สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) สั่งแบน สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย  จากกรณีถูกตรวจพบนักกีฬาใช้สารต้องห้าม ซึ่งเป็นบทลงโทษหนัก ทั้งการปรับเงิน และห้ามส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ปีหน้า ที่ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งการแข่งขันระดับนานาชาติทุกรายการ 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ สมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นเเห่งประเทศไทย  ได้ประกาศปิดเเคมป์ฝึกซ้อมที่ จ.เชียงใหม่ไม่มีกำหนด และแบนตัวเองจากการแข่งขันระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการแข่งขันเก็บคะเเนนควอลิฟายไปโอลิมปิก 2020 จนกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะกระจ่างชัด 

อย่างไรก็ตาม  ไอดับเบิ้ลยูเอฟ ได้ประกาศบทลงโทษออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยพักสมาชิกภาพของสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ของสหพันธ์ยกน้ำหนักโลกเป็นเวลา 3 ปี จนถึงวันที่ 1 เม.ย. 2023 พร้อมทั้งห้ามนักกีฬาอายุต่ำกว่า 18 ปี ลงแข่งขันรายการนานาชาติ 6 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต ห้ามนักกีฬารุ่นทั่วไปลงแข่งขันรายการนานาชาติ 11 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต

ทั้งนี้ นักกีฬาทีมชาติไทยจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่เลื่อนจัดไปแข่งขันในปี 2021 และโทษปรับเงิน 200,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 ล้านบาท)  โดยสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์โทษได้ภายใน 21 วัน กับศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาต่อไป

 

  “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ กล่าวว่า สำหรับบทลงโทษดังกล่าว ถือว่ามากเกินไป และไม่เป็นธรรม โดยที่ผ่านมา สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ เคยลงโทษ ประเทศจีน และรัสเซีย ที่พบสารต้องห้ามในนักกีฬาโอลิมปิก เพียง 1 ปีเท่านั้น 

    ซึ่งสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จะได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา ต่อไป เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม โดยสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ จะต้องได้กลับมาทำงานกับสหพันธ์ยกน้ำหนักฯ เร็วขึ้น เช่นเดียวกับ นักกีฬาก็จะต้องได้กลับมาแข่งขันเร็วที่สุดเช่นกัน