**************************

 

 

ใกล้วันอ่านคำวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ "ชาญวิทย์ เกษตรศิริ" สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ได้สร้างแคมเปญรณรงค์บนเว็บไซต์ change.org ในหัวข้อ "เปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ทุกฝ่าย ลงชื่อคัดค้านการยุบพรรคอนาคตใหม่"

 

จังหวะลูกบอลเข้าทาง เมื่อเกิดเหตุการณ์ “โคราชวิปโยค” จึงมีการฉวยเหตุ “จ่าทหารคลั่ง” ปลุกกระแสต้านกองทัพ ควบสู้คดียุบพรรคอนาคตใหม่ และลากยาวไปถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มีอุดมการณ์ชัดเจนและจุดยืนมั่นคง จึงก้าวลงจากหอคอยงาช้างสู่ท้องถนนตั้งแต่ยุคแดงครองเมืองปี 2552-2555

 

 

 

อภิวัฒน์สยาม

 

 

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” เป็นนักประวัติศาสตร์ที่เชื่อว่า 24 มิถุนายน 2475 ไม่ใช่การชิงสุกก่อนห่าม มันเป็นวันแห่งการอภิวัฒน์สยาม คณะราษฎรได้กระทำการยึดอำนาจ ล้มล้างการปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นำชาติไทยก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตย

 

 

 

ส้มภิวัฒน์ 'ชาญวิทย์' คิดไม่เลิก

ชาญวิทย์ วันสมัครพรรคอนาคตใหม่

 

 

 

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อาจารย์ชาญวิทย์แสดงบทบาท “ปัญญาชนก้าวหน้า” ได้เคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาต่อเนื่อง ปลายปี 2555 เขาได้รับเชิญไปเสวนาทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซินฯ สหรัฐ ซึ่งวันนั้นมีการพูดถึงเรื่องการอภิวัฒน์สยาม 2475

 

ผมเชื่อว่าการปฏิวัติในประเทศไทยก็แบบเดียวกันนะ จากปี 2475 มากระทั่งปี 2555 มันกี่ปีแล้วล่ะ 80 ปี ผมคิดว่ามันจะมีกระบวนการที่ยาวมาก มันไม่จบนะ และพวกคุณจะได้เห็นการต่อสู้แบบไม่เคยมีมาก่อน..”

 

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

ชาญวิทย์วิเคราะห์บนพื้นฐาน “เสื้อแดง” ยังครองเมืองในเวลานั้น แต่ไม่นึกไม่ฝัน “ขบวนการมวลมหาประชาชน” จะปูพรมแดงให้รถถัง

 

 

 

 

สู่ท้องถนน

 

 

สืบเนื่องจาก "วรเจตน์ ภาคีรัตน์“ ก่อการจัดตั้ง "คณะนิติราษฎร์" ในนามกลุ่มนักวิชาการที่รวมตัวกันต่อต้านการรัฐประหาร โดยเสนอให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549 และเสนอแนวทางแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

จากนั้นคณะนิติราษฎร์ได้ส่งไม้ต่อให้ “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) รวบรวมรายชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉบับที่คณะนิติราษฎร์จัดทำขึ้น เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

 

 

 

ส้มภิวัฒน์ 'ชาญวิทย์' คิดไม่เลิก

ร่วมขบวนเสื้อแดงมุ่งสู่สภา

 

 

 

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” อาสาเป็นหัวหอก ครก.112 โดยมีกลุ่ม “แดงเวทีเล็ก” หรือ “แดงตาสว่าง” ที่มี “ไม้หนึ่ง ก.กุนที” แกนนำแดงไผ่แดง 52 และ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ประสานงานกับแดงอิสระทั่วประเทศ

 

 

 

ส้มภิวัฒน์ 'ชาญวิทย์' คิดไม่เลิก

คนเสื้อแดงร่วมขบวน ครก.112 ปี 2555

 

 

 

วันที่ 29 พฤษภาคม 2555  คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) นำโดย ชาญวิทย์ จึงเคลื่อนขบวนสู่สภา โดยใช้คนหาบกล่องรายชื่อประชาชน 3 หมื่นกว่าคน ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เมื่อถึงรัฐสภา วิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2 สมัยนั้น เป็นตัวแทนรับมีรายชื่อทั้งหมด 12 กล่อง

 

แกนนำ ครก.112 ประเมินว่า พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และการต่อสู้ภาคประชาชนอยู่ในกระแสสูง จึงกล้าเสนอแก้ไขมาตรา 112

 

 

 

 

อกหักจากทักษิณ

 

 

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ขณะที่ชาญวิทย์อยู่ที่สหรัฐ ก็ได้รับข่าวร้ายจากพรรคพวกที่เมืองไทยว่า สภาเขี่ยร่างแก้ไขมาตรา 112 ที่เสนอโดยภาคประชาชนทิ้งแล้ว

 

 

 

ส้มภิวัฒน์ 'ชาญวิทย์' คิดไม่เลิก

ชาญวิทย์ ผิดหวังเพื่อไทย ไม่รับแก้ ม.112

 

 

 

ชาญวิทย์ปรับทุกข์กับธงชัย วินิจจะกุล ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก รู้สึกผิดหวังที่สภาจำหน่ายเรืื่องนี้ ด้วยเหตุนี้ ชาญวิทย์จึงสิ้นศรัทธาทักษิณ และพรรคเพื่อไทย เพราะยังเล่นการเมือง “เกี้ยเซีย” กับชนชั้นนำ ไม่ได้แสดงความกล้าหาญที่จะ “อภิวัฒน์” ประเทศไทย

 

ต้นเดือนตุลาคม 2562 ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จึงไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เพราะมีความสนิทสนมกับ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” และอยากสนับสนุน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” คนกล้าแห่งยุค

 

 

 

ส้มภิวัฒน์ 'ชาญวิทย์' คิดไม่เลิก

ชาญวิทย์สนิทกับปิยบุตร

 

 

 

"ผมรำคาญความยืดยาด​ ความไม่ชัดเจน​ รู้สึกเบื่อ​ คนจำนวนมากที่ผมรู้จัก​ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นผม ซึ่งกำลังจะหมดแล้ว หรือคนรุ่นหลังผม​อย่างคนเดือนตุลา​ เวลามันวิ่งเลยเขาไปแล้ว​ เขาไม่ทันโลก” ชาญวิทย์บอกนักข่าวในวันนั้น

 

ไม่น่าแปลกใจที่ชาญวิทย์จะเล่นหมดหน้าตัก เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว หากอยากเห็นการอภิวัฒน์สยามยุคอัศวินสีส้ม

 

 

***************************