++
ช่วงปีใหม่ สื่อออนไลน์ในเมืองไทย พร้อมใจกันเสนอข่าว “ลาวฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้ว” จากข่าวชิ้นนี้ ถูกนำไปขยายผลกลายเป็นดราม่าในโซเชียลมีเดีย โดยกลุ่มคนที่ไม่ชอบรัฐบาล ก็จะมีน้ำเสียงเยาะหยัน และกล่าวโจมตีความล่าช้าในเรื่องการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลไทย

 

วันแถลงข่าวก่อนสิ้นปี


    

นักการเมืองไทยบางคน ก็ฉวยโอกาสกระแนะกระแหนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขไทย “ลาวได้วัคซีนแล้ว แต่ไทยทำไมยังไม่ได้” 
    

หากเข้าไปอ่านข้อมูลโดยตรงจากสำนักข่าวข่าวปะเทดลาว มีรายละเอียดมากกว่าที่สื่อไทยรายงานหรือพาดหัวหวือหวา
    

วันที่ 31 ธ.ค.2563 ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขลาว รองหัวหน้าคณะกรรมการเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิด-19 ได้เปิดการแถลงข่าวเกี่ยวกับการจัดหาและเตรียมใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมา พรรคและรัฐบาลลาว ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเราได้มีความพยายามอย่างสูง ในการติดต่อกับสหพันธ์วัคซีนสากล,ประเทศเพื่อนมิตรทางยุทธศาสตร์ ,ประเทศภาคี และองค์การจัดตั้งสากล เพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนลาว 
    

จากนั้น ดร.บุนกอง ได้ลำดับความเกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ วัคซีนฉุกเฉินที่ได้รับมาจากประเทศเพื่อนมิตร และวัคซีนป้องกันโควิดที่ได้รับการจัดสรรมาจากโครงการ COVAX องค์การอนามัยโลก

 

ทำไม "ลาว" ได้วัคซีนฉุกเฉิน

เดือน เม.ย.2564 ประชาชนกลุ่มเสี่ยงของลาว จะได้รับการฉีดวัคซีน 1.4 ล้านคน


++
วัคซีนมิตรภาพ
++
วัคซีนป้องกันโควิดล็อตแรกที่กระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ได้รับมานั้นคือ วัคซีน SINOPHARM ทางรัฐบาลจีน มอบให้ลาวไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน จำนวน 2,000 โดส จำเป็นต้องฉีด 2 เข็ม สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ 3 ปี
    

ขณะนี้ มีการฉีดรอบที่ 1 ให้อาสาสมัครแพทย์ที่ต้องดูแลคนป่วย จำนวน 200 โดสแล้ว ซึ่งได้รับผลดี และยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
    

นับแต่ไวรัสโควิดระบาดรอบแรก รัฐบาลจีนได้ส่งเวชภัณฑ์ต่างๆ มาช่วยรัฐบาลลาวหลายระลอก รวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้พูดคุยกับท่านบุนยัง วอละจิด ประธานประเทศ สปป.ลาว ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ เกี่ยวกับการช่วยเหลือป้องกันโควิด
    

ลาว-จีน ถือว่าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศที่มีการลงทุนในลาวเป็นอันดับ 1 
    

ความช่วยเหลือด้านวัคซีนของลาว อีกทางหนึ่งมาจากสหพันธ์รัฐรัสเซีย โดยวัคซีน SPUTNIK V จำนวน 500 โดส เดินทางมาถึงลาว เมื่อวันที่ 2 ม.ค.2564 เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน 
    

ย้อนไประหว่างปี 2518-2530 อดีตสหภาพโซเวียต ได้ช่วยเหลือ สปป.ลาว พัฒนาประเทศอย่างมากมาย และห่างหายไปหลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย แต่ 4-5 ปีมานี้ รัสเซียได้เพิ่มทวีการช่วยเหลือลาวอีกครั้ง
    

วัคซีน SPUTNIK V เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน จึงถูกส่งมาถึงนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนลาว


++
ลอตใหญ่ต้องรอ
++
รัฐบาลลาว ได้วางแผนจัดหาวัคซีนมาแต่เดือน ก.ค.2563 และกำหนดตัวบุคคลที่จะได้รับการฉีดวัคซีนไว้แล้ว โดยมุ่งไปที่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และปานกลาง เช่นแพทย์ พยาบาล ในโรงพยาบาลรัฐ ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่น ,หมอประจำหมู่บ้าน, อาสาสมัครสังคมสงเคราะห์ , ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว
    

วัคซีนที่จะมาฉีดกลุ่มเสี่ยงข้างต้น เป็นวัคซีนช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากทาง COVAX ซึ่งรัฐบาลลาวเป็น 1 ใน 92 ประเทศ ที่จะได้รับวัคซีน ภายในเดือน เม.ย.2564 
    

ระยะยาว รัฐบาลลาว จะได้แสวงหาความช่วยเหลือจากมิตรประเทศ และจัดหางบประมาณมาจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด มาฉีดให้ประชาชนลาวทุกถ้วนหน้า 
    

กระทรวงสาธารณสุขลาว ร่วมกับธนาคารโลก องค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟ ประเมินว่า หากฉีดวัคซีนให้ครบโดส เฉลี่ยเป็นเงิน 18 ดอลลาร์ ถ้าฉีดให้ทุกคนก็จะใช้งบประมาณ์ 100 ล้านดอลลาร์