++
ปรากฏการณ์แฟลชม็อบ นำมาซึ่งความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นเก่า 
 

ส่องโซเชียลยามนี้ จะเห็นกระแสโจมตี “หงา” สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติอย่างหนัก สืบเนื่องผู้อาวุโส ได้แสดงทัศนะทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊คต่อเนื่องในช่วงนี้
 

 

อีกซีกหนึ่งของโลกใบนี้ “วิสา คัญทัพ” ที่พำนักอยู่ในเยอรมันมาหลายปีแล้ว ก็ใช้เฟซบุ๊คเป็นเวทีแสดงออกถึงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่

 


วัยวิกฤต "หงา" เสรีชน "วิสา" ฟ้าสีทอง

"สุรชัย จันทิมาธร" ในวัย 70

 

“สุรชัย-วิสา” เติบโตมาในแวดวงวรรณกรรมเพื่อชีวิต ยุคสงครามเย็น ระหว่างโลกเสรีกับคอมมิวนิสต์ เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว
 

วันนี้ ทั้งคู่ย่างเข้าสู่วัยชรา เด็กๆ เติบโตมาในยุคสมัยดิจิทัล ไม่มีสงครามเย็น แต่มีสงครามทุน


++
เสียงจากผู้เฒ่า
++
วันที่ 28 ก.ค.2563 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์บทบาทในอดีตของ “หงา” และวงคาราวาน ผู้เฒ่าได้เขียนถึงคนรุ่นใหม่
 

“อย่าเย่อหยิ่งทะนงตนคนรุ่นใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไปมันก็เก่า ความเป็นคนที่แท้อยู่แก่เรา จะแก่เฒ่าสาวหนุ่มก็กลุ่มคน”
 

ก่อนหน้านั้น หงา ผู้ผ่านสมรภูมิรบในวัยหนุ่ม ได้พยายามอธิบาย 
 

“วีรภาพอาจไม่ใช่สนามรบ บนซากศพมวลชนคนกล้าหาญ วีรภาพนาสวนทบทวนทาน ผู้ทำงานปลูกข้าวให้เรากิน”
 

ที่ร้อนแรงในโซเชียล พลันมีการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก หงา หรือสหายพันตา อดีตทหารปลดแอกแห่งภูพยัคฆ์ ก็ตั้งคำถาม
 

“จะปลดแอกเพื่อใครที่ไหนหนอ ผู้เฒ่ารอร้อรอจนหัวขาว ที่ผ่านมารบกันก็นานยาว เห็นแต่ศพทบท่าวธุลีดิน”
 

สมัยอยู่ในป่า เมื่อสหายนำ พคท. มีนโยบายส่งกลุ่มศิลปินเพื่อชีวิต ไปเรียนดนตรีที่เมืองจีน สมาชิกวงคาราวานไปหมด ยกเว้นหงา หรือสหายพันตา เขาอยากอยู่กับชาวไร่ชาวนาที่น่านเหนือมากกว่า เขาจึงสะท้อนไว้ในวันนี้
 

“เหมาเจ๋อตุงนำชาวนาปฏิวัติ ปเทดรัสเซียล้มพระเจ้าหาวเวียดนามกัมพูชาพม่าลาว ขยับก้าวอุ่นๆสู่ทุนนิยม” 

 

 

วัยวิกฤต "หงา" เสรีชน "วิสา" ฟ้าสีทอง

"วิสา คัญทัพ" ยังป่วยไข้อยู่ในต่างแดน

 

++
เสียงจากแดนไกล
++
แม้ “วิสา คัญทัพ” จะเลือกเดินคนละแนวทางการเมืองกับสุรชัย จันทิมาธร แต่ทั้งสองยังมีเยื่อใยความเป็นเพื่อนเหมือนเดิม
 

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2563 แฟลชม็อบก่อประกายไฟไหม้ลามทุ่ง วิสา ได้เขียนบทกวีสนับสนุนการต่อสู้ของเยาวชนทันที
 

“ประกายไฟไหม้ลามทุ่ง อรุณรุ่งจะเรืองรอง วันที่ฟ้าสีทอง อำไพผ่องจะส่องพราย คืนมืดอันมัวมน จะยืนทนและท้าทาย คุกคามและทำลาย ใช่อยู่ได้นิรันดร ไฟลุกจะไหม้ลาม ทั่วเขตคามทุกนาคร สุริโยจะโคจร สว่างหล้านภาลัย”
 

บ่อยครั้งที่วิสา คัญทัพ จะสื่อข่าวส่งความทางเฟซบุ๊ก ถึงการเจ็บไข้ได้ป่วย บางเวลาก็ท้อ เพราะรอคอยการกลับบ้านมานานเกินไปแล้ว แต่พลันที่เห็นประกายไฟของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็อดตั้งความหวังไม่ได้
 

“ส่งใจให้นักสู้ทุกผู้คน ไม่ยอมอดทนอำนาจเถื่อน น้ำหยดลงหินดินสะเทือน ภูเขาเคลื่อนเลื่อนลั่นสักวันนึง”
 

เนื่องในวันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส 14 ก.ค. วิสาก็เขียนบทกวีรำลึก
 

“อรุณรุ่งอันเรืองรอง ฟ้าสีทองผ่องอำไพ บ้านเราเล่าเมื่อไรหนอฟ้าทองจะรองเรือง”
 

วิสายังเฝ้ารอฟ้าสีทองผ่องอำไพ อยู่ทุกวันคืนที่เยอรมัน