++
กลุ่มผู้ลี้ภัย 112 เห็นการชุมนุมใหญ่ ภายในรั้วธรรมศาสตร์ รังสิต ที่มากไปด้วยผู้คนและเนื้อหาเข้มข้น ต่างตื่นเต้นดีใจไปกับปรากฏการณ์คนรุ่นใหม่
 

“จักรภพ เพ็ญแข” แดงตาสว่างตัวพ่อ เขียนกลอน “โขนลงโรง” ใช้ปากกา “กาหลิบ” สมัยเขียนบทความลงนิตยสารฝ่ายรักทักษิณ

 

 

"จักรภพ" โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  

"จักรภพ" ดีใจมาก

 

ตอนหนึ่งจักรภพบอกว่า “ขบวนการเราอย่าเร่งแต่เล็งตรง ดูฮ่องกงควบคู่ให้รู้ทัน” 
 

“เตรียมคนไว้หลายรุ่นคอยหนุนเนื่อง ศึกกลางเมืองนคราสารขันธ์ ใครคือยักษ์ใครคือพระจะรู้กัน โขนทั้งนั้นลงโรงชั่วโมงไทย”
 

จักรภพเป็นแกนนำ นปก.คนแรก ที่มองข้ามช็อต และเสนอแนวทางการต่อสู้แบบถอนรากถอนโคน แต่แกนนำเสื้อแดงคนอื่นไม่เอาด้วย เขาจึงหนีไปอยู่กัมพูชา 


++
ปฏิวัติไม่ปฏิรูป
++
อ่านจากบทกลอนล่าสุดของจักรภพ มีความชัดเจนว่า เขาหนุนให้เกิดสงครามกลางเมือง สู้กันให้แตกหัก อย่าทำม็อบแบบปิ้งปลาให้แมวกิน 
 

เช่นเดียวกับ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ที่ลี้ภัยอยู่ในปารีส โพสต์เฟซบุ๊กว่า สิ่งที่เด็กธรรมศาสตร์ประกาศไว้เมื่อคืนวันที่ 10 ส.ค.2563 คือ การปฏิวัติประชาธิปไตยที่คณะราษฎร ทำค้างไว้

 

 

"จักรภพ" โหนเด็ก สุ่มเสี่ยงเอียงสุดขั้ว  

"จรัล" บอกกระแสสูงการปฏิวัติ


 

คนรุ่นหลังสืบทอดเจตนารมณ์ของปรีดี พนมยงค์ ผู้นำการปฏิวัติสำคัญ แต่ทำไม่สำเร็จ
 

จรัลยอมรับว่า พวกเขาก็ทำไม่สำเร็จเหมือน “เพราะไปปฏิวัติสังคมนิยม” 
  

ประเด็นนี้ เท่ากับจรัลยอมรับว่า ขบวนการนักศึกษาไทย เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว เดินแนวทางปฏิวัติสังคมนิยม ซึ่งความคิดดังกล่าว สร้างความแตกแยกในขบวนการประชาชนหลัง 14 ตุลา
 

อาชีวะส่วนใหญ่จึงถอยไปเป็นกระทิงแดง และประชาชนส่วนใหญ่เข้าสู่การจัดตั้งลูกเสือชาวบ้าน โดดเดี่ยวขบวนนักศึกษาไทย
 

ขบวนนักศึกษา 2563 จะซ้ำรอยขบวนนักศึกษารุ่นพี่หรือไม่ ต้องติดตามการเคลื่อนไหวของแฟลชม็อบ ในวันที่ 12 ส.ค. และ 16 ส.ค.