ฤดูกาล 2011-12 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี คู่ปรับร่วมเมืองและทีมอันดับ 2 ในเวลานั้น ด้วยแต้มห่าง 8 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 6 เกม จะจบฤดูกาล แต่ปรากฏว่า "ปีศาจแดง" ภายใต้การคุมทัพของบรมกุนซือเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พลาดทำแต้มหล่นแบบไม่น่าเชื่อ

 

 

 

เริ่มจากโปรแกรมนัดที่ 33 เป็นฝ่ายแพ้ วีแกน 0-1 นัดที่ 35 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 4-4 จากนั้นแมตช์ต่อมาเกมที่ 36 เสียท่าให้ แมนฯ ซิตี ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม 0-1 แม้ที่เหลืออีก 3 เกมจะเก็บ 3 แต้มได้หมดแต่สุดท้ายฝั่ง เรือใบสีฟ้า ดันเก็บชัยชนะ 6 เกมรวด เหมาไป 18 คะแนนเต็ม แซงคว้าแชมป์ด้วยการมีประตูได้-เสียที่ดีกว่าหลังมี 89 คะแนนเท่ากัน โดยไฮไลท์ชี้แชมป์ต้องมาตัดสินเอาในเกมสุดท้าย คือ แมตช์ที่ เซร์คิโอ อเกวโร กดประตูชัยช่วงท้ายเกมพาทีมชนะ ควีนปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 ปาดหน้าแมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกในรอบ 44 ปีสโมสรอย่างยิ่งใหญ่

 

อย่างไรก็ตามยังมีสถิติที่ทีมจ่าฝูงทิ้งห่างอันดับ 2 หลังผ่าน 12 เกมในช่วงเวลาเดียวกับซีซั่นปัจจุบันซึ่งคราวนั้นก็เป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 1993-94 ที่ออกสตาร์ท 12 เกมแรกด้วยการทิ้งรองจ่าฝูงห่าง 9 คะแนน และสุดท้ายจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ลีกจากการเก็บแต้มไปทั้งสิ้น 92 คะแนน (ฤดูกาลนั้นลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมี 22 ทีม) มีแต้มห่างอันดับ 2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 8 คะนนด้วยกัน

 

ทั้งนี้การเก็บชัย 11 จาก 12 เกมในพรีเมียร์ลีกของลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทัพของเจอร์เกน คลอปป์ คือ สถิติการออกสตาร์ท 12 เกมแรกที่ดีที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรยุคพรีเมียร์ลีก ของหงส์แดง จากการมี 34 แต้มบนตารางคะแนน และห่างจาก เลสเตอร์ ซิตี กับ เชลซี ที่มี 26 คะแนนเท่ากัน อยู่ 8 แต้ม ณ เวลานี้