royal coronation
วันที่ 16 ตุลาคม 2562
กีฬา

วิเคราะห์ก่อนศึก 'ยูซีแอล 2019-20' รอบแบ่งกลุ่ม

วันที่ 17 กันยายน 2562 - 18:15 น.
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรของทวีปยุโรป,ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำซีซั่น 2019-20 รอบแบ่งกลุ่ม
Shares :
เปิดอ่าน 4 ครั้ง

วันนี้แล้ว (17 ก.ย.) ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรของทวีปยุโรป หรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประจำซีซั่น 2019-20 รอบแบ่งกลุ่ม จะเริ่มเปิดฉากแข่งขันกันเป็นนัดแรก

 

 

     สำหรับการจับสลากแบ่งสายนั้นได้เสร็จสิ้นไปตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ซึ่งก่อนการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มจะเริ่มขึ้น “บรีชเชอร์รีพอร์ท” สื่อดังของสหรัฐได้วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของแต่ละกลุ่มว่าทีมใดจะมีสิทธิ์เข้ารอบ รวมถึงจะเป็นม้ามืดที่อาจสอดแทรกขึ้นมา
 

 

 

กลุ่มเอ : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เรอัล มาดริด (สเปน), คลับ บรูช (เบลเยียม), กาลาตาซาราย (ตุรกี)
ทีมแชมป์ : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
     ด้วยศักยภาพของผู้เล่นที่มีอยู่ในปัจจุบันต้องเรียกได้ว่า เปแอสเช มีความพร้อมเป็นอย่างมากไล่มาตั้งแต่ตำแหน่งผู้รักษาประตูจนถึงกองหน้า โดยเฉพาะแผงแนวรุกที่นำมาโดยผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์ ทั้ง เอดินสัน คาวานี, เนย์มาร์, คิลิยัน เอมบัปเป และเมาโร อิคาร์ดี ซึ่งทำให้ยากที่จะหาทีมใดในกลุ่มมาต่อกร
ทีมรองแชมป์ : เรอัล มาดริด
     แม้ “ราชันชุดขาว” จะมีประสบการณ์ในรายการนี้สูง รวมถึงเคยคว้าแชมป์มาหลายสมัย ทว่าด้วยสภาพทีมในปัจจุบันที่ถึงแม้ว่าจะมีแข้งดังมากมาย แต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังปรับตัวให้เข้าขากันไม่ค่อยได้จากฟอร์มในลีกที่เกิดขึ้น ถึงกระนั้นเชื่อว่า “โลส บลังโกส” จะคว้าตั๋วเพื่อเข้ารอบต่อไปได้
ทีมม้ามืด : ไม่มี

กลุ่มบี : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน), ทอตแนม ฮอทสเปอร์ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ), เชอร์เวนา ซเวซดา (เซอร์เบีย)
ทีมแชมป์ : บาเยิร์น มิวนิค

     สำหรับ “เสือใต้” ได้มีการเสริมทีมในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาแบบเต็มที่ นำโดย ฟิลิปเป คูตินโญ, อิวาน เปริซิช และลูกาส์ แอร์นองเดซ บวกกับผู้เล่นเก่าอย่าง มานูเอล นอยเออร์ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการกลับไปคว้าแชมป์ยูซีแอลให้ได้ ซึ่งด้วยศักยภาพที่มีเชื่อว่าพวกเขาจะผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มได้ไม่ยากเย็น
ทีมรองแชมป์ : ทอตแนม ฮอทสเปอร์
     ในฐานะรองแชมป์เมื่อซีซั่นที่แล้ว “ไก่เดือยทอง” หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพวกเขาจะสามารถกลับไปหยิบแชมป์มาครองให้ได้ในฤดูกาลนี้ โดยหากบรรดาผู้เล่นหลัก ทั้ง แฮร์รี เคน, เดเล อัลลี และซน เฮือง มิน ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน สเปอร์ส จะสามารถสู้กับทุกทีมได้ พร้อมอาจสร้างเซอร์ไพร์ซด้วยการล้ม บาเยิร์น มิวนิค ได้ด้วยซ้ำ
ทีมม้ามืด : ไม่มี

กลุ่มซี : แมนเชสเตอร์ ซิตี (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเนตส์ค (ยูเครน), ดินาโม ซาเกรป (โครเอเชีย), อตาลันตา (อิตาลี)
ทีมแชมป์ : แมนเชสเตอร์ ซิตี
     เป็นเรื่องยากเหลือเกินสำหรับกลุ่มนี้ที่จะหาทีมใดมาสู้กับ “เรือใบสีฟ้า” ด้วยประสบการณ์ รวมถึงคุณภาพนักเตะ แม้พวกเขาจะต้องเดินทางไกลไปแข่งที่ โครเอเชีย และยูเครน แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาในการคว้าแชมป์กลุ่มแต่อย่างใด
ทีมรองแชมป์ : อตาลันตา
     อตาลันตา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นที่แล้ว ต่อยอดมาถึงซีซั่นนี้ จนสามารถผ่านเข้ามาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มได้สำเร็จ ซึ่งด้วยความมั่นใจ รวมถึงบรรดาผู้เล่นเกมรุกที่กำลังเข้าฝัก ทั้ง ดูวาน ซาปาตา, โจซิป อิลิซิช และอเลฮานโดร โกเมซ จะช่วยให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้
ทีมม้ามืด : ชัคตาร์ โดเนตส์ค
     แม้ในฤดูกาลนี้ ชัคตาร์ โดเนตส์ค จะเสียแข้งแกนหลักไปหลายราย แต่พวกเขาก็มีจุดเด่นตรงที่การเล่นในบ้านซึ่งค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยหากสามารถโกยแต้มที่สนาม เมทัลลิสต์ สเตเดี้ยม ได้เยอะ ก็มีโอกาสที่จะเข้ารอบได้เช่นกัน

กลุ่มดี : ยูเวนตุส (อิตาลี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมัน), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)
ทีมแชมป์ : แอตเลติโก มาดริด
     ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจ เพราะมีทีมดังถูกจับสลากมาร่วมสายกันอย่างคับคั่ง แต่ด้วยผลงานในปัจจุบันนั้น ทีมที่ดูมีภาษีมากที่สุดในการเข้ารอบต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่ม คือ “ตราหมี” หลังพวกเขาเก็บชัยชนะรวมทุกรายการมาแล้ว 7 เกมติดต่อกันนับตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น พร้อมมีผู้เล่นที่จะสร้างความแตกต่างให้ทีมได้มากมาย ทั้ง ชูเอา เฟลิกซ์ และดิเอโก คอสตา เป็นต้น
ทีมรองแชมป์ : ยูเวนตุส
     แม้เรื่องศักยภาพทีม และประสบการณ์ในรายการใหญ่ “ม้าลาย” จะไม่ได้เป็นรอง แอตเลติโก มาดริด แต่อย่างใด รวมถึงปีที่แล้วพวกเขาก็เป็นทีมที่ส่ง “ตราหมี” ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถึงกระนั้นด้วยความเปลี่ยนแปลงในทีมโดยเฉพาะแผนการเล่นจากเทรนเนอร์ เมาริซิโอ ซาร์รี ก็อาจยังทำให้ ยูเวนตุส ยังไม่เข้าที่เข้าทางนักในรอบนี้
ทีมม้ามืด : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน
     โดยทีม “ห้างขายยา” ก็สิทธิ์ที่จะสอดแทรกไปเบียดโควตาในการเข้ารอบต่อไปได้ หลังพวกเขาก็มีเกมรุกที่น่าสนใจจากการนำของ ไคล์ ฮาเวิร์ท มิดฟิลด์พรสวรรค์ ทว่าต้องมาดูผลการแข่งขันในการดวลกับทั้ง แอตเลติโก มาดริด และยูเวนตุส กันอีกครั้ง

 

 

กลุ่มอี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ, แชมป์เก่า), นาโปลี (อิตาลี), เอฟซี ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), เกงค์ (เบลเยียม)
ทีมแชมป์ : ลิเวอร์พูล
     หากมองตามเนื้อผ้าแล้วมีเพียง นาโปลี คู่ปรับเก่าที่เคยร่วมกลุ่มกันมาเมื่อปีที่แล้วซึ่งดูจะสูสีกับพวกเขา เพราะเคยเอาชนะได้ 1 นัด ทว่าในปีนี้ “หงส์แดง” มีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ทำให้เชื่อว่าจะสามารถคว้าแชมป์กลุ่มเพื่อเข้ารอบต่อไปได้แบบไม่ยากนัก
ทีมรองแชมป์ : นาโปลี
     นาโปลี เสริมทัพได้แข็งแกร่งในช่วงตลาดซัมเมอร์จากการคว้าตัว ทั้ง คอสตาส มาโนลาส, เออร์วิง โลซาโน และเอลจีฟ เอลมาส ซึ่งด้วยการนำทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ รวมถึงบทเรียนในปีที่ผ่านมาจะส่งผลให้พวกเขาคว้าตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017
ทีมม้ามืด : ไม่มี

กลุ่มเอฟ : บาร์เซโลนา (สเปน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), สลาเวีย ปราก (เช็ก)
ทีมแชมป์ : บาร์เซโลนา
     กรุ๊ปออฟเดธประจำรอบนี้ เพราะประกอบด้วย 3 ทีมแกร่ง อย่าง บาร์เซโลนา, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และอินเตอร์ มิลาน แต่ทีมที่ดูมีภาษีที่ดีที่สุดทั้งศักยภาพของทีม รวมถึงประสบการณ์ในเวทีใหญ่ “เจ้าบุญทุ่ม” ดูได้เปรียบมากที่สุดจากการมี ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะซูเปอร์สตาร์นำทัพ นอกจากนั้นการได้ อองตวน กรีซมันน์ เข้ามาเสริมทัพก็ช่วยยกระดับทีมขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น
ทีมรองแชมป์ : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
     “เสือเหลือง” ภายใต้การคุมทีมของ ลูเซียง ฟาฟร์ มีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเกมรุกซึ่งสวยงามเป็นอย่างมากจากนักเตะอย่าง เจดอน ซานโช และปาโก อัลคาเซร์ นอกจากนั้นจากการที่พวกเขาอุดช่องโหว่ในแผงหลังด้วยการซิวตัว มัตต์ ฮุมเมลส์ เซ็นเตอร์จอมเก๋าเข้ามาสู่ทีมเป็นรอบที่ 2 จึงมีสิทธิ์สูงที่ตีตั๋วเข้ารอบต่อไป
ทีมม้ามืด : อินเตอร์ มิลาน
     อินเตอร์ มิลาน เป็นอีกหนึ่งทีมของยุโรปที่น่าสนใจในซีซั่นนี้ หลังมีการเปลี่ยนแปลงในทีมครั้งใหญ่ทั้งผู้จัดการทีมเป็น อันโตนิโอ คอนเต รวมถึงผู้เล่นดังหลายรายที่เข้ามาในถิ่น จูเซปเป เมอัซซา เช่น โรเมลู ลูกากู และอเล็กซิส ซานเชช ซึ่งด้วยคุณภาพแน่นอนว่าไม่เป็นรอง บาร์เซโลนา หรือ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งการเจอกันของทั้ง 3 ทีมนั้นจะเป็นตัวตัดสินทีมที่จะเข้ารอบได้เป็นอย่างดี

กลุ่มจี  : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย), เบนฟิกา (โปรตุเกส), โอลิมปิค ลียง (ฝรั่งเศส), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมัน)
แชมป์กลุ่ม : โอลิมปิค ลียง
     โดยจากการวิเคราะห์ของทีมงาน “บรีชเชอร์ รีพอร์ท ฟุตบอล แรงค์ส” ระบุว่า ลียงในฤดูกาลนี้มีศักยภาพดีพอที่จะสามารถสร้างความโดดเด่นได้เหมือนกับที่ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำได้ในฤดูกาลที่แล้ว เหตุเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแม้พวกเขาจะเสียแข้งหลักไปหลายราย ทั้ง นาบิล เฟคีร์ และตองกีย์ เอนดอมเบเล แต่ก็มีการเสริมทัพเพื่อุดช่องโหว่ดังกล่าวไปเกือบ 100 ล้านยูโร (ราว 3.32 พันล้านบาท) นำโดย โยอาคิม แอนเดอร์สัน กองหลังจาก ซามพ์โดเรีย ซึ่งหากผนวกกับผู้เล่นเก่าอย่าง เมมฟิส เดอปาย และมุสซา เดมเบเล ก็ยากจะหาทีมใดในกลุ่มมาต้านทาน
รองแชมป์ : แอร์เบ ไลป์ซิก
     ไลป์ซิก คือทีมที่มีความแข็งแกร่งในระดับต้นๆของกลุ่มดังกล่าวจากบรรดาผู้เล่นพลังหนุ่ม ถึงกระนั้นอุปสรรคสำคัญในฟุตบอลยูซีแอลของพวกเขาคือเรื่องของประสบการณ์ ในการรับมือกับทีมจากประเทศอื่นๆ ซึ่งถือเป็นการบ้านสำคัญที่ ยูเลียน นาเกิลส์มัน เฮดโค้ชคนเก่ง
ทีมม้ามืด : ไม่มี

กลุ่มเอช : เชลซี (อังกฤษ), อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), บาเลนเซีย (สเปน), ลีลล์ (ฝรั่งเศส)
แชมป์กลุ่ม : เชลซี
     สำหรับ เชลซี ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีชื่อชั้นไม่ต่างกับบิ๊กทีมในยุโรปอื่นๆ ทว่าในฤดูกาลนี้พวกเขากำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากภายใต้การคุมทัพของ แฟรงค์ แลมพาร์ด เหตุไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่เข้าสู่ทีมได้ในตลาดนักเตะที่ผ่านมา รวมถึงเสีย เอแอน อาซาร์ แนวรุกตัวความหวังไป จนทำให้มีผลงานที่ไม่ดีนักในลีก ถึงกระนั้นด้วยคุณภาพของนักเตะโดยเฉพาะเหล่าดาวรุ่ง “สิงห์บลูส์” น่าจะการันตีจ่าฝูงได้
รองแชมป์ : อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม
     เฉิดฉายอย่างมากสำหรับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม เมื่อซีซั่นก่อน หลังผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ ขณะที่ในปีนี้พวกเขาเสียผู้เล่นหลักไปเพียงไม่กี่ราย เช่น มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ และเฟรงกี เดอ ยอง ส่งผลให้คุณภาพทีมไม่ตกลงไปมากนัก จนคว้าโควต้าเข้ารอบต่อไปได้ไม่ยาก
ทีมม้ามืด : บาเลนเซีย
     อีกหนึ่งทีมที่น่าสนใจคือ บาเลนเซีย หลังฤดูกาลที่แล้วหักปากกาเซียนคว่ำ บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ มาได้ รวมถึงจบในอันดับ 4 ของลีก ทำให้ไม่ต้องเกรงกลัวศักดิ์ศรีของทั้ง เชลซี และอาแจกซ์ ทว่าจากการที่ มาร์เซลิโน ผู้จัดการทีมคนเก่งถูกปลดออกไปนั้นจะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปในด้านใด

     ทั้งหมดที่กล่าวมาคือการวิเคราะห์ก่อนรอบแบ่งกลุ่มก่อนฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดระดับสโมสรของยุโรปจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งสุดท้ายแล้วอันดับต่างๆของแต่ละกลุ่มจะเป็นเช่นไรต้องมาติดตามกันอีกครั้ง

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended