

 

 

ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน เดิมทีรับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเคยได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี 2526 และเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ ในปี 2531

 

และยังเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง อาทิ เป็นผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอก วิทยาลัยสื่อสารการเมืองมหาวิทยาลัยเกริกเป็นต้น อาจารย์ลิขิต ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในปี พ.ศ. 2547

 

 

 

 

 

แต่แล้ว ศ.ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ก็เบนเข้มเพื่อเข้าสู่งานการเมือง โดยลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเข้าร่วมงานกับพรรคความหวังใหม่ ซึ่งมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค

 

และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป ปี 2544 แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 10 และได้รับเลือกตั้งเลื่อนขึ้นแทนบุคคลที่ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

 

 

 

 

ต่อมาในปี 2545 พรรคความหวังใหม่ยุบรวมเข้ากับพรรคไทยรักไทย ศ.ดร.ลิขิต จึงได้ย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรค 

 

สำหรับเส้นทาง ส.ส. ศ. ดร.ลิขิต ธีรเวคิน ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย คือ ปี 2544 แบบบัญชีรายชื่อ พรรคความหวังใหม่ และปี 2548 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคไทยรักไทย

 

 

 

 

ภูมิปัญญาและผลงาน

 

ศ. ดร.ลิขิต ธีรเวคิน มีผลงานทางด้านวิชาการ อาทิ งานวิจัย หนังสือวิวัฒนาการการเมืองการปกครองไทย หนังสือการเมืองการปกครองไทย หนังสือภาษาอังกฤษหลายเล่ม และบทความทางวิชาการอีกจำนวนมาก

 

สำหรับในด้านภูมิปัญญาความคิด ศ. ดร.ลิขิต ถือเป็นนักวิชาการอาวุโสที่ทรงอิทธิพลในวงการสังคมศาสตร์ไทย ทั้งยังคร่ำหวอดและเชี่ยวชาญการเมืองไทยมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

 

มีข้อคิดเห็น ข้อวิจารณ์ทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองผ่านสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ อยู่สม่ำเสมอ และยังเป็นเจ้าของวลีเด็ดที่เตือนสังคมไทยในวิกฤตการณ์การเมืองช่วงปี พ.ศ. 2556-2557 ที่ว่า "อัศวินม้าขาวในประวัติศาสตร์การเมืองไทยตกม้าตายทั้งนั้น"

 

และ " ไม่มีอีกแล้วอัศวินม้าขาวในประเทศนี้"

 

 

 

 

ต่อมาช่วงปี 2559 ขณะที่คนไทยมีรัฐบาล คสช. ท่านเคยระบุถึงการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ามีเจตนาดี ที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้มีระบอบการปกครองสอดคล้องกับระบบสังคมไทย แต่กลับไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

 

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐธรรมนูญ คืออำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย แต่ประเด็นหลักๆกลับไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เช่น ที่มานายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคจะต้องแจ้งผู้ที่พรรคจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี 3 รายชื่อ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคหรือส.ส.ก็ได้ ทำให้ไม่ยึดโยงประชาชน และมองว่าอาจเป็นการเปิดทางให้สืบทอดอำนาจ

 

 

 

 

และยังบอกว่า "หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านประชามติ จะเป็นการยืดเวลาให้ คสช.อยู่ต่ออีกหรือไม่ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ท่านนี้บอกว่า อยู่ที่ มโนสำนึกของ คสช.จะดำเนินการหาทางออกอย่างไร เพื่อให้มีการเลือกตั้งในปี 2560 ตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชนและนานาประเทศ"

 

นั่นก็คือ บทสัมภาษณ์ของท่านในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ก่อนที่จะเสียชีวิตจากไปในอีก 9 เดือนต่อมา ซึ่งที่สุดวันนี้ปี 2562 คสช.ไม่อยู่แล้ว มีแต่รัฐบาลจากการเลือกตั้งที่มีอดีตผู้นำคสช. นั่งเป็นนายกรัฐมนตรี

 

อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าอาจารย์ยังอยู่ เราคงได้ยินวาทะเด็ดๆ แน่ๆ

 

 

******************************

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ