royal coronation
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562
กีฬา

ประเด็นร้อน"พรีเมียร์ลีก"หลังผ่านสัปดาห์ 4

วันที่ 2 กันยายน 2562 - 14:34 น.
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ,พรีเมียร์ลีก,สัปดาห์ 4,บิ๊ก 6,ลิเวอร์พูล,แมนฯ ซิตี,แมนฯ ยูไนเต็ด,สเปอร์ส,อาร์เซนอล,เชลซี,มาเน,ซาลาห์,กุน อเกวโร,โอบาเมยอง
Shares :
เปิดอ่าน 1,701 ครั้ง

อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยง"มาเน", 16 นัดหลังสุดของโซลชา, สถิติ "กุน"อเกวโร, ซัดตาข่ายตัวเองของเคิร์ต ซูมา และปิดท้ายด้วยนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี ระดับ 5 ดาว

ชัยชนะนัดที่ 13

มาเน-ซาลาห์

 

ประเด็นหลังเกมเทิร์ฟ มัวร์

 

การกำชัย 13 นัดรวด พรีเมียร์ลีก จนเป็นสถิติของลิเวอร์พูลและเจอร์เกน คลอปป์

 

รวมถึงประตูที่ 50 โรแบร์โต ฟีร์มิโน กลายเป็นประเด็นรองไปทันที เมื่อเกือบทุกความสนใจจับจ้องไปที่อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของ ซาดิโอ มาเน เจ้าของผลงาน 1 ตุง เกมนี้ที่ “หงส์แดง” มีเหนือ เบิร์นลีย์ 3-0

 

“เอ่อ เป็นเรื่องที่ดีรึเปล่า ?” คลอปป์ กล่าวหลังจบการแข่งขัน “เขา (มาเน) อารมณ์เสีย นั่นเป็นอะไรที่เข้าใจได้ง่าย”

 

“ซาดิโอ ไม่สามารถเก็บซ่อนอารมณ์ดังกล่าวได้ แต่ผมชอบนะ เราจะกลับไปคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้งและทุกอย่างจะเรียบร้อยในที่สุด”

 

“ในฐานะคนคนหนึ่งย่อมมีอารมณ์และความรู้สึก แถมตอนนั้นก็เป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม” บทสัมภาษณ์ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันจากรายงานของบีบีซี สื่ออังกฤษ

 

มาเน ถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนจบการแข่งขัน 5 นาที จากนั้นระหว่างเดินกลับซุ้มม้านั่งสำรองดาวเตะเซเนกัลก็ปะทุอารมณ์เกรี้ยวกราดออกมาจนบรรดาเพื่อนร่วมทีมต้องเข้ามาช่วยสงบสติอารมณ์

 

หลังจบเกมหลายฝ่ายเห็นตรงกันสาเหตุที่ทำเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 หงุดหงิด เพราะจังหวะไม่ยอมส่งบอลของโมฮาเหม็ด ซาลาห์

 

ย้อนไปช่วงจังหวะของนาทีที่ 83 ลิเวอร์พูลได้โอกาสบวกสกอร์เพิ่มเป็น 4-0 “ซาลาห์” ลากบอลทะลุเข้าเขตโทษแต่โดนกองหลัง “เดอะ คลาเร็ตส์” รุมเข้าสกัด

ขณะเดียวกันจังหวะลุ้นทำสกอร์นั้น มาเน ก็อยู่ในเขตโษและอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการบวกสกอร์เพิ่มให้หงส์แดง

 

แต่ภาพและความเป็นจริงที่ออกมา คือ ดาวเตะอียิปต์เลือกล็อกแล้วแต่งบอลเข้าเท้าขวาข้างที่ไม่ถนัด ก่อนจะซัดบอลหลุดกรอบชนิดไม่ได้ลุ้นใดๆ และต้นตอความขัดแย้งก็ปะทุตามมาดังที่สื่อและแฟนบอลพากันถล่ม วิจารณ์ช็อตนี้กันยกใหญ่

 

 

สถิติบอกว่า ลิเวอร์พูล ไม่เคยเสียท่าให้ทีมใดตลอด 33 นัด พรีเมียร์ลีก ยามที่ ซาดิโอ มาเน มีชื่อขึ้นสกอร์บอร์ด (ชนะ 29, เสมอ 4, แพ้ 0)

 

 

 

 

 

16 นัดหลังสุด โซลชา

เสมอ    เซาแธมป์ตัน

แพ้    พาเลซ

เสมอ    วูล์ฟแฮมป์ตัน

ชนะ    เชลซี

แพ้    คาร์ดิฟฟ์

เสมอ    ฮัดเดอร์สฟิลด์

เสมอ    เชลซี

แพ้    แมนฯ ซิตี

แพ้    เอฟเวอร์ตัน

แพ้    บาร์เซโลนา

ชนะ    เวสต์แฮม

แพ้    บาร์เซโลนา

แพ้    วูล์ฟแฮมป์ตัน

ชนะ    วัตฟอร์ด

แพ้    วูล์ฟแฮมป์ตัน

แพ้    อาร์เซนอล

 

เกมนัดล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด ของ ผู้จัดการทีม โอเล กุนนาร์ โซลชา ทำได้แค่บุกแบ่งแต้ม เซาแธมป์ตัน ที่เหลือ 10 คน 1-1

 

ผลเสมอนัดนี้ทำให้ “ปีศาจแดง” มีแค่ 5 คะแนนจาก 4 นัด และเป็น การออกสตาร์ทเกมลีก 4 นัดแรก ย่ำแย่ที่สุด รอบ 27 ปี นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายฤดูกาล 1992-93 ภายใต้การคุมทีมของเซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ( 4 คะแนน จาก 4 นัดแรก)

 

“ที่แปลกคือสามเกมที่เราไม่ชนะล้วนเป็นเกมที่เราทำได้ดี ดีกว่านัดที่เอาชนะเชลซีเสียด้วยซ้ำ” โซลชา ระบุ “เราครองเกม สร้างสรรค์โอกาส แต่หน้าปากประตูเราไม่เฉียบคมพอจนพลาดชัยชนะในที่สุด”

 

“เราพลาดโอกาสทำประตูไปหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เราก็พลาดจุดโทษ เราควรจะเป็นผู้ชนะในวันนี้ เราไม่ได้เล่นแย่เลย เพียงแต่ผลการแข่งขันออกมาแย่เท่านั้น” ผู้จัดการทีมนอร์วีเจียน แจกแจงหลังเกม

 

 

68 วินาที เร็วสุดซีซั่น


เกมที่อิติฮัด สเตเดี้ยม ไม่ใช่งานที่ยากอะไรสำหรับเจ้าถิ่น “เรือใบสีฟ้า” ในการเก็บ 3 แต้มเหนือผู้มาเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน

เปิดฉากมาไม่ถึงนาที เควิน เดอ บรอยน์ ห้องเครื่องเจ้าถิ่นถูกบันทึกเป็นแข้งกดประตูรวดเร็วสุดของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เพราะเพียงแค่ 68 วินาที แมนฯ ซิตี ก็ขยับขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่สิ้นเสียงนกหวีดยาวของผู้ตัดสิน ผลลัพธ์จะลงเอยที่ 4-0 โดยสามประตูที่ตามมาเกิดขึ้นจากฝีเท้า เซร์คิโอ อเกวโร ที่เหมาสองตุงจนซิว “แมน ออฟ เดอะ แมทช์” และอีกหนึ่งของแบร์นาโด ซิลวา ที่กระทุ้งลูกปิดกล่อง

 

ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมสแปนิช ไม่ใช่ทีมที่เก็บชัย 100% เต็ม แต่ผ่าน 4 นัดแรก พวกเขาทะลวงตาข่ายคู่แข่งไป 14 ประตู เฉลี่ยยิงตกนัดละ 3.5 ประตู (รายงานตัวเลขจากบีบีซี) และหากยังเดินหน้ารัวตาข่ายระดับนี้ได้ต่อไปจนจบฤดูกาล “ทีมของเป๊ป” จะยิงได้ 133 ลูก เมื่อจบฤดูกาล ซึ่งจะทำลายสถิติทีมที่ยิงประตูมากสุดซีซั่นเดียวในพรีเมียร์ลีกที่พวกเขาเคยทำไว้ 106 ประตู เมื่อฤดูกาล 2017-18

 

ส่วนสองประตูของ “กุน” อเกวโร ที่เกิดขึ้นยังอิติฮัดเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ส.ค.) ทำให้ยอดรวมที่หัวหอกอาร์เจนไตน์ซัดประตูต่อหน้าแฟนบอลในรังหย้าตัวเองขึ้นไปแตะที่ 99 ตุง และมีแค่ เธียร์รี อองรี (114 ประตู) กับ เวย์น รูนีย์ (101 ประตู) สองคนบนหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่พังตาข่ายมากกว่าดาวยิงฟ้าขาว ยามล่าตาข่ายในรังเหย้าของทีมตัวเอง

 

ขณะเดียวกันยอดรวมพังตาข่ายของกองหน้าค่าตัว 38 ล้านปอนด์ ตอนย้ายจากแอตเลติโก มาดริด มาถิ่นอิติฮัด เมื่อปี 2011 ก็ขึ้นไปแตะที่ 237 ประตู (170 ลูก นับเฉพาะพรีเมียร์ลีก) ซึ่งยังคงเป็นตัวเลขสูงสุดตลอดกาลของสโมสรเรือใบสีฟ้า

 

ผลอีกหนึ่งคู่ของบิ๊ก 6 ที่ลงเล่นในวันเดียวกัน เชลซี เปิดบ้านเสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-2 โดยการทำเข้าประตูตัวเองก่อนจบเกมนาทีเดียวของเคิร์ต ซูมา ทำให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมต้องเผชิญผลงานอันกระท่อนกระแท่นกับ “สิงห์บลูส์” ต่อไป

 

ปิดท้ายด้วย 2 ทีมบิ๊กซิกซ์ที่ต้องมาปะทะกันเองในศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี เที่ยวล่าสุด ระหว่าง อาร์เซนอล กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน นี่คือ แมตช์ระดับ 5 

 

เปิดฉากมาทีมเยือนยิงขึ้นนำสองประตูรวด คริสเตียน อีริคเซน นาทีที่ 10 และจุดโทษของ แฮร์รี เคน นาที 40

 

ผลลัพธ์ 2 ตุงนี้ของแข้ง"ไก่เดือยทอง"ทำให้เกิดสถิติ ดังนี้

 

"อีริคเซน" กลายเป็นนักเตะเดนมาร์ก คนแรกที่ทะลวงตาข่ายในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ถึง 50 ประตู 

ส่วน "เคน" ขึ้นแท่นนักเตะที่ยิงประตูในนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บีส มากที่สุด 10 ประตู เทียเท่ากับ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ และ บ็อบบี สมิธ ตำนานศูนย์หน้าทีมไก่เดือยทอง

 

อย่างไรก็ตามสถิติดังกล่าวก็ไม่ได้ทำให้ 2 ดาวเตะ ตลอดจนแข้งไก่กระทงปลาบปลื้มได้จนจบการแข่งขัน เพราะจากนั้น อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ กับ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง 2 คู่หัวหอกปืนใหญ่ คือ ฝ่ายที่ได้ชูมือในฐานะฮีโร่ผู้กอบกู้สถานการณ์

 

"ลากาแซต์" โชว์ความเหนือชั้นกระดกบอลด้วยชั้นเชิงลูกหนังเข้าไปกระทุ้งตีไข่แตก 2-1 หลังทดเจ็บครึ่งแรกไปได้แค่นาทีเดียว จากนั้นพระเอกขี่ม้าขาวคนหน้าเดิมจากกาบอง เข้าชาร์ตลูกเปิดเปลี่ยนทางไปกองก้นตาข่ายดับฝัน"ยิด อาร์มี" นาที 71

 

2-2 คือสกอร์บอร์ดที่ปรากฏหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวของผู้ตัดสิน

 

 

 

ผลลัพธ์แบ่งแต้มเกมนี้ทำให้

 

ตลอด 27 นัดหลังสุด ยามเฝ้าบ้านทำศึกนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บีส "ปืนใหญ่" เสียท่าให้ สเปอร์ แค่นัดเดียวเท่านั้น โดยครั้งสุดท้ายเกิดขึ้น เมื่อ พฤศจิกายน ปี 2010 ซึ่งอาร์เซนอล แพ้ สเปอร์ คาบ้าน 2-3


 

 

 

เรียบเรียง : พชร นาคจู

ภาพ AFP

ที่มา // https://www.bbc.com/sport/football/49456553
https://www.bbc.com/sport/football/49456551
https://www.bbc.com/sport/football/49456552
https://twitter.com/Football__Tweet/status/1167790699015745536 (16 นัดหลังสุด โซลชา)
https://www.bbc.com/sport/football/49456557
https://www.bbc.com/sport/football/49463331

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ