++
วันที่ 9 ต.ค.2516 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงแถลงการณ์ประกาศงดสอบขององค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และภายในธรรมศาสตร์ มีโปสเตอร์ประกาศงดสอบ ชักชวนให้ไปชุมนุมที่ลานโพธิ์ 

 

19 กันยา แกนนำตัวจริง สหาย "โดมปฏิวัติ" 

สหายเพนกวิน และสหายรุ้ง จัดกิจกรรมรับน้อง


 

นายก อมธ.ในเวลานั้นชื่อ พีรพล ตริยะเกษม ตัวแทนจากพรรคพลังธรรม ซึ่งเป็นพรรคนักศึกษาที่ก่อตั้งเมื่อปี 2515
 

การจัดการชุมนุมใหญ่ เรียกร้องให้รัฐบาลจอมพลถนอม ปล่อยตัว 13 กบฏนั้น ดำเนินการโดยพรรคพลังธรรม และกลุ่มอิสระ มธ. เริ่มต้นจากลานโพธิ์ และย้ายมาที่สนามฟุตบอล ก่อนเคลื่อนขบวนสู่ถนนราชดำเนิน ในวันที่ 13 ต.ค.2516
 

ตัดกลับมาที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ วันที่ 19 ก.ย.2563 “แนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม” จะจัดม็อบเบิ้ม-เบิ้ม เพื่อทวงคืนอำนาจราษฎร
 

2 ม็อบ 2 รุ่น ที่มีเนื้อหาเรียกร้องประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เหมือนกัน แต่บริบททางการเมืองยุคดิจิตอล ทำให้ม็อบเบิ้ม-เบิ้ม มีข้อเสนอระดับ “พังเพดาน” ที่ต่างจากนักศึกษารุ่นปู่รุ่นย่า

 

 

 

19 กันยา แกนนำตัวจริง สหาย "โดมปฏิวัติ" 

รุ้ง หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ คนที่ 3


++
สหายเพนกวิน
++
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration ผู้จัดการชุมนุมครั้งใหญ่ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย.2563 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นการรวมตัวของชาวธรรมศาสตร์ หลายกลุ่มหลายพรรคนักศึกษา
 

ลึกๆแล้ว แกนหลักของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม คือ 3 สหายแห่งพรรคโดมปฏิวัติ คือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, ณัฐชนน ไพโรจน์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 
 

หลังจบ ม.ปลาย เพนกวิน เลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เพราะในเวลานั้น เขามองว่า ธรรมศาสตร์กำลังหลับใหล ไม่เหมือนธรรมศาสตร์ ยุค 14   ตุลา
 

ตั้งเข้าเรียนปี 1 เพนกวินก็ปลุกธรรมศาสตร์ ด้วยกิจกรรมทางการเมืองในชื่อพรรคใต้เตียง มธ. ก่อนจะหันมาสร้าง “พรรคโดมปฏิวัติ” (Dome Revolution) 
 

เพนกวินเป็นหัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติคนแรก ก่อนจะส่งไม้ต่อให้เพื่อนรัก ณัฐชนน ไพโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรคคนที่ 2

 

 

 

19 กันยา แกนนำตัวจริง สหาย "โดมปฏิวัติ" 

อดีตนักเรียนเตรียมอุดม ผู้ปลุกธรรมศาสตร์ให้ตื่นจากการหลับใหล


 

++
สหายรุ้ง
++
สำหรับปีการศึกษาใหม่ สมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ เพิ่งลงมติเลือก “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หัวหน้าพรรคคนที่ 3 
 

“เราต้องขอเล่าประวัติส่วนตัวของตนเองเสียก่อน เราเป็นลูกคนสุดท้อง ของครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร จุดเปลี่ยนสำคัญที่ออกมาเคลื่อนไหวเริ่มมาจากการที่มีเพื่อนที่เรารักมากนั้นฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ต้องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการใช้บริการขนส่งสาธารณะวันละ 4-5 ชั่วโมง ในการเดินทางไปกลับจากบ้านมายังมหาวิทยาลัย ไม่สามารถไปเที่ยวสังสรรค์กับหมู่เพื่อนได้บ่อยครั้ง หากจะไปแต่ละครั้งต้องเก็บเงินนานมาก ยามป่วยก็ต้องไปโรงพยาบาลรัฐ ที่ต้องใช้เวลาในการรอรับบริการในการรักษานาน ทำให้เรารู้สึกว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่ใกล้ตัวมากว่าที่คิด”
 

นี่คือความในใจของรุ้ง แถลงต่อมิตรสหาย ผ่านแฟนเพจพรรคโดมปฏิวัติ
 

พรรคโดมปฏิวัติ เพิ่งจัดกิจกรรมแรกพบสหาย (First meet) ภายใต้คำขวัญ “เพราะการปฏิวัติต้องการคุณ" เมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย.2563 ที่ผ่านมา
 

ภายในงานมีการมอบรางวัลได้แก่ หนังสือคอมมิวนิสต์สำหรับสหายน้อย 3 เล่ม และเสื้อสมศักดิ์เจียม
 

ม็อบเบิ้ม-เบิ้ม 19 กันยา เป็นงานใหญ่ ท้าทาย 3 สหายแห่งพรรคโดมปฏิวัติ และแนวร่วมเป็นอย่างมาก