27 เมษายน 2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำรายชื่อ ส.ส. พรรคจำนวน 110 คน ยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 5 ประเด็น  ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การแก้ระบบเลือกตั้งจากบัตรใบเดียวเปลี่ยนเป็น 2 ใบ

และแก้ไขการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. กลับมาเป็น 400 เขตและบัญชีรายชื่อ 100 คน เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540

 นายไพบูลย์ อ้างว่า พรรคพลังประชารัฐเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเพื่อลดความขัดแย้ง หลังมีการโจมตีว่าพรรคพลังประชารัฐได้ประโยชน์จากบัตรเลือกตั้งใบเดียว  แต่พรรคฯต้องการให้ประเทศและกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้

แต่ลองมามองดูกันว่า ระบบเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ แยกกัน บัตรหนึ่งใช้เลือกตั้ง ส.ส. เขต อีกบัตรหนึ่งใช้เลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ (ซึ่งก็คือการเลือกพรรค) พรรคการเมืองแบบไหนได้ประโยชน์  

คำตอบ ก็คือ พรรคการเมืองใหญ่อย่าง พรรคพลังประชารัฐนั่นแหล่ะที่ได้ประโยชน์ ส่วนพรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กเสียเปรียบ  

และหากใช้กติกา “บัตรใบเดียว” และระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม อาจเกิดกรณีได้เฉพาะ ส.ส.เขต แต่ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเลย พรรคพลังประชารัฐ จึงไม่อยากเป็นแบบ“พรรคเพื่อไทย”ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จึงต้องกลับไปใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ใบ ทั้งเขต และบัญชีรายชื่อ

“พรรคเพื่อไทย” ซึ่งเป็น“พรรคการเมืองใหญ่” คราวนี้ก็หนุนระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเช่นกัน อีกทั้ง“พรรคเพื่อไทย”มีบทเรียนจากการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหลังสุดเมื่อปี 2562 ที่ใช้“ระบบเลือกตั้งใบเดียว”ตามกติการัฐธรรมนูญปี 60 เกิดกรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องตัดสินใจเลือกระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่ และมีจำนวนมากตัดสินใจเลือกพรรคอนาคตใหม่

การเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยระบบเลือกตั้งใหม่มีส.ส.เขต 400คนและส.ส.บัญชีรายชื่อ100คน และใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ  ทาง“พรรคพลังประชารัฐ” เชื่อว่าจะได้ ส.ส. ของพรรคเข้าสภาได้มากกว่าปัจจุบัน

ถึงแม้ว่า“พรรคเพื่อไทย”จะได้ประโยชน์จากระบบบัตร2ใบด้วยก็ตาม 

แต่ทาง“พลังประชารัฐ”ประเมินแล้วคุ้มเพราะเสียงของ“พรรคก้าวไกล” หรือพรรคอนาคตใหม่ในอดีตที่เคยได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งระบบบัตรใบเดียว จะหดหายไปเยอะ ขณะที่“พรรคเล็ก”ที่สร้างความปั่นป่วนให้รัฐบาลจะไม่เกิดขึ้นจำนวนมากมายอย่างที่ผ่านมา

อีกทั้ง“พรรคเพื่อไทย” เลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะอ่อนลงไปเยอะเพราะมีข่าวว่าจะมี ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย ย้ายมาอยู่กับพรรรคพลังประชารัฐเป็นสิบคน และยังมีข่าวว่าอีกหลายสิบคนจะย้ายไปอยู่พรรคอื่น

และอย่าแปลกใจที่เมื่อนักข่าวนำเรื่องที่มีการเสนอระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ไปถามความเห็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  นายอนุทิน บอกว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วย และคงไม่สนับสนุนเพราะของเดิมดีอยู่แล้ว ไปแก้ทำไม  

เหตุก็เพราะทำให้"พรรคขนาดกลาง" อย่างพรรคภูมิใจไทย เสียเปรียบ"พรรคการเมืองใหญ่" ในระบบที่ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยเฉพาะในพื้นที่อีสาน อาจทำให้พรรคภูมิไทยได้ ส.ส. น้อยลงและหากได้เข้าร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ก็จะไม่มีอำนาจต่อรองเหมือนในปัจจุบันที่มี ส.ส. ของพรรคจำนวนมาก

น่าสนใจว่าหากเลือกตั้งครั้งหน้า "ระบบใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” เกิดขึ้นจริง  “สมการการเมือง” จะเปลี่ยนไปขนาดไหน