จากกรณีที่รัฐบาลเวียดนามสั่งชะลอส่งออกข้าว พร้อมเช็คสต๊อกข้าวในประเทศเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์โรคโควิด-19ที่อาจยืดเยื้อ จนเกิดปัญหาการขาดแคลนข้าวในประเทศนั้น

ในส่วนประเทศไทยนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย“ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์”ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าข้าวสารไม่ขาดแคลนแน่นอน แม้จะมีการกักตุนเพียงแต่ขอให้รัฐจัดการอำนวยความสะดวกในเรื่องระบบโลจิสติกส์การขนส่งเพื่อให้รับสินค้าจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที

“ผมยืนยันว่าพอแน่นอน ไม่ต้องห่วง ประชาชนไม่ต้องแย่งซื้อเก็บสต๊อกเหมือนไข่ไก่ ซื้อแต่พอกิน มาซื้อได้ตลอด สินค้าไม่ขาด ขอเพียงรัฐช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องระบบโลจิกติกส์ การขนส่งในการกระจายสินค้าเท่านั้นก็พอ”.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวยืนยันกับ“คมชัดลึก ออนไลน์”

พร้อมระบุถึงสถานการณ์ข้าวไทยในขณะนี้ว่าไม่น่าเป็นห่วงอะไร ยังมีสต๊อกอยู่อีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ปี 62/63 ขณะนี้อยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวออกมาสมทบอีกประมาณ 18.5 ล้านตันข้าวสาร แม้จะมีปริมาณน้อยกว่าปีที่แล้วที่ผลิตได้ 20 ตันข้าวสาร ซึ่งเป็นผลกระทบจากภัยแล้ง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา

เพราะขณะนี้ยังมีปริมาณส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 แสนตันข้าวสารต่อเดือน บริโภคภายในประเทศ 8-8.5 แสนตันข้าวสาร ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2 แสนตันใช้ในภาคอุตสาหกรรม

เขายอมรับว่าสถานการณ์ค้าข้าวในปี 2563 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับการส่งออกข้าวไทยอีกปีหนึ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยมารุ่มเร้าที่ส่งผลกับความสามารถในการแข่งขัน ทั้งสถานการณ์ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยยังคงแพงกว่าคู่แข่งประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน จึงไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ ประกอบกับภัยแล้งทำให้ผลผลิตข้าวมีปริมาณลดลง ส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นทั่วโลก ก็อาจส่งกระทบการส่งออกในระยะยาว ซึ่งจะต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

อุ่นใจ.. เปิดสต๊อกข้าวไทยมีตุนไว้อีกเพียบ

ขณะเดียวกันประเทศจีนก็มีสต๊อกข้าวอยู่ที่ประมาณ 120 ล้านตัน หากมีการระบายออกจะส่งผลทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วนอย่างแน่นอนและมีโอกาสแย่งตลาดข้าวไทย

สมาคมฯคาดการณ์ว่าในปี 2563 ภาคเอกชนจะสามารถส่งออกข้าวได้ประมาณ 7.5-8.5 ล้านตันข้าวสาร หรือ คิดเป็นมูลค่า 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะการส่งออกข้าวปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศได้ 7.58 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 40.1

โดยปัจจุบันไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 9.77 ล้านตัน ลดลงร้อยละ27.6 และเวียดนามส่งออกเป็นอันดับ 3 อยู่ที่ 6.37 ล้านตัน ขยายตัวร้อยละ 51.4 ถือเป็นคู่แข็งที่น่ากลัวของไทยมาก แต่จากเหตุการณ์ไวรัสโคโรน่าที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสของไทยในการแชร์ส่วนแบ่งการตลาดข้าวเพิ่มขึ้น

“อย่างข่าวเวียดนามเขาชะลอส่งออกเพื่อเช็คสต๊อคข้าวที่มีอยู่ เพราะอย่าลืมว่าปีนี้เวียดนามเริ่มมีผลผลิตข้าวออกมาน้อยลง ก็เพราะแหล่งปลูกข้าวหลักของเวียดนามทางตอนใต้บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไขง มีพื้นที่ปลูกข้าวน้อยลงเป็นผลมาจากน้ำทะเลหนุนสูงเข้ามาเกือบ 100 กิโลเมตรแล้ว เขากลัวว่าอาจมีปัญหาบริโภคภายในประเทศในช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 ก็เลยสั่งชะลอการส่งออกไว้ก่อน ส่วนจีนและอินเดียนั้นไม่มีปัญหายังผลิตและส่งออกได้เหมือนเดิม ส่วนข้าวไทยที่ส่งออกไม่ได้มากก็เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งอยู่ประมาณ 80เหรียญหรัฐต่อตัน”

ร.ต.ท.เจริญเผยต่อว่าแม้ในช่วงที่ผ่านมาข้าวไทยจะส่งออกไปยังฮ่องกงและสิงค์โปร์เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปริมาณน้อย จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการบริโภคข้าวภายในประเทศ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้ต้องรอดูผลผลิตในฤดูกาลหน้าปี63/64 ว่าจะมีปริมาณเท่าไหร่ หลังจากปีนี้มีผลกระทบจากภัยแล้งอย่างรุนแรงและยาวนานกว่าทุกปี แต่ก็คาดการณ์ว่าปริมาณไม่น่าจะน้อยกว่าปีนี้มากนัก เฉลี่ยอยู่ที่ 17-18.5 ล้านตันข้าวสาร ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากพื้นที่ปลูกข้าวลดลงตามนโยบายรัฐบาลด้วย

“การส่งออกตอนนี้อยู่ที่ 5 แสนตันต่อเดือน แต่ถ้าเมื่อไหร่ส่งออก 1 ล้านตันติดต่อกัน 3 เดือนก็ค่อยมาคุยกันใหม่” นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าว

นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ยอมรับว่าราคาข้าวสารถุงช่วงนี้อาจขึ้นเล็กน้อยเแลี่ยถุงละ 10-20 บาท ไม่ใช่เพราะว่ามาจากการตักตุนสินค้า แต่เป็นผลมาจากปีนี้มีปริมาณข้าวน้อย โรงสีต่าง ๆ รับซื้อข้าวจากชาวนาในราคาที่แพงขึ้น จากเดิมข้าวขาวทั่วไปรับซื้อตันละ 6,500-7,000 บาท ก็เพิ่มเป็น 8,000-9,000 บาทต่อตัน ซึ่งเป็นการเพิ่มมาจากต้นทางการผลิต ทำให้ชาวนาขายข้าวปีนี้ค่อนข้างได้ราคาดี

“ขอยืนยันว่าราคาข้าวสารถุงที่เพิ่มขึ้นทุกบาททุกสตางค์ตกถึงชาวนา 100 เปอร์เซนต์”นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวย้ำ

ในส่วนภาคการผลิตข้าวอย่างชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์ จำกัด หนึ่งในลูกค้าบริษัทผู้ส่งออกข้าว โดย รุ่งอรุณ เชาวกรกุล ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์ฯเผยกับ“คมชัดลึก ออนไลน์” ถึงสต๊อกข้าวของชุมชนฯในขณะนี้มีอยู่ประมาณ 200 ตันข้าวสาร ซึ่งขณะนี้ได้ถูกสั่งจองหมดแล้ว และเตรียมรอส่งให้กับลูกค้า ซึ่งประกอบด้วย บริษัท แอมเวย์ จำกัด บริษัทส่งออกข้าวและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ในสัดส่วนที่แตกต่างกัน

ส่วนข้าวใหม่ในฤดูกาลผลิต 62/63 นั้นขณะนี้มีอยู่ที่ประมาณ 2,800 ตันข้าวสาร โดยในจำนวนนี้ได้ส่งให้กับบริษัท แอมเวย์ จำกัดมากที่สุดประมาณ 60% ส่วนที่เหลือส่งให้กับทางบรฺิษัทผู้ส่งออกข้าวและชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยเพื่อจัดส่งให้กับผู้บริโภคในรูปแบบของเดลิเวอรรี่ ภายใต้ยี่ห้อ“เกลียวเชือก”

“เพิ่งส่งให้กับทางบริษัทผู้ส่งออกไป 35 ตันข้าวสารเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาส่งอยู่ที่ 35.5 บาทต่อกิโลกรัม เขาก็เพิ่งกลับมาซื้อข้าวของชุมชนในปีนี้เอง หลังหยุดไปประมาณ 2 ปี เขาบอกว่าให้ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป แต่เราก็ยืนยันว่าข้าวของเราเป็นข้าวหอมชั้นดี เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค อาจแพงกว่าที่อื่นหน่อยแต่คุณภาพมั่นใจได้ ลูกค้าที่เคยซื้อไปทานแล้วก็กลับมาซื้ออีก”

 

อุ่นใจ.. เปิดสต๊อกข้าวไทยมีตุนไว้อีกเพียบ

รุ่งอรุณ กล่าวถึงที่มาของผลผลิตข้าวคุณภาพว่า ทางชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์จะเป็นผู้รวบรวมพันธุ์ข้าวชั้นดีส่งไปให้เกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ปลูก ซึ่งปัจจุบันมีสหกรณ์ที่เป็นสมาชิกของชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์มีอยู่กว่า 30 สหกรณ์ทั้งในจ.บุรีรัมย์และใกล้เคียง โดยแต่ละสหกรณ์มีสมาชิกเฉลี่ย 3,000-3,500 คน โดยผลผลิตข้าวที่ได้จะส่งให้กับชุมชนสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์เพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารบรรจุถุงก่อนนำไปกระจายต่อในท้องตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“ในกระบวนการผลิตนั้น ทางชุมชนฯจะจัดทำเมล็ดพันธุ์ดีให้กับเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์นำไปปลูกแล้วรับประกันราคาซื้อผลผลิตคืน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องกังวลในเรื่องของราคาและตลาด ส่งผลทำให้ผลผลิตออกมาดีมีคุณภาพทุกเมล็ด”ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรบุรีรัมย์กล่าวย้ำทิ้งท้าย