royal coronation
12 ธันวาคม 2562
กีฬา

แชมป์พรีเมียร์ลีกจบแล้วจริงหรือ

13 พฤศจิกายน 2562 - 18:05 น.
ลิเวอร์พูล,แชมป์พรีเมียร์ลีก,อังกฤษ,เจอร์เกน,คลอปป์,แมนฯ ซิตี,ซาลาห์,มูรินโญ,เนวิลล์
Shares :
เปิดอ่าน 1,464 ครั้ง

หลังจากจบเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ล่าสุด ดูเหมือนทั้งแฟนบอลและกูรูลูกหนังหลายรายต่างออกมาฟันธงตำแหน่งแชมป์ลีกกันแล้ว

 

 

ลิเวอร์พูล ชุดสู้ศึกฤดูกาล 2019-20 ทาบสถิติทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดจากการออกสตาร์ทเกมลีก 12 นัดแรกลีกสูงสุดอังกฤษ โดยนับรวมตั้งแต่ลีกสูงสุดยังใช้ชื่อดิวิชั่น 1 เดิม

 

ผลงานเที่ยวล่าสุดซึ่งเปิดรังแอนฟิลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทำให้ลูกทีมของเจอร์เกน คลอปป์ คว้าชัยชนะไปแล้ว 11 เกม และเสมอ 1 นัด ยังไม่แพ้ทีมใด และตัวเลขดังกล่าวถูกบันทึกว่าเป็นสถิติที่ดีสุดในช่วง 12 เกมแรก เท่ากับอีก 3 สโมสร จาก 5 ซีซั่นที่เคยทำสถิตินี้ไว้

 

- สเปอร์ส ฤดูกาล 1960-61 (แชมป์ลีก)

- แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1985-86 (อันดับ 4)

- ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 1990-91 (อันดับ 2)

- แมนฯ ซิตี ฤดูกาล 2011-12 (แชมป์ลีก)

- แมนฯ ซิตี ฤดูกาล 2017-18 (แชมป์ลีก)

*ในวงเล็บ คือ ตำแหน่งเมื่อจบฤดูกาล

 

 

กลุ่มดังกล่าวมีเพียง สเปอร์ส ฤดูกาล 1960-61 ที่ยังเล่นด้วยระบบทีมชนะได้ 2 คะแนน นอกนั้นถือว่าอยู่ในยุคที่ทีมชนะได้ 3 แต้มทั้งหมด ทำให้ทั้ง 4 ทีมดังกล่าวเก็บคะแนนในช่วง 12 นัดแรกได้ 34 คะแนน เท่ากับทีมของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์

 

ในจำนวน 5 ซีซั่นดังกล่าว แมนฯ ซิตี ฤดูกาล 2017-18 กับ 2011-12 และสเปอร์ส ชุดซีซั่น 1960-61 คือ 3 ชุดที่ได้แชมป์ลีกไปครองในบั้นปลาย ส่วนลิเวอร์พูล ชฤดูกาล 1990-91 จบซีซั่นด้วยตำแหน่งรองแชมป์ โดยปีดังกล่าวแชมป์ตกเป็นของอาร์เซนอล

 

ขณะที่แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดฤดูกาล 1985-86 ได้อันดับ 4 โดยตำแหน่งแชมป์ได้แก่ ลิเวอร์พูล

 

หากยึด 5 ชุดที่ออกสตาร์ทซีซั่น 12 นัดแรกได้สวยหรูที่สุดก็อาจพอจะกล่าวได้ว่าเปอร์เซ็นต์บั้นปลายที่จะเข้าวินในตำแหน่งแชมป์ลีกนั้นมีไม่น้อยทีเดียวจากการที่มีถึง 3 จาก 5 ชุด ที่ผงาดบัลลังก์

 

ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล นำหน้า เลสเตอร์ ทีมอันดับ 2 อยู่ 8 คะแนน ซึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกมีเพียง แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1993-94 ที่มีช่องว่างห่างจากรองจ่าฝูงในช่วง 12 นัดแรกมากกว่า “หงส์แดง” ฤดูกาลนี้ โดยตอนนั้น “ปีศาจแดง” มีคะแนนมากกว่าอันดับสอง 9 คะแนน

 

 

มั่นใจหงส์ไม่พลาด

 

 

“ถ้าคุณเป็นฝ่ายตามหลังบนตารางคะแนน (การลุ้นแชมป์) คุณต้องรู้สึกว่าสามารถไล่ตามพวกเขาทันได้ ถ้าคุณเป็นจ่าฝูงคุณก็ต้องคิดว่าสถานการณ์นี้ยังไม่จบ” ชูเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุกีส แสดงทัศนะของตัวเองกับสกาย สปอร์ตส์ โดยอดีตผู้จัดการทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ มั่นใจว่า หงส์แดง ชุดนี้จะไม่พลาดเข้าป้ายแชมป์ลีกแน่นอน

 

“ตอนนี้ผมไม่ได้คุมทีมที่ข้างสนาม ผมอยู่ที่นี่ และจากมุมมองของผม ผมคิดว่าการลุ้นแชมป์มันจบลงแล้ว นอกจากจะเกิดเหตุการณ์อันน่าทึ่งเท่านั้น อย่างอาการบาดเจ็บที่จะทำให้ทีมสะดุดเก็บแต้ม แต่ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล จัดการปัญหายุ่งยากทุกอย่างแล้ว ผมรู้สึกว่าพวกเขาปรับแนวทางการเล่นให้เข้ากับคุณภาพของนักเตะได้"

 

"ซิตี มีศักยภาพพอที่จะชนะ 7, 8 และ 9 เกมติดต่อกัน แต่ผมมองไม่เห็นเลยว่า ลิเวอร์พูล จะพลาดปล่อยความได้เปรียบ 9 แต้มหลุดมือได้ยังไง

 

“ผมรู้สึกทึ่งเอามากๆ เวลาพูดถึงสิ่งที่นักฟุตบอลสมัยใหม่ต้องมีเพื่อคว้าแชมป์”

 

“ถ้ามันทำได้ง่ายๆ ทุกคนคงได้แชมป์ลีกกันไปหมดแล้ว แต่ความเป็นจริง มีเพียงไม่กี่คนที่ได้แชมป์ลีก นั่นหมายความว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก มันต้องใช้ความพยายามอย่างมาก”

 

 

 

 

“หลายคนพูดว่าไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ มันไม่ควรจะเป็นเรื่องง่ายๆ”

 

“เมื่อคุณดูโปรแกรมแข่งขันที่รอพวกเขาอยู่ สมมุติคุณอยู่ในห้องแต่งตัวนักเตะลิเวอร์พูล คุณจะคิดกับสถานการณ์เช่นนี้ประมาณว่า เอาเลย เข้ามาเลย พวกเขามีโมเมนตัมที่ยอดเยี่ยม เจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานรึเปล่า แต่ไม่ว่าอย่างไร เรื่องเหล่านี้คือส่วนหนึ่งซึ่งสโมสรใหญ่ต้องเผชิญเป็นธรรมดา” มูรินโญ วัย 56 ปี ทิ้งท้าย

 

ทัศนะของมูรินโญ ถือว่ามีเหตุลในตัวพอสมควร แต่เชื่อว่าทุกคนคงยังไม่ลืมว่าซีซั่นที่แล้ว ลิเวอร์พูล เคยทิ้งห่างแมนฯ ซิตี 7 แต้ม ก่อนที่ทุกอย่างจะพลิกผัน

 

เช่นเดียวกันเดอะค็อป เองก็คงยังไม่ลืมหงส์แดงชุด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซีซั่น 2013-14 หรือยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ ฤดูกาล 2008-09 ที่สุดท้ายแผ่วปลายจบแค่ตำแหน่งรองแชมป์แบบเจ็บปวด

 

ถ้าเรื่องแผ่วปลายนี้ยังไม่ชัดพอขอให้นึกถึงฤดูกาลพลาดแชมป์สุดคลาสสิกของนิวคาสเซิล ฤดูกาล 1995-96 ที่ช่องว่างของลูกทีม เควิน คีแกน สมัยนั้นเคยห่างกับแมนฯ ยูไนเต็ด มากถึง 12 แต้ม และช่องว่างดังกล่าวลากยาวไปถึงตอนเดือนมกราคมของปี 1996 แล้วด้วย 

 

แต่ก็อย่างที่ทราบดีสุดท้าย “สาลิกาดง” ชุดนั้นตกม้าตายอย่างเหลือเชื่อ แม้จะถูกยกให้เป็นทีมที่เล่นได้เร้าใจที่สุดก็ตาม

 

 

แล้วถ้าลิเวอร์พูลชุดนี้จะสะดุดบ้าง ต้องเกิดจากสาเหตุอะไร

 

แกรี เนวิลล์ กูรูประจำสถานีสกาย สปอร์ตส์ ยกประเด็นอาการบาดเจ็บเท่านั้นที่จะสามารถหยุดหงส์แดงไม่ให้เข้าป้ายแชมป์ลีกที่พวกเขารอคอยมานานกว่า 30 ปี

 

“จริงอยู่ว่า ซิตี อาจจะกลับมาได้ เช่นเดียวกับโอกาสของเชลซี หรือ เลสเตอร์ แต่เอาจริงๆ เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปได้แล้วในตอนนี้”

 

“สิ่งที่ผมจะพูดคือปัจจัยที่จะทำลิเวอร์พูล สะดุดได้นั้น ประกอบด้วยเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้กับดาวเตะแม่เหล็กของพวกเขาอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน หรือ เวอร์จิล ฟาน ไดค์”

 

“พวกเขาอาจต้องเจอปัญหาใหญ่ถ้าต้องขาดผู้เล่นแกนหลักสองรายเป็นเวลาแรมเดือน เหมือนกับที่ซิตี ต้องเสีย อายเมอริค ลาปอร์ต” อดีตฟูลแบ็กแมนฯ ยูไนเต็ด หล่นมุมมองของตัวเองผ่านรายการพอดแคสต์ที่เจ้าตัวดำเนินรายการและเผยแพร่ผ่านสกาย สปอร์ตส์

 

 

 

 

ความคิดเห็นของเนวิลล์ผู้พี่ก็ดูจะช่างประจวบเหมะกับข่าวล่าสุดของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ตอนนี้ทีมงานหงส์แดงออกลูกกังวลไม่น้อย 

 

จากรายงานล่าสุดที่ระบุชัดอาการเจ็บข้อเท้าของแข้งอียิปต์กลับมากำเริบอีกครั้งหลังจบเกมล่าสุดกับแมนฯ ซิตี โดยล่าสุดนักเตะได้ถอนตัวจากทีมชาติอียิปต์ที่มีคิวทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ รอบคัดเลือกทั้ง 2 นัดกับ เคนยา และ คอโมโรส เพื่อกลับไปรักษาอาการบาดเจ็บ พร้อมเผยภาพที่ผู้เล่นรายนี้ใส่เฝือกที่บริเวณข้อเท้าซ้ายอีกด้วย

 

ในยุคคลอปป์ ซาลาห์ คือเจ้าของผลงาน 80 ประตู จาก 121 เกม นี่จึงชัดเจนว่าถ้าอาการบาดเจ็บพรากดาวยิงรายนี้ไปจากสนามจะส่งผลต่อ ลิเวอร์พูล เพียงใด

 

ฝั่งกูรูส่วนใหญ่มองลิเวอร์พูลชุดนี้กำลังมั่นใจและเล่นกันอย่างเป็นระบบซึ่งจุดนี้จะพาพวกเขาก้าวไปถึงเป้าหมาย

 

อย่างไรก็ตามรยะทางที่เหลืออันยาวไกลทีมของคลอปป์อาจต้องเจอปัญหาโปรแกรมเตะที่ถี่ยิบยิ่งขึ้น อาการล้าของนักเตะ หรือกระทั่งผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ ซึ่งจุดนี้หากสังเกตขุมกำลังหงส์แดงชุดนี้จริงๆ จะเห็นชัดว่าถัดจาก 11 คนแรกแล้ว ขุมกำลังที่เหลือยังไม่ดีพอจะทดแทนกันได้ทั้งหมดแม้ทีมนี้จะดีกว่าทุกชุดที่ผ่านมา

 

สุดท้ายไม่ว่าปัญหาที่คาดการณ์จะเกิดขึ้นหรือไม่ พวกเขาจะสะดุดขาตัวเองหรือเดินหน้าเข้าป้ายแชมป์ชนิดม้วนเดียวจบ คำตอบที่แน่นอนที่สุดคือ 

 

“26 เกมที่เหลืองของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้”

 

 

 

ภาพ : AFP

เรียบเรียง : พชร นาคจู

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ