ในช่วงวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวใดในวงการลูกหนังอาชีพโลกที่ร้อนแรงไปกว่าการที่ ลิเวอร์พูล จ่อจะปิดดีลกับ ทาคูมิ มินามิโนะ แนวรุกพรสวรรค์ของ เร้ดบลูส์ ซัลซ์บวร์ก มาร่วมทีมในเดือนมกราคมนี้ หลังมีค่าฉีกสัญญาเพียง 7.25 ล้านปอนด์เท่านั้น

โดยทาง คริสตอฟ ฟรอยด์ ผู้อำนวยการสโมสร เร้ดบลูส์ ซัลซ์บวร์ก ก็ออกมายืนยันแล้วว่ากำลังเจรจากับ ลิเวอร์พูล ในดีลดังกล่าวจริง

และสื่อดังทุกสำนักก็รายงานไปในทิศทางเดียวกันว่า ลิเวอร์พูล ได้บรรลุข้อตกลงในการเซ็นสัญยากับแข้งทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้มาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย เหลือแค่เพียงขั้นตอนการตรวจร่างกาย และคุยเรื่องสัญญาส่วนตัวเท่านั้น โดยหากไม่มีปัญหาเขาจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น แอนฟิลด์ ทันทีในวันที่ 1 มกราคม 2020

โดยก่อนที่ มินามิโนะ จะได้มาเป็นสมาชิกใหม่ของ ลิเวอร์พูล ทีมข่าวกีฬา "คม ชัด ลึก" ได้รวบรวมปะวัติ และเรื่องน่ารู้ของแข้งรายนี้ออกมาดังนี้

 

 

เริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง

สำหรับดาวเตะจากโอซาก้ารายนี้ เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งกับทีมอคาเดมีของ เซเรโซ โอซาก้า ทีมดังแห่งศึกเจลีก ญี่ปุ่น เมื่อปี 2007 ก่อนมีแววรุ่งจนได้รับการผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2012
โดยตลอดเวลา 2 ปีกับ เซเรโซ โอซาก้า ชุดใหญ่ มินามิโนะ ลงสนามไปถึง 62 เกม ยิง 7 ประตู พร้อมได้เล่นเคียงข้างกับ ดิเอโก ฟอร์ลัน อดีตกองหน้าทีมชาติอุรุกวัย และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่าสุดท้ายแล้วเจ้าตัวไม่สามารถช่วยให้ เซเรโซ รอดตกชั้นไปสู่เจลีก 2 ในปี 2014
อย่างไรก็ตามระหว่างที่ มินามิโนะ เล่นให้กับ เซเรโซ โอซาก้า ชุดใหญ่นั้น เจ้าตัวได้รับการจับตามองจาก เร้ดบลูส์ ซัลซ์บวร์ก ทีมดังแห่งลีกออสเตรียกว่า 1 ปีครึ่ง และหลังจากที่ทีมตกชั้น ซัลซ์บวร์ก ก็ยื่นโอกาสให้แข้งดาวรุ่งรายนี้ไปค้าแข้งในยุโรปกับพวกเขา และแน่นอนว่า มินามิโนะ ก็ได้คว้าโอกาสดังกล่าวไว้ และเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก ในเดือน ม.ค. ปี 2015

ทำความรู้จัก 'ทาคูมิ มินามิโนะ' ว่าที่ซามูไรในถิ่นแอนฟิลด์

สู่สังเวียนลูกหนังยุโรป 

ถึงแม้ว่าขณะที่ย้ายไปอยู่กับ ซัลซ์บวร์ก นั้น มินามิโนะ จะมีอายุเพียง 19 ปี ทว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคกับเขาแต่อย่างใด เพราะเจ้าตัวมีพัฒนาที่ยอดเยี่ยม และก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ในที่สุด
ไม่ใช่แค่ฟุตบอลในประเทศเท่านั้นที่เจ้าตัว โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น เพราะเขาสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจในฟุตบอลยุโรปทั้งยูโรปา ลีก ที่เคยทำแฮตทริกใส่ โรเซนบอร์ก เมื่อฤดูกาล 2018-19 และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ยิงไป 2 ประตูกับ 3 แอสซิสต์จาก 6 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาลนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยิงใส่ ลิเวอร์พูล และเป็นจุดเริ่มต้นของการที่เขามีโอกาสสูงที่จะได้ย้ายไปเล่นในถิ่น แอนฟิลด์
สำหรับปัจจุบัน มินามิโนะ ทำไป 63 ประตู และ 41 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 192 เกมให้กับ ซัลซ์บวร์ก ในทุกรายการ

ทำความรู้จัก 'ทาคูมิ มินามิโนะ' ว่าที่ซามูไรในถิ่นแอนฟิลด์  

 

 

สไตล์การเล่น และตำแหน่งที่ถนัด

โดย "ลิเวอร์พูล เอ็คโค่" สื่อดังของอังกฤษ วิเคราะห์สไตล์การเล่นของดาวเตะวัย 24 ปีรายนี้ว่า "เข้าเป็นผู้เล่นที่มีความคล่องตัว, สร้างสรรค์ รวมถึงสามารถลงเล่นได้หลากหลายตำแหน่งทั้งปีกซ้าย และขวา, กองกลางตัวรุก และกองหน้าตัวริมเส้น ซึ่งเหมาะกับระบบของ คลอปป์ ที่เน้นการเล่นแนวรุก 3 คนในแดนหน้า"
นอกจากนั้น มินามิโนะ ยังมีจุดเด่นเรื่องการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยม โดยเขาทำไปแล้ว 9 ประตูจากการลงสนาม 1,600 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งหมายความว่าเขาจะสามารถทำประตูเฉลี่ยได้ในทุกๆ 80 นาที ซึ่งเป็นรอง ซาดิโอ มาเน ดาวซัลโวของ ลิเวอร์พูล ในขณะนี้ที่มีสถิติเฉลี่ยยิงได้ทุกๆ 86 นาทีอยู่เพียงเล็กน้อย

ทำความรู้จัก 'ทาคูมิ มินามิโนะ' ว่าที่ซามูไรในถิ่นแอนฟิลด์

ความเหมาะสมกับ ลิเวอร์พูล 

มานูเอล เวิร์ธ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลยุโรป กล่าวถึงความเหมาะสมของ มินามิโนะ กับ ลิเวอร์พูล ว่า "โดยถ้าดูจากสถิติที่เขายิงไป 63 ประตูจาก 192 นัดนั้นเป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก ถึงกระนั้นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาน่าจะเข้ากับสไตล์การเล่นของ คล็อปป์ ได้ดีคือการที่เจ้าตัวได้รับการขัดเกลามาจาก ซัลซ์บวร์ก ซึ่งมี ราล์ฟ รังค์นิก เป็นผู้อำนวยการฟุตบอลอยู่ที่นั่น ซึ่ง รังค์นิก มีสไตล์การทำทีมคล้ายกับ คล็อปป์ คือการเน้นเรื่องเพรสซิงสูง, ขยันไล่บอล และเล่นได้หลายตำแหน่ง เหมือนกับที่ นาบี เกอิต้า และซาดิโอ มาเน่ ซึ่งเป็นอดีตแข้งของ ซัลซ์บวร์ก ทำได้"
"ส่วนตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดของเขากับ ลิเวอร์พูล นั้น ผมคิดว่าควรจะเป็นกองกลางตัวรุกที่ทำงานหนัก"

ทำความรู้จัก 'ทาคูมิ มินามิโนะ' ว่าที่ซามูไรในถิ่นแอนฟิลด์

โดยหากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มินามิโนะ ก็จะสามารถทำตามความฝันของตัวเองไปได้อีกขั้นเหมือนกับที่เจ้าตัวเคยกล่าวเอาไว้หลังเกมที่ยิงใส่ ลิเวอร์พูล ว่า "เกือบ 5 ปีที่ผมย้ายมาเล่นฟุตบอลในต่างแดน ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มายืนอยู่ในจุดที่สามารถมดสอบว่าผมเติบโตขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตามผมต้องการเติบโต และพัฒนาตัวเองไปมากกว่านี้"