คมชัดลึกออนไลน์ 2 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
กีฬา

ถึงเวลาของทัพพาราไทยแล้ว

17 ธันวาคม 2562 - 14:05 น.
จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี,บิ๊กนิดหน่อย,อาเซียนพาราเกมส์,พาราลิมปิกเกมส์ 2020,พงศกร แปยอ,สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา,นครราชสีมา
กีฬา

Shares :
เปิดอ่าน 369 ครั้ง

ลุยอาเซียนพาราเกมส์ 2020 ที่ฟิลิปปินส์


 

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.  "บิ๊กนิดหน่อย" จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี  ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย  พร้อมคณะผู้บริหารคณะกรรมพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ได้เดินทางไป ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้กำลังใจนักกีฬา วีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่ประเทศฟิลิปปินส์  ระหว่าง 18-25 ม.ค. 2563

 

 "บิ๊กนิดหน่อย" กล่าวว่า  นักกีฬาทีมวีลแชรเรซซิ่งทีมชาติไทย ทุกคนก็ค่อนข้างมีความพร้อม นอกจากนั้นยังได้เห็นว่ามีนักกีฬาหน้าใหม่เข้ามาค่อนข้างเยอะ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักกีฬาหน้าใหม่ ได้โอกาสแสดงฝีมือ  แต่ที่ดีกว่านั้นคือในเดือนกุมภาพันธ์  ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันไอวาส (IWAS)  ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาที่เกี่ยวกับวีลแชร์ทั้งหมด ทำให้ถือเป็นโอกาสนักกีฬาหน้าใหม่ของเราเพิ่มขึ้น และจะมี 6 กีฬาที่เป็นกีฬาที่มีโอกาสเป็นแซงชั่น มีโอกาสได้ไปพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่โตเกียวด้วย ส่วนอีกประการสำคัญคือ การมาดูการปรับปรุงสนามซึ่งนักกีฬาเราได้พื้นสนามลู่วิ่งใหม่ ซึ่งได้มาตราฐานมากๆ ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่นักกีฬาจะได้ฝึกซ้อมสนามที่ดีด้วย" 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

ประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวต่ออีกว่า  เรื่องความหวังของเราแน่นอนเราต้องการเป็นเจ้าเหรียญทอง แต่ต้องบอกว่ามันมีหลายปัจจัย  เพราะเราต้องการที่พัฒนานักกีฬาหน้าใหม่ ไปแข่งขันเพิ่มประสบการณ์ และปัญหาอีกอย่างคือที่ผ่านมาเจ้าภาพ เอากีฬาที่ไม่เป็นสากลมาบรรจุอยู่ในการแข่งขัน แต่นั่นคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเป้าหมายของคืออยากให้นักกีฬาไทยทำสถิติที่ดีขึ้นมากกว่า เพื่อนำไปเปรียบกับระดับพาราลิมปิกเกมส์ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุด แต่เราต้องตั้งเป้าหมายไว้ที่ การเป็นเจ้าเหรียญทองให้ได้ 

 "สิ่งที่อยากขอบคุณแทนนักกีฬามากๆ เพราะที่ผ่านมาทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ อย่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่เข้ามาดูแลกีฬาคนพิการดีมากขึ้นมาก ร่วมถึงภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น ทรู ซีพี  ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ก็สนับสนุนมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีอยู่แล้ว ส่วนที่รู้สึกดีมากๆ อีกอย่างคือ การที่ภาคเอกชนหลายบริษัท ได้เข้ามาดูและนักกีฬาคนพิการโดยการรับเข้าไปเป็นพนักงานแต่ละบริษัท ซึ่งถือเป็นกำลังใจชั้นเยี่ยมของนักกีฬาเลยก็ว่าได้"

"ส่วนอีกเรื่องที่ในเวลานี้ที่กำลังจะพยายามผลักดันคือเรื่องการสนับสนุนศึกษาให้กับนักกีฬา เพราะปัจจุบัน ต้องบอกว่ามีนักกีฬาระดับเยาวชนมากขึ้น ทำให้มีเด็กอายุ 14-18 ปี ยังมีความจำเป็นต้องมีการศึกษา  ทำให้ต้องมีการดูแลเรื่องนี้ควบคู่ไปการพัฒนาด้านการกีฬาด้วยเช่นกัน  ส่วนสุดท้ายตนอยากเชิญชวนชาวไทยทุกคน มาร่วมเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย ที่เตรียมที่เดินทางไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนคนไทยทุกคนในการแข่งขันอีกหลายรายการไม่ว่าจะเป็น อาเซียนพาราเกมส์ ,ไอวาส หรือ พาราลิมเกมส์ 2020 " ประมุขพาราลิมปิก กล่าว

 

 

ขณะที่  "กร" พงศกร แปยอ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทยดีกรีเจ้าของ 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์  2016  เปิดเผยว่า ตนและทีมวีลแชร์ทีมชาติไทย ได้ฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมกันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะในปีหน้ามีโปรแกรมที่ต้องเดินทางไปแข่งขันหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น อาเซียนพาราเกมส์ 2020 ที่ ฟิลิปปินส์ และ พาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ ญี่ปุ่น  ทำให้เวลานี้เรื่องสภาพร่างกายของตนและทุกคนในทีมถือว่ามีพร้อมพอสมควรกับการแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์ แม้ว่าในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการฝึกซ้อมพอสมควรเนื่องจาก สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีการปรับปรุงทำให้เราไม่สามารถฝึกซ้อมได้อย่างเต็มที่นัก แต่เชื่อว่าในเวลาที่เหลือเกือบ 1 เดือนจะทำให้ทีมวีลแชร์พร้อมสำหรับอาเซียนพาราเกมส์อย่างแน่นอน 

"ผมจะลงแข่งขันใน 3 รายการ คือ 100 ม., 200 ม. และ 400 ม.  เนื่องจากในปีนี้เรามีนักกีฬาหน้าใหม่ค่อนข้างเยอะ ทำให้ผมเปิดทางให้น้องๆ นักกีฬารุ่นใหม่ ได้มีโอกาสทำผลงานในครั้งนี้บ้าง เพราะในย่านอาเซียนนักกีฬาวีลแชร์ของเราถือเป็นทีมมาตรฐานเหนือกว่าทุกชาติพอสมควร ทำให้เป็นโอกาสที่ดีที่นักกีฬารุ่นใหม่จะได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่  แต่ยังมั่นใจจะคว้าเหรียญทองมาครองได้ทั้ง 3 รายการที่ลงแข่งขันครับ" พงศกร กล่าว  

การแข่งขันกีฬาคนพิการ อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-25 มกราคม 2563 โดยมี 11 ชาติในอาเซียนเข้าร่วม ชิงชัยทั้งสิ้น 16 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา, ว่ายน้ำ, ยิงธนู , แบดมินตัน, เทเบิลเนนิส, วีลแชร์เทนนิส, ยกน้ำหนัก, วอลเลย์บอล (นั่ง), วีลแชร์บาสเกตบอล, โกลบอล, บอคเซีย, ฟุตบอล 7 คน, โบว์ลิ่ง, หมากรุกสากล, ฟุตบอล 7 คน และ ไตรกีฬา โดยมีทัพนักกีฬาไทยลงแข่งขันรวม 467 คน แบ่งเป็น นักกีฬา 323 คน ผู้ฝึกสอน 91 คน และผู้ช่วยเหลือนักกีฬา 53 คน

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ