การแข่งขันเซปักตะกร้อ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ซูบิค ยิมเนเซียม ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาม  ประเภททีมเดี่ยวชาย เป็นวันสุดท้ายตัดสินเหรียญทอง ในการแข่งขันแบบพบกันหมด 5 ทีม ประกอบด้วย  ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, มาเลเซีย, เวียดนาม และ ไทย

 

 

ตะกร้อไทยเก็บแชมป์ทีมเดี่ยวซีเกมส์

 ทีมไทยลงแข่งขันไปแล้ว 3 นัด ชนะรวดแบบไม่เสียเซต เก็บ 9 คะแนนเต็ม ลงสนามนัดสุดท้ายพบ เวียดนาม ที่ทำผลงานแข่ง 3 ชนะ 1 แพ้ 2 มี 6 คะแนน เกมนี้หากหนุ่มไทย คว้าชัยได้จะผงาดเหรียญทองทันที

ผลปรากฏว่า ทีมไทย ประกอบด้วย  “บี” อนุวัฒน์ ชัยชนะ, “โน๊ต” ภัทรพงศ์ ยุพดี และ “ไข่นุ้ย” กฤษณพงศ์ นนทะโคตร พร้อมด้วย 2 ผู้เล่นสำรอง “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว และ “เก็ท” สิทธิพงศ์ คำจันทร์  เอาชนะ เวียดนาม 2-0 เซต 21-11 และ 21-13 ทีมไทย ชนะ 4 นัดรวด มี 12 คะแนนเต็มแบบไม่เสียเซตให้คู่แข่งแม้แต่นัดเดียว คว้าเหรียญทองทีมเดี่ยวเป็นเหรียญทองที่ 2 หลังจากได้เหรียญทองประเภททีมชุดชายมาก่อนหน้านี้

  

 

 

กมล ตันกิมหงษ์ ผู้ฝึกสอนตะกร้อชายทีมชาติไทย เผยว่า ถือว่าไทยสามารถกลับมาแก้ตัวจากเมื่อ 14 ปีที่แล้วที่เคยได้เหรียญเงินฟิลิปปินส์ ในซีเกมส์ 2005  ปีนี้ทุกอย่างค่อนข้างราบรื่น อย่างไรก็ดีผลงานที่ออกมาแม้ทุกคนจะมองว่าได้เหรียญทองครบทั้ง 2 เหรียญแต่หาดวิเคราะห์ดูดี ๆ ยังมีจุกบกพร่องที่ต้องแก้ไข  และในอนาคต ก็จะมีคนที่จะเล่นต่อ และเลิกราไป  เพราะทีมชุดนี้มีหลายคนที่สูงอายุ  ก็จะมีการประเมินกันต่อไป  

ตะกร้อไทยเก็บแชมป์ทีมเดี่ยวซีเกมส์

ในขณะที่ “ปุ้ย” พรชัย เค้าแก้ว นักตะกร้อ วัย 38 ปี ซึ่งคว้าเหรียญทองเหรียญที่ 15 จากประเภททีมชุดชายก่อนหน้านี้ และเหรียญทองที่ 16 จากประเภททีมเดี่ยวนี้ จากการร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ทั้งหมด 9 สมัย เผยว่า   ภูมิใจมากๆ ที่เอาเหรียญไปฝากให้พ่อแม่พี่น้องชาวไทยเพิ่มได้อีก ส่วนตนจะเล่นซีเกมส์ครั้งหน้าเป็นครั้งที่ 10 หรือไม่นั้น ตอนนี้ตนคงยังตอบไม่ได้แต่จะพยายามทำหน้าที่ของตนเองในการเป็นนักกีฬาให้ดีที่สุด