คมชัดลึกออนไลน์ 29 มีนาคม 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

ฝ่ายค้านซัดรัฐบาล ล้มเหลว5ประการ

25 กุมภาพันธ์ 2563 - 13:00 น.
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์,ล้มเหลว 5 ประการ,ฝ่ายค้าน,ซักฟอก,อภิปรายไม่ไว้วางใจ
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 537 ครั้ง

หมายเหตุ : นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 6 คน ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้


         

 

          ฝ่ายค้านจำเป็นต้องเปิดอภิปราย ตั้งข้อกล่าวหารัฐบาลไม่อาจไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไป เนื่องด้วยการเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ทำให้ล้มเหลว 5 ประการ ได้แก่

 

อ่านข่าว...  โหมโรงซักฟอก"ฝ่ายค้าน"ให้ค่านายกฯแค่นี้


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

 


          1.ความล้มเหลวต่อการสร้างความเชื่อมั่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย กฎกติการัฐธรรมนูญมีการพูดกันว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างมาเพื่อพวกเรา อาศัยเสื้อคลุมประชาธิปไตยมากล่าวอ้าง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านมิได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน แต่เพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญที่สร้างมาเพื่อสืบทอดอำนาจนำพาให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เงื่อนไขกลไกรัฐธรรมนูญ บั่นทอนความเชื่อมั่นของนานาประเทศ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อความมั่นใจในการลงทุน เกือบทุกประเทศไม่เปิดใจยอมรับประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย จึงไม่อาจไว้วางใจให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อกร่อนเซาะระบอบประชาธิปไตยประเทศให้ถดถอยผิดรูปร่าง อับอายชาวโลก ไม่อาจไว้วางใจให้ส่งต่อประชาธิปไตยจอมปลอมถึงรุ่นลูกหลานที่เป็นอนาคตของชาติ


          2.ความล้มเหลวในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ทำให้หลักความยุติธรรมแปลงร่างเป็นหลักกูและพวกพ้องอย่างไม่รู้สึกอับอาย เช่น ตีความข้อกฎหมายกับคะแนนปัดเศษ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ได้พรรคเล็กมาหนุนเสริมอำนาจตน การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ที่เลวร้ายสุดคือการใช้คดีความเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกดดันบุคคลบางกลุ่มเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อพวกท่าน ไม่คำนึงถึงการทำลายหลักความยุติธรรม ทำเรื่องผิดเป็นถูก เป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้าแห่งตน ไม่คิดถึงอนาคตประเทศ

 



          3.ความล้มเหลวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ขอแบ่งช่วงเวลาที่สะท้อนความล้มเหลวอย่างรุนแรงของเศรษฐกิจเป็น 4 ช่วงคือ ระยะที่ 1 พ.ศ.2557-2558 ทำลายเศรษฐกิจฐานราก ยกเลิกมาตรการสนับสนุนสินค้าการเกษตรเกือบทั้งหมดแบบกะทันหัน เพราะกลัวถูกกล่าวหาเป็นประชานิยม ระยะที่ 2 พ.ศ.2559-2560 หลังยึดอำนาจ เริ่มแสวงหาประโยชน์ให้พวกพ้องบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใกล้ชิดกับรัฐบาลได้ประโยชน์ถ้วนหน้า ทั้งโครงการอีอีซี โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การก่อสร้างรถไฟ 3 สนามบิน ที่เอื้อธุรกิจขนาดใหญ่ไม่กี่ราย ระยะที่ 3 พ.ศ.2561-2562 ก่อนและหลังเลือกตั้ง เรียกว่า “สารพัดแจกมั่วซั่ว เพื่อการสืบทอดอำนาจ” ด้วยความอยากมีอำนาจ และกลัวสูญเสียอำนาจ ออกมาตรการซื้อเสียงล่วงหน้า เช่น เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการชิมช้อปใช้เฟสต่างๆ ระยะที่ 4 พ.ศ.2562-2563 ทุ่มให้สินเชื่อแต่ไร้กำลังซื้อ ไม่เข้าใจว่าช่วงเวลาใดประเทศต้องการอะไร ตราบาปที่ทำกับเศรษฐกิจประเทศถูกจารึกว่าคนชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ทำลายความมั่นคงทางเศรษฐกิจประเทศ


          4.ล้มเหลวปราบปรามการทุจริต ข้อมูลที่ยืนยันความล้มเหลวการปราบทุจริต ของรัฐบาลคือ องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยแพร่ดัชนีภาพลักษณ์การคอรัปชั่นทั่วโลก ปี 2561 ปรากฏว่า ประเทศไทยถูกลดอันดับจากอันดับ 96 ปี 2560 เป็นอันดับ 99 ที่น่าเศร้าใจสุดคือ ความรุนแรงของการคอรัปชั่นกันในกองทัพ ทำธุรกิจหาประโยชน์กันในกองทัพ กลายเป็นต้นเหตุโศกนาฏกรรมกราดยิงที่โคราช ท่านอาจแกล้งหรี่ตามองไม่เห็นเพราะคนที่ทำเป็นคนแวดล้อม แต่ตนไม่อาจทนเห็นการโกงเงินภาษีประชาชนเป็นแสนล้าน ในวันที่ประชาชนลำบากยากเข็ญอีกต่อไปได้ และ


          5.ล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรี สังคมไทยรับรู้มาระยะหนึ่งว่า เราเป็นประเทศมีนายกฯ เป็นตัวตลก น่าอับอายต่อนานาประเทศ การแสดงวิสัยทัศน์และความเห็นต่างๆ แสดงถึงความด้อยซึ่งปัญญา ไม่เหมาะสมหลายครั้ง เช่น การทุบโต๊ะ โยนของใส่ผู้สื่อข่าว มองเห็นคนเห็นต่างเป็นศัตรู ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม สะท้อนวุฒิทางปัญญาและอารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่อาจไว้วางใจให้คนซึ่งประกาศตัวว่า มีเซลล์สมอง 84,000 เซลล์ บริหารประเทศได้ ท่ามกลางความล้มเหลวต่อความเชื่อมั่นของประชาชน



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ